“สาวขี่ฟีโน่แดง ทำให้ผมจิตใจเต้นแรง” หนึ่งในตำนานของยามาฮ่า

“สาวขี่ฟีโน่แดง ทำให้ผมจิตใจเต้นแรง

เพียงแค่ขอได้เป็นแค่แฟน แค่เราสองคนจะไม่ให้ใครแทน”

เชื่อว่าใครที่เล่นติ๊กต็อกในช่วงที่ผ่านมาก็จะได้ยินเพลงนี้กันอย่างทั่วถึงแน่นอน เพราะมันฮิตจนเป็นไวรัลพอสมควร โดยเพลงนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘สาวขี่ฟีโน่แดง’ ผลงานของ Chiangmai Ruletz ซึ่งถูกปล่อยทางยูทูปมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2011 และใช้เวลาเดินทางถึง 10 ปี กว่าจะฮิตจนเป็นกระแสในปัจจุบัน

แต่สิ่งที่จะพูดถึงในบทความนี้ไม่ใช่เรื่องวงดนตรี ไม่ใช่เรื่องของติ๊กต็อกที่สามารถทำให้เพลงกลับมาเป็นกระแสได้ แต่เราจะพูดถึงรถออโตเมติกที่มีชื่อว่า ‘ฟีโน่’ แบบเนื้อๆ เน้นๆ ว่าทำไมเนื้อเพลงต้องพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้

(Yamaha Fino)

‘Yamaha Fino’ (ยามาฮ่า ฟีโน่) เป็นรถมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกที่วางจำหน่ายในไทยเมื่อปี ค.ศ. 2006 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในรถออโตเมติกรุ่นบุกเบิกของทางบริษัทยามาฮ่า ซึ่งในช่วงปีนั้นทางบริษัทจะมีรถออโตเมติกทำตลาดอยู่ 3 รุ่น ได้แก่ Yamaha Nouvo, Yamaha Mio และมี Yamaha Fino เป็นน้องคนสุดท้อง

จาก 3 รายชื่อรถออโตเมติกที่ถูกกล่าวมานั้น เบอร์ 1 เรื่องความฮิตแบบปังๆ ได้ตกเป็นของ Yamaha Mio ด้วยรูปทรงที่ถูกใจวัยรุ่น พร้อมกับบริษัทได้เลือกให้วง Clash เป็นพรีเซนเตอร์ ประจวบเหมาะกับจังหวะที่วงกำลังประสบความสำเร็จในอัลบั้มที่สอง พร้อมกับ ‘แบงค์’ นักร้องนำของวงที่ช่วงนั้นไว้ผมทรงโมฮอว์กสุดเท่ องค์ประกอบเหล่านี้ได้ทำให้ Yamaha Mio กลายเป็นรถออโตเมติกที่ฮิตสุดๆ 

(Yamaha Mio กับวง Clash)

เมื่อรถออโตเมติกได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง มันก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ทำให้ยามาฮ่าคิดจะส่งรถออโตเมติกรุ่นใหม่มาทำตลาดเพิ่ม โดยสาเหตุหนึ่งก็เพราะว่า Yamaha Mio ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชายเสียส่วนใหญ่ หากบริษัทมีรถออโตเมติกดีไซน์น่ารัก ออกมาตีตลาดผู้หญิงสักรุ่น มันก็คงเป็นอะไรที่สมเหตุสมผลอยู่พอสมควร จึงทำให้ Yamaha Fino ถือกำเนิดขึ้นมา

ครั้งแรกที่เปิดตัว Yamaha Fino จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ซึ่งแตกต่างกันตรงระบบเบรกหน้าที่เป็นดรัมและดิสก์เพียงเท่านั้น ได้แก่ รุ่นดรัมเบรกจะมีราคา 41,000 บาท และรุ่นดิสก์เบรกจะมีราคา 42,500 บาท โดยราคาจำหน่ายต่างกันเพียงเล็กน้อย พร้อมนำไปเทียบกับ Yamaha Mio ก็มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 39,500 บาท

ทุกอย่างมันพาย้อนกลับไปหาเหตุผลที่ว่า Yamaha Fino ถูกสร้างมาเพื่อตีตลาดผู้หญิง เพราะฝั่ง Yamaha Mio ตีตลาดผู้ชายไปสำเร็จแล้ว โดยราคาจำหน่ายของรถทั้งสองโมเดลใกล้เคียงกันอย่างมาก ประมาณ 1,000 บาท (บวก/ลบ) ก็เปรียบเทียบเหมือนกับถ้าคุณไม่เลือกทางขวา มันก็คงต้องไปทางซ้าย หากใจคุณได้เลือกรถมอเตอร์ไซค์ยามาฮ่าไปแล้ว

หลังจากเปิดตัวไปในปี ค.ศ. 2006 ไม่นาน Yamaha Fino ก็สามารถขึ้นแท่นเป็นรถออโตเมติกยอดนิยมของบริษัทได้ในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี (นับตั้งแต่เปิดตัว) ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากดีไซน์ที่แตกต่างกับรถออโตเมติกรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นแฟชั่นทันสมัย การเลือกพรีเซนเตอร์เองก็มีผลต่อภาพลักษณ์อย่างสูง สิ่งเหล่านี้เองเป็นผลที่ทำให้เกิดมีกระแสฟีเวอร์ขึ้นมา

(กอล์ฟ-ไมค์ หนึ่งในพรีเซนเตอร์ Yamaha Fino)

หากใครยังพอจำได้ก็คงจะรู้ว่า Yamaha Fino ได้รับความนิยมในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายแรกที่บริษัทตั้งใจเจาะกลุ่มตลาดอย่างผู้หญิง ตลอดจนขาซิ่งทั้งหลายที่เอาไปแต่งแรงแข่งขันกัน เท่านั้นยังไม่พอ ทางยามาฮ่าก็จัดประกวดแต่ง Yamaha Fino ไปในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสามารถคัสตอมออกเป็นหลายรูปแบบ ทำให้เป็นการกระตุ้นให้ผู้คนสนใจเข้าไปอีกระดับ

(ประกวดแต่ง Yamaha Fino)

ตามจริงแล้ว ในปี ค.ศ. 2008 ที่ทางยามาฮ่าได้ออกมาพูดถึงความสำเร็จอย่างสูงของ Yamaha Fino จนสามารถจ้างวงบอยแบนด์เกาหลีแห่งยุคอย่าง ‘Super Junior’ มาเป็นพรีเซนเตอร์ได้ ก็สามารถการันตีถึงความสำเร็จถล่มทลายได้แล้ว เพราะตามปกติของรถมอเตอร์ไซค์ที่ขายในไทย มักจะมีการเลือกดาราศิลปินที่กำลังมีกระแสในปัจจุบันมาเป็นพรีเซนเตอร์เสียมากกว่า การที่สามารถจ้างศิลปินระดับอินเตอร์มาเป็นพรีเซนเตอร์ได้นั้น บริษัทต้องควักเงินจ่ายในระดับสูงอย่างแน่นอน

(วง Super Junior)

สำหรับช่วงเวลาแห่งความนิยม Yamaha Fino ก็เรียกว่ายาวนานหลายปีพอสมควร จนสุดท้ายความนิยมก็เสื่อมคลายไปตามเวลา โดยเฉพาะเรื่องของคู่แข่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ตัวอย่างที่เด่นชัดสุดคงเป็นการกลับมาอีกครั้งในไทยของ Vespa นั่นเอง ซึ่งเข้ามาเติมเต็มตลาดรถออโตเมติกที่เน้นดีไซน์รูปทรงนั้นเอง

เรียกได้ว่ามีหลายเรื่องให้จดจำและพูดถึงสำหรับ Yamaha Fino ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ระยะเวลาการทำตลาดที่ยาวนาน โดยปัจจุบันทางยามาฮ่ายังคงทำตลาด Yamaha Fino อยู่เหมือนเดิม จากวันที่เปิดตัวจนถึงปัจจุบันก็นับเป็นเวลายาวนานถึง 16 ปี ซึ่งเคลมได้ว่าเป็นโมเดลรถออโตเมติกของบริษัทที่ทำตลาดยาวนานที่สุดในไทย นอกจากนี้ราคาก็ถูกสุดในบรรดารถออโตเมติกของยามาฮ่าอีกด้วย

กลับมาที่เรื่องความนิยมชมชอบจนเป็นกระแสของ Yamaha Fino นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการนำรถมอเตอร์ไซค์เข้าไปเกี่ยวข้องกับเนื้อหาบทเพลง ตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดคงเป็นเพลงที่ชื่อว่า ‘สาวมอเตอร์ไซค์’ ของ ‘จรัล มโนเพ็ชร’ ซึ่งบอกถึงความนิยมชมชอบรถ Kawasaki ที่มีอิทธิพลต่อตัวศิลปินผู้แต่งเป็นต้น

(“อ้ายได้ยินยังมาผิดใจแต้ว่า จะขายนาซื้อคาวาสักกัน”)

สิ่งของต่างๆ ที่เป็นกระแสก็มักจะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในเนื้อเพลงได้ทั้งหมด อีกตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ‘ชาเขียว’ ที่ได้รับความนิยมไปทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงปี ค.ศ. 2005 ก็มีวงดนตรีชื่อว่า Prinky Groove หยิบเอาชาเขียวไปแต่งเป็นเพลงเช่นกัน ซึ่งถือว่าโด่งดังในทันที และประสบความสำเร็จไม่ต่างจากสาวขี่ฟีโน่แดงในยุคนี้เลยทีเดียว

กลับมาที่ปัจจุบันในขณะนี้ ถึงแม้ Yamaha Fino จะหมดกระแสความนิยมไปนานแล้ว แต่ตัวตายตัวแทนของมันก็เกิดขึ้นมาสักพักใหญ่เช่นกัน รุ่นนั้นจะเป็นใครอื่นไม่ได้นอกจาก Yamaha Grand Filano จากสถิติข้อมูลในปี ค.ศ. 2021 มันก็ถือได้ว่าเป็นรถออโตเมติกที่มียอดขายสูงสุดของบริษัทยามาฮ่า 

ช่างน่าเสียดายที่ในปัจจุบัน ยังไม่มีใครคิดแต่งเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ Yamaha Grand Filano ออกมาให้เราได้ยินเลย ซึ่งโอกาสนี้อาจเป็นของคุณ ที่ในอนาคตอาจได้เป็นศิลปินดังไม่วันใดก็วันหนึ่ง เหมือนกับเพลง ‘สาวขี่ฟีโน่แดง’ ที่แต่งทิ้งไว้เป็น 10 ปี วันดีคืนดีกลับกลายเป็นเพลงดังที่ใครๆ ก็สามารถร้องตามได้

ขอขอบคุณรูปภาพจาก Yamaha