เก่าแค่ไหน ถึงควรจะเลิกใช้งาน? – คำถามที่ทุกคนล้วนมีคำตอบในใจ

Photo credit: Greg Martin

“เราจะใช้รถคันนี้ไปอีกกี่ปี” น่าจะเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวใครหลายคนอย่างแน่นอน ไม่ว่าคุณจะมีรถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ก็ตาม เพราะวันหนึ่งวันใด มันก็ต้องกลายเป็นรถรุ่นเก่าที่ดูล้าสมัย ดีไซน์ตกยุค และไม่สวยอีกต่อไป แม้ปัจจุบันนี้จะเป็นรถป้ายแดงที่เพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูมก็ตาม

เมื่อไหร่ถึงควรเลิกใช้งาน?

นักเขียนเชื่อว่าคำถามนี้จะมีคำตอบที่แตกต่างกันออกไปแน่นอน หากได้ลองถามกันแล้วล่ะก็ ต่างคนล้วนมีเหตุผลและปัจจัยที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะใช้งานไปแบบเรื่อยๆ ไม่มีกำหนดอะไร หรือบางคนอาจจะเปลี่ยนคันใหม่ทันที หากรถคันเดิมที่ใช้งานอยู่มีอายุมากกว่า 6-7 ปี เป็นต้น

แม้บนท้องถนนปัจจุบันจะยังสามารถพบเห็นรถเก่าๆ ได้แบบไม่ยากเย็นอะไร ซึ่งเราก็ไม่อาจรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมเจ้าของยังคงเลือกใช้งานรถเก่าอยู่ แต่มันก็พอจะคาดการณ์ได้อยู่บ้าง อาจเป็นเพราะความผูกพัน มีความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับรถคันนั้น อาจเพราะเป็นรถสะสม หรืออาจยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนรถใหม่ก็เป็นได้

ในมุมมองของรถยนต์ก็ยังพอเข้าใจได้ เพราะการเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่นั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงพอสมควร อาจต้องมีความพร้อมในเรื่องของการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ในฝั่งของรถมอเตอร์ไซต์ ปัญหาในเรื่องราคาอาจไม่ใช่สาเหตุใหญ่ในการเปลี่ยนคันใหม่สักเท่าไหร่ แล้วเหตุผลไหนกันแน่ที่ทำให้ไม่ยอมเปลี่ยน เราจะมาแชร์มุมมองและเหตุผลในเรื่องนี้กัน

(Honda Fighter) Photo credit: ต้นรถเป็นอะไรอะ

ปัจจัยที่จะเร่งเร้าให้ต้องเปลี่ยนรถคันใหม่

  1. มีปัญหาให้ซ่อม ให้แก้อยู่เนืองๆ

เรื่องนี้จะโทษดวงไม่ดีก็ยังพอได้ เพราะคงไม่มีใครคิดซื้อรถที่มีปัญหามาใช้งานแน่ๆ แต่บางครั้งโชคชะตาก็ไม่เข้าข้างเราสักเท่าไหร่ ถ้าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นสามารถจัดการแก้ไขให้จบได้เลย และจะไม่เป็นซ้ำอีกในระยะเวลาที่รวดเร็ว ก็ให้ถือว่าโชคชะตายังคงเข้าข้างเราอยู่ไม่มากก็น้อย

แต่ถ้าซ่อมแล้วไม่จบ มีปัญหาเกิดขึ้นซ้ำในจุดเดิมๆ หรือแก้ตรงนี้แล้วก็ไปเกิดปัญหาที่ใหม่แทน สิ่งนี้เองจะเป็นตัวเร่งให้คุณต้องเปลี่ยนรถคันใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า “ซื้อรถมาใช้งาน ไม่ได้ซื้อมาซ่อม” ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้อาจไม่ค่อยพบเจอในรถจักรยานยนต์สักเท่าไหร่ เพราะมันไม่มีความซับซ้อนเท่ากับรถยนต์นั้นเอง แต่ก็มีให้เห็นอยู่เนืองๆ โดยส่วนใหญ่จะเป็นแบรนด์รองหรือแบรนด์น้องใหม่เพิ่งเกิด

(Tiger 200 รถตำรวจที่มีปัญหาจุกจิก จนสุดท้ายไม่สามารถใช้งานได้) Photo credit: เก่ง บางแค

ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับรถเก่ามีอายุอย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครสามารถทนซ่อมไปเรื่อยๆ จนรถมีอายุหลายปี คนส่วนใหญ่ต้องจบปัญหาด้วยการเปลี่ยนรถใหม่เท่านั้น เรียกง่ายๆ คือทนซ่อมไปก็ไม่จบไม่สิ้น เปลี่ยนคันใหม่ให้มันจบสิ้นไปง่ายกว่าเยอะ เพราะอีกไม่นานก็ต้องเปลี่ยนรถใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

  1. อะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ เริ่มหายาก

หากเราเลือกใช้งานรถที่มีอายุเยอะๆ และมันไม่ใช่รุ่นยอดนิยมในท้องตลาดสักเท่าไหร่ เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ อะไหล่ที่เคยหาซื้อได้ง่ายก็จะกลับกลายเป็นของหายาก อีกทั้งยังไม่มีของเทียบของเทียมให้ใช้ทดแทนอีกด้วย

นอกจากนี้ จากที่เคยสามารถซ่อมได้ทุกร้าน ก็จะกลายเป็นว่าต้องใช้บริการร้านเฉพาะเจาะจงเพียงเท่านั้น ปัจจัยนี้เองที่ทำให้การใช้งานรถมีความลำบากมากขึ้นพอสมควร ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจยอมแพ้ในจุดนี้ โดยอาจจะเลือกเก็บรถคันเก่าที่เริ่มหาอะไหล่และช่างซ่อมยากไว้แค่ขี่โชว์เพียงเท่านั้น

สำหรับอะไหล่ที่หายากขึ้นและไม่มีอะไหล่ของเทียบ ซึ่งต่อให้มีอะไหล่เทียบขาย คุณภาพก็จะไม่สามารถเทียบเคียงอะไหล่แท้จากโรงงานได้ และเมื่อตลาดยังมีความต้องการสูง แต่จำนวนอะไหล่แท้ชิ้นนั้นเหลืออยู่ในจำนวนจำกัด ปัจจัยนี้ทำให้เกิดการปรับราคาซื้อขายกันแบบก้าวกระโดด ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะพร้อมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น

(ไฟเลี้ยวแท้ 4 ดวง ถูกนำออกมาขายในราคา 95,000 บาท) Photo credit: Mocyc GT

กรณีที่ยกมานี้เป็นเรื่องจริงซึ่งเกิดขึ้นในประเทศบ้านเรา สำหรับชุดไฟเลี้ยวของรถจักรยานยนต์ Honda CB92 (ฮอนด้าหมู) ถ้าใครเล่นรถมอเตอร์ไซค์เก่าก็น่าจะรู้จักรุ่นนี้กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในรถสะสมของคนทั้งโลก ซึ่งไฟเลี้ยว 4 ดวงนี้ที่เป็นของแท้จากโรงงาน ได้ถูกนำมาประกาศขายอยู่ที่ 95,000 บาท และผู้ขายก็ยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า “หาไม่ได้อีกแล้ว” และหากใครที่หาได้ก็พร้อมรับซื้อในราคาที่สูงกว่านี้ เรียกได้ว่าคนขายมีความมั่นใจอย่างมาก ว่ามันไม่สามารถหาซื้อได้อีกแล้ว

(Honda CB92) Photo credit: SHOTZphoto
  1. ไม่ตอบโจทย์การใช้งานอีกต่อไป

นี่คงเป็นเรื่องของเหตุผลและความรู้สึกเป็นหลัก สำหรับใครที่ขับรถมอเตอร์ไซค์เก่า น่าจะเข้าใจถึงความไม่สะดวกสบายในการใช้งาน หากไปเทียบเคียงกับรถรุ่นใหม่ๆ ที่เพิ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะเป็นแง่ของสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ดีกว่า อัตราบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีกว่า ตลอดจนมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา ทำให้ภาพรวมของรถรุ่นใหม่ๆ ได้เปรียบกว่าพอสมควร

ตัวอย่างที่น่าจะเห็นภาพชัดเจนก็คือ ‘รถสกู๊ตเตอร์’ ถือว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการออกแบบดีไซน์ให้ตอบโจทย์กับยุคสมัยปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเกียร์แบบออโตเมติกที่ใครๆ ก็สามารถขับขี่ได้อย่างง่ายดาย มีที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาดใหญ่ และมีช่องชาร์จไฟมือถือจากโรงงานติดตั้งมาให้ หากได้ลองขับดูก็แทบจะลืมรถคันเก่าไปได้เลย

ทั้งนี้ คงต้องย้อนกลับไปหาคำถามที่ว่า “เก่าแค่ไหนถึงควรจะเลิกใช้งาน” ด้วย 3 เหตุผลที่อธิบายไปนั้น ถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักของคนส่วนมากที่จะเลิกใช้รถคันเก่า (เหตุผลนี้ใช้ได้ทั้งรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์) อย่างไรก็ตาม อาจมีอีกหลายเหตุผลในการเปลี่ยนที่ไม่ได้พูดถึงเช่นกัน

(Vespa) Photo credit: pinimg

ดังนั้น เรื่องนี้จึงไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัว เพราะมีหลากหลายองค์ประกอบจริงๆ หากเรายก Vespa รุ่นเก่ามาเป็นตัวอย่างแล้วล่ะก็ บริบทเหล่านี้ก็ไม่อาจสามารถใช้ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีการผลิตใหม่ มีให้เลือกหลายเกรด หลายราคา คนสะสมกันทั้งโลก และหากเก็บไว้ราคาก็มีแต่เพิ่มพูนไปเรื่อยๆ สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ที่จะเลิกใช้งานรถเก่า มันก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของเจ้าของรถนั่นล่ะ