รถลีมูซีน – ยานยนต์ที่แสดงถึงฐานะผู้ครอบครอง ความมั่งคั่ง ความร่ำรวย และชีวิตที่หรูหรา

Photo credit: Autoweek

‘รถลีมูซีน’ (Limousine) เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ยานยนต์ที่หรูหราและเคยได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่กาลเวลาจะพากระแสความนิยมเปลี่ยนแปลงไป แม้ปัจจุบันรถลีมูซีนจะไม่ได้รับความนิยมเหมือนในอดีต ด้วยเหตุผลอะไรหลายๆ อย่าง ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้หายสูญไป เราขอพาคุณเดินทางไปกับรถลีมูซีนคันงาม โปรดอย่าลังเลที่จะก้าวขึ้นรถมา เรากำลังจะออกเดินทางแล้ว

ก่อกำเนิดรถลีมูซีน

จุดเริ่มต้นของแนวคิดรถลีมูซีนนั้น มีการเปรียบเทียบว่าเกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุครถม้าในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยสิ่งที่รถลีมูซีนมีเหมือนกันอย่างแรกก็คือ การมีคนขับ (คนบังคับม้า) ตัวรถม้ามีการตกแต่งเป็นพิเศษกว่าปกติ พร้อมทั้งการเลือกใช้ม้าพันธุ์ดีในการลากจูง โดยทั้งหมดนี้เป็นการแสดงถึงฐานะความร่ำรวยของเจ้าของรถม้าได้เป็นอย่างดี

Photo credit: Ghosts of DC

สำหรับรถลีมูซีนมีจุดเริ่มต้นในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1902 โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถม้าในอดีต ซึ่งตำแหน่งของคนขับยังคงถูกเปิดโล่งเหมือนกับรถม้าไม่มีผิด แต่ยังดีที่มีหลังคาไว้กันแดดให้ มันช่างผิดแปลกกับห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการปิดห้องโดยสารไว้เป็นส่วนตัว พร้อมทั้งมีการตกแต่งให้หรูหราและสะดวกสบายในการเดินทาง ในยุคเริ่มต้นของรถลีมูซีน รถคนหนึ่งอาจสามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 3-5 คนเลยทีเดียว

(รถลีมูซีนยุคเริ่มต้น)

Photo credit: The Ashdown Classic Wedding Car Collection

การพัฒนาก้าวสำคัญ

นับได้ว่าในช่วงปี ค.ศ. 1902 เป็นจุดเริ่มต้นของรถลีมูซีน แต่มันยังไม่ใช่รถลีมูซีนที่เราคุ้นชินกันในปัจจุบันแต่อย่างใด โดยสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์จริงๆ ของรถลีมูซีนยังไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นมา จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1928 สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถก็เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

ที่รัฐอาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา มีบริษัทรถที่มีชื่อว่า ‘Armbruster & Company’ ได้เป็นผู้พัฒนาให้รถลีมูซีนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาจนถึงปัจจุบัน โดยในเวลานั้นทางบริษัทได้เลือกนำรถบัสมาดัดแปลงใหม่ เพื่อทำเป็นรถรับส่งนักดนตรีวงออร์เคสตรา พร้อมกับเครื่องดนตรีไปเล่นตามสถานที่ต่างๆ ในสรัฐอเมริกา ซึ่งรถบัสคันที่ถูกดัดแปลงมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘Big Band Buses’

(Big Band Buses)

Photo credit: pinimg

สำหรับการดัดแปลงรถบัส Big Band Buses ที่ได้กลายเป็นมาตรฐาน และเป็นเอกลักษณ์ของรถลีมูซีนก็คือ ‘ตัวถังรถที่ยาวขึ้น’ ทางบริษัทมีการดัดแปลงตัวถังของรถบัสใหม่ โดยการต่อขยายให้มีความยาวไปจากเดิมพอสมควร ทั้งนี้ แง่มุมการดัดแปลงรถบัสในขณะนั้นของบริษัท ไม่ได้คิดถึงความหรูหรามีฐานะแต่อย่างใด แต่มันเป็นเรื่องการทำให้รถสามารถบรรทุกได้มากกว่าเดิมนั่นเอง

ถึงแม้ในช่วงแรกของรถลีมูซีนยังมีความก้ำกึ่งอยู่พอสมควร ระหว่างรถคันที่เน้นตกแต่งหรูหราบ่งบอกถึงฐานะของผู้ครอบครอง กับรถบัสดัดแปลงที่มีการยืดขยายตัวถังให้ยาวขึ้นเพื่อใช้งานในเรื่องการบรรทุก ดูเหมือนว่าเส้นแบ่งระหว่างความหรูหรากับอรรถประโยชน์ยังดูไม่ชัดเจนและผสมผสานกันยังไม่ค่อยจะลงตัว

30 ปีให้หลัง ช่วงปี ค.ศ. 1930-1940 นับเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของรถลีมูซีน เมื่อบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการเดินทางได้เลือกนำรถลีมูซีนมาเป็นจุดขายให้ลูกค้า นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ก็เลือกใช้รถลีมูซีนให้บริการลูกค้าในการเดินทางไปสนามบิน หรือพาเที่ยวชมตามสถานที่ต่างๆ

(หน้าตาของรถลีมูซีนช่วงปี ค.ศ. 1930-1940)

Photo credit: HYMAN

ความนิยมสูงสุด

ทุกอย่างดูเหมือนจะใกล้เคียงความหรูหราเข้าไปในทุกขณะ หลังจากได้รับความนิยมชมชอบในธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรมแล้ว ต่อมาในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ก็ได้เลือกใช้รถลีมูซีนในการวิ่งรับส่งผู้คนในพื้นที่กองถ่าย จนสุดท้ายเหล่านักแสดงก็ได้กลายเป็นคนที่ผลักดันให้รถลีมูซีนมีภาพลักษณ์ในเรื่องความหรูหราขึ้นมา ส่งผลให้รถได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาที่ก็นั่งรถลีมูซีนเช่นกัน

(Richard Nixon ประธานาธิบดีคนที่ 37 ของสหรัฐอเมริกา)

Photo credit: pinimg

นอกจากนี้แล้ว ความนิยมยังแพร่ขยายไปสู่รถที่ทำพิธีศพอีกด้วย เรียกได้ว่าในนาทีนั้น ใครๆ ก็อยากสัมผัสรถลีมูซีนกันอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะมีลมหายใจหรือไม่ก็ตาม แต่เพราะความหรูหราและการแสดงถึงความมั่งคั่ง ทั้งหมดนี้เป็นภาพลักษณ์ของรถลีมูซีนอย่างปฏิเสธไม่ได้ มันจึงถูกนำมาใช้บ้างในพิธีศพ

(รถลีมูซีนกับงานศพ)

Photo credit: Premiere Transportation

ทุกอย่างมีข้อดีมีข้อเสีย

ทุกอย่างดูเรียบง่ายและดำเนินไปตามอย่างที่มันควรจะเป็น แต่ความนิยมชมชอบของรถลีมูซีนอาจไม่ใช่สำหรับทุกพื้นที่บนโลกก็ว่าได้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ในเมืองไทยนั่นล่ะ ความนิยมชมชอบรถลีมูซีนเรียกว่าอยู่ในระดับที่เฉพาะกลุ่มพอสมควร ด้วยปัจจัยหลายๆ เหตุผลที่ทำให้ไม่ได้รับความนิยม

ตัวถังรถที่มีการดัดแปลงให้ยาวขึ้น เพื่อให้ห้องโดยสารสามารถรองรับผู้คนได้จำนวนที่เยอะ ซึ่งมันต้องแลกกับการขับขี่ที่ยากขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลี้ยวรถที่แสนยากลำบาก การถอยหลังที่ต้องใช้ฝีมือคนขับพอสมควร ตลอดจนรถต้องใช้พื้นที่จอดพิเศษกว่าปกติ ซึ่งไม่ใช่ทุกสถานที่จะสามารถรับรองได้ อีกปัจจัยก็คือสภาพถนนในเมืองไทยที่ดูไม่อำนวยในการขับขี่สักเท่าไหร่ เรื่องเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รถลีมูซีนไม่ได้รับความนิยมในบ้านเรา

(รถลีมูซีนกับตัวถังที่ยาว)

Photo credit: PISSUP

นอกจากนี้รถลีมูซีนที่ใหญ่และมีการตกแต่งห้องโดยสารที่หรูหรานั้น มันจะมาพร้อมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งการที่รถจะสามารถวิ่งไปตามเส้นทางต่างๆ ไม่ว่าจะเนินลาดชัน การขับขี่บนสะพานทางด่วน ตลอดจนการเร่งแซง ทุกอย่างถูกย้อนไปกลับหา ‘เครื่องยนต์’ ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่ารถลีมูซีนต้องมีเครื่องยนต์ที่ขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถให้พละกำลังได้เป็นอย่างดี แต่ต้องแลกมาด้วยอัตราบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง เรียกได้ว่า 5 กิโลเมตร/ลิตร ไม่ใช่เรื่องยากเย็นแน่นอน

อีกปัจจัยที่ต้องพูดถึงก็คือ ‘กระแสที่เปลี่ยนไป’ ถึงแม้ภาพลักษณ์ความหรูหราของรถลีมูซีนยังคงอยู่เช่นเดิม มันก็ไม่สามารถดึงดูดผู้คนให้นิยมได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากมีกิจกรรมต่างๆ ที่เข้ามาเป็นตัวเลือกของผู้คน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ก็ยังคงแสดงถึงความพิเศษ ความหรูหรา และความมั่งคั่งร่ำรวยอยู่เหมือนเดิม ยกตัวอย่างง่ายๆ ความนิยมในปัจจุบัน ’ล่องเรือยอร์ช’ คงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดก็ว่าได้

Photo credit: pinimg

ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางของรถลีมูซีนที่สุดแสนจะพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้น ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จนมาถึงความนิยมชมชอบสูงสุดในยุคสมัยหนึ่ง ก่อนที่ความนิยมจะลดลงไปเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถหาบริการรถลีมูซีนได้ไม่ยากเย็นในบ้านเรา ใครที่อยากสัมผัสก็ลองเสิร์ชในกูเกิลได้เลย มีพร้อมบริการคุณแน่นอน

อ้างอิง

Big Limos

CoachBuilt

Mottoraka