Bosozoku การแต่งรถที่ไร้ข้อจำกัด บนนิยามแห่งความ “สุดโต่ง” ไม่เหมือนใคร และไม่ง่ายที่ใครจะกล้าทำตาม

Switch Language: English

คำว่า “ของมันต้องมี” กับเรื่องการแต่งรถเหมือนจะเป็นคู่กัน ต้องใส่ล้อแท้ยี่ห้อนั้น ต้องใส่เบรกยี่ห้อนี้ ต้องใส่นั่นต้องใส่นี่ที่เหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จตายตัวไปแล้วในการแต่งรถสักคันหนึ่ง แต่เหมือนเป็นเรื่องตลกร้ายสำหรับบางคนเหมือนกัน ที่อุตส่าห์แต่งรถซะจัดเต็มออฟชั่น แต่พอขับไปกลับเหมือนไปเจอแฝดบนท้องถนนกับรถที่แต่งเหมือนๆ กัน  

ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า จริงๆ แล้วการทำรถ แต่งรถ ที่ใครต่อใครฮิตทำกันอยู่นั้นมันสะท้อนถึงตัวคุณเองมากแค่ไหน มันตอบความเป็นตัวคุณเองมากพอหรือยัง 

วันนี้เราจะพาคุณมาฉีกทุกข้อจำกัด กบฎทุกคำวิจารณ์ และมองข้ามทุกสิ่งที่ไม่ใช่ตัวคุณ เพื่อได้ค้นพบกับความเป็นตัวเองที่สื่ออกมาผ่านสิ่งที่คุณชื่นชอบอย่างการแต่งรถ ผ่านสไตล์การตกแต่งในแนว “Bosozoku” (โบโซโซกุ) ที่กำลังมาแรงที่สุด ณ เวลานี้ จากคุณส้ม Okumi แยงกี้ผู้หลงใหลในวัฒนธรรม Bosozoku อย่างเข้าเลือด และเป็นแอดมินของกลุ่มเฟซบุ๊ค “Bosozoku Thailand” 

Bosozoku คืออะไร ?

ความเก๋าความเท่ล้วนมีซ่อนอยู่ในทุกคน แต่ด้วย เทรดดิชั่นแนล วัฒนธรรมของแต่ละสังคมก็กลายเป็นการสร้างกรอบขึ้นมา บดบังความเป็นตัวตนที่แท้จริงในแต่ละคน แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถขวางพวกเขาได้ โดยคุณส้มได้แชร์เรื่องราวของที่มาความเป็น Bosozoku ได้อย่างเห็นภาพว่า 

“Bosozoku หรือ Zokusha แปลว่า “นักเลง” เป็นพวกวัยรุ่นเด็กๆ ‘Anti-Society’ ต่อต้านสังคมของญี่ปุ่น”

“ด้วยพื้นฐานวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในกรอบแต่จะมีพวกนอกกรอบนี้แหละที่แตกต่าง ชอบก่อเรื่อง แหกกฏ ตีรันฟันแทง อยากเป็นใหญ่ให้คนอื่นเกรงกลัว และทำทุกอย่างเพื่อความสะใจ”      

พาหนะคู่ใจ 

ภายใต้ของนิยามความเป็น Bosozoku พวกนี้เมื่อได้แสดงแสนยานุภาพ ก่อกวน ป่วนเมือง สร้างเรื่องจนกลายเป็นกลุ่มแก๊ง การนำเสนอซึ่งความเป็นตัวตนที่ชัดเจน ความโดดเด่น แตกต่าง ที่เริ่มมาจาความเป็นขบถภายในก็สะท้อนออกมาผ่านทุกสิ่งที่ครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นวัยไหน รุ่นไหน 

“Bosozoku ถ้าเป็นวัยรุ่นเด็กๆ มีรถมอเตอร์ไซค์ก็แต่งมอเตอร์ไซค์ของตัวเองในมีลักษณะเฉพาะตัวหรือเฉพาะกลุ่ม เอาแฟริ่งมาปรับยกสูง แต่งไฟให้วิวับแสบตา ทำที่พิงสูงๆ มีธงปัก ทำสีฉูดฉาดมีเกร็ดเพชร เพื่อโชว์ความเก๋าของตัวเอง โดดเด่นไม่เหมือนใครสร้างความแตกต่างกว่ารถคันอื่นๆ” 

“พอโตมามีรถยนต์ก็เป็นแต่งรถยนต์แทนซึ่งออกไปในแนวทางเดียวกับมอเตอร์ไซค์ก็คือ สร้างความแตกต่างและโดดเด่นให้มากที่สุด สัญลักษณ์ของความเป็นรถสไตล์ Bosozoku ก็คือ สีฉูดฉาดมีเกร็ดเพชร มีห่วงห้อยท้ายรถ(ขโมยมาจากรางรถไฟ) ท่อไม้ไผ่ ใส่แตรเป็นเสียงเพลงดังๆ ขับไปไหนก็กดแตรให้คนรู้ว่า Bosozoku มาแล้ว เอาออยคูลเลอร์ออกมาวางไว้หน้ารถ พ่วงสายให้ดูอลังการเหมือนรถแข่ง ไปจนถึงตัดต่อรถใหม่ให้เป็นทรงฉลาม (หน้าแหลม) ”

จุดเริ่มต้นและความแรงของกระแส Bosozoku ในบ้านเรา

หนุ่มใหญ่ที่ “ดูเก๋า” คนนี้เล่ากับเราว่า วัฒนธรรมการแต่งรถสไตล์ Bosozoku จริง ๆ มีมานานแล้วแต่ แต่ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะกลัวใครหาว่า “เสี่ยว” เพราะส่วนใหญ่แต่งรถสไตล์นี้ก็จะเป็นรถเก่า ๆ 70-80 คนที่เล่นส่วนใหญ่ก็จะอนุรักษ์นิยมมากกว่า ไม่ค่อยมีใครกล้าแต่งสไตล์นี้ แต่พอโลกแคบลงเพราะ Internet ทุกอย่างก็เปิดกว้างและทำให้ Bosozoku ก็กลายมาเป็นเทรนด์การแต่งรถที่มาแรงที่สุดในตอนนี้   

“10 ที่แล้วไม่มีใครกล้าทำ สมัยก่อนไม่ค่อยมีคนไทยรู้จักเลย ส่วนคนที่รู้จักก็ไม่มีใครกล้าทำ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะคิดว่ามันเสี่ยว”

“ส่วนรถพี่ 240Z คันนี้ก็ทำแนวนี้มาตั้งแต่ปี 2004-2005 ตอนเป็นสีขาว ออกมาหนแรกคนเห็นยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่เราไม่สนใจเราจะทำแบบนี้ สมัยก่อนสไตล์นี้เรารู้จักแค่ในการ์ตูน เป็นวัฒนธรรมที่ไม่มีใครพูดถึงกันมากนัก แต่พอ Internet เข้ามา เด็กอ่านการ์ตูน ได้เห็นรูป ก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้นก็กล้าทำมากขึ้น สังคมเปิดกว้างยอมรับกับพวกบ้าๆ บอๆ นี้มากขึ้น ผนวกกับพวกสื่อของเมืองไทยก็เอากระแสนี้มาโชว์มากขึ้นกว่าแต่ก่อนจนทำให้คนสนใจมากขึ้นมหาศาล ก็เลยกลายมาเป็นเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่จะเริ่มทำรถในสไตล์นี้”   

ความคิดสร้างสรรค์เหนือสิ่งอื่นใด 

“ตอนนี้ Bosozoku เป็นที่ยอมรับมากขึ้น คนเล่นรถทำเองง่ายๆ ราคาไม่แพงก็เป็น Bosozoku แล้ว ไม่จำเป็นต้องยึดติดว่าต้องเอารถเก่า 70-80 มาทำ รถยุค 90 ยุค 2000 ก็ทำได้” 

“ขอให้ทำแล้วมีกลิ่นอายของความเป็น Bosozoku ที่คุณสามารถปรับสไตล์นี้ให้เหมาะกับตัวคุณเอง ไม่ต้องยึดติดว่าต้องเป็นอะไหล่แท้ อะไหล่แพง ขอให้มันมีกลิ่นอาย” 

“ทำแนวนี้ไม่ต้องใช้งบเยอะเอาเท่าที่มี เพราะจริงๆ Bosozoku สมัยก่อนก็เริ่มมาจากเด็กๆ ที่ไม่มีตังหรอก อะไรแฮนเมดได้ก็ทำกัน เน้นเรื่องความคิดสร้างสรรค์และแสดงตัวตนของคุณ และเมื่อไรที่พิสูจน์แล้วว่าสไตล์ของคุณมันมีความโดดเด่นลงตัวพอ วันนั้นคนที่เห็นรถคุณเขาก็จะเข้าใจตัวคุณเองแหละว่าเป็นยังไง” 

ช่วงเวลาแห่งการ “หลุดพ้น” ฉีกกรอบทุกข้อจำกัด 

คุณส้มทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจถึงเรื่องของการแต่งรถในสไตล์นี้ เมื่อเป็นรถคุณ เป็นตัวคุณ อยากจะแต่งรถก็อย่าไปแคร์ใคร อยากทำอะไรรถก็ทำไปเลย การแต่งรถเป็นมากกว่าแค่เอาของแต่งมาใส่ให้เหมือน ๆ กัน แต่มันเหมือนงานศิลป์ที่ใส่ตัวตนของเจ้าของรถไปด้วย 

“คุณต้องก้าวข้ามข้อจำกัดและสิ่งที่คนอื่นมองคุณให้ได้ โชว์สิ่งที่ตัวคุณเองเป็น ทำ Bosozoku มันจะหลุดโลกไปเลย” 

“ตอนแรกที่ทำคันนี้แค่จะตัดซุ้มล้อยังคิดอยู่ 2 ปี เพราะอยากให้รถเตี้ยแต่ติดที่เสียดายรถ แต่พอตัดแล้ว ‘รู้สึกโล่ง’ เลย ไม่รู้สึกเสียดาย พอหลุดกรอบได้แล้วเนี่ย เราก็ทำอะไรกับรถที่อยากจะทำได้หมดแล้ว” 

“ถ้าตามกระแสคุณก็จะเป็นแค่คนๆ หนึ่งที่ตามชาวบ้านเขาอยู่ตลอดเวลา 

ทำที่เป็นตัวของตัวเองก็พอ”