Miss Grand 2020: Not Your Average Pageant Queen

“It’s all grand everywhere from now on,” asserts the bold slogan of Miss Grand 2020, a new breed of beauty pageant that does away with the old-fashioned, swapping things like a tedious walk for a runway strut.  And, of course, there’s a highlight where each contestant uses her personality to introduce herself, proudly announcing the province she represents

“Miss Grand… Ranong!” Even if you’re not a fan of beauty pageants, you’re probably similar with this line and the stage on which she fabulously graced. Miss Grand Thailand 2020 is a national beauty pageant where the winner, selected from 77 contestants from all provinces, goes on to represent Thailand at Miss International 2020. This year, Ranong native Patcharaphon “Nam” Chanpradit took home the crown with her powerful answer to the final question, leaving the spectators in awe.

We sat down with Nam for a chat. “When I stood on that stage, I was given the opportunity to freely express my opinion as a citizen. It was my spot. And as you can see from the way we introduced ourselves, each girl from each province was fully in control of her creativity. You can see how unique it is from other pageants (laughs). I believe that my personality earned me the crown, and that’s where Miss Grand stands out the most.” She further revealed that Miss Grand was her very first beauty pageant and, as a girl from the south, she was overjoyed to have claimed the competition’s top spot.

She recalled the year 2019 when she first got involved with the competition for the first time. It all began when this group of “pii liang” (a mentor) approached her while she was at her part-time job. She had no clue why they gave her the opportunity, but it was the right timing and they probably thought that she would be that fierce candidate they were looking for. In fact, she entered the competition in hopes of representing Surat Thani, not Ranong for which she’s known today. When that first year didn’t go as planned, her mentors decided to enter her again in the following year, this time she finally got to represent Ranong. Being on such a national stage was a big deal for her. It was all a new learning experience. “It was my first time being in a beauty parade and wearing a provincial costume, a dress gown, and bathing suits. I never got to be in any beauty pageant before, so I wanted to do my best when given the chance.”

It wasn’t just her beauty that played a part in her winning, but also her attitude. Nam proved that she’s truly worthy of the title by maximizing the given 30 seconds with her well thought out answer during the question round. “30 seconds wasn’t nearly enough to really delve into anything in detail. I had to sum everything up in the most succinct way.”

Cut to September 19, 2020. Up on the stage, Miss Grand contenders are rattling off their best self-introduction, hoping to snatch the coveted crown. Outside In the parallel world, people are taking to the streets, rightfully asking for democracy to be restored. Different scenes, same fighting spirit. Miss Grand is not just about a search for beauty and great attitude, but also a voice that would go on to represent the people as well as the country on the international level.

The question given to Nam was a challenging one: “The situation surrounding the protests seems to be escalating. If you have a chance to side with only one group of people, who would you choose between the protestors and the government? And what would you say to diffuse the situation?” Her answer?

“Honestly, I would choose the protestors because I believe each one of us has the right to our opinion. I want what’s best for our nation. I want to also tell the government that, if you’re really calling this country ‘Thailand,’ we need real democracy. And moreover, we need you to get out of the country!” 

In a way, the demand from a beauty pageant resonates with the roar from Sanam Luang. Beauty queen is no longer just a beauty queen, she voiced her opinion as a citizen through her answer. At that moment on that stage, the spotlight was on her and all eyes were on her. She had a platform and she chose to speak for the people. 

We talked to her a bit about politics. She told us that, “For me, politics belongs to all of us. If you pay tax or use public transport, everything in this country essentially concerns its citizens. When we can’t even say what we think, how can we even call it democratic? Even if I didn’t enter this pageant, I’m still a Thai citizen who has to pay tax.” She also told us that, “It all became even clearer when I won the pageant and the fact that the prize money is subject to tax deduction. I mean, if you take that money from me, it should be used for the greater good of the country and its people, right?”

We told her about the growing trend of people asking celebrities to step up and “call out” the government. “I actually feel for them [the people]. What I don’t get is how those [celebs] are still afraid of losing their privilege. In the end, something’s got to give. If a sacrifice has to be made for the betterment of the country, then maybe that’s the only way.” With her voice getting more firm, she added “Don’t forget that, there’s a whole generation of people after us and after them. I feel like we’re holding on to our privilege without thinking of the society’s greater good. Wouldn’t be best if we come out in arms to fight for our country together? People asked me, ‘Nam, why didn’t you stay in the middle?’ I told them that, well, if the problem is with the left hole, why would you try to solve it by covering the middle hole? Go to the root of the issue and fix it there.”

มิสแกรนด์ 2020 ตัวแทนสาวงามที่ต้องกล้ายืนหยัดอยู่บนสองเวที!

มิสแกรนด์ 2020 ตัวแทนสาวงามที่ต้องกล้ายืนหยัดอยู่บนสองเวที!

“นับจากนี้ทุกพื้นที่มีแต่แกรนด์” เวทีที่สร้างสีสันและความแตกต่างให้วงการนางงาม พลิกโฉมการเดินโชว์แบบชดช้อยอย่างที่เรามีภาพจำในอดีต สาวงามที่สวมใส่ชุดด้วยความตระการตา ท่วงท่าการเดินแบบจิกขาสับอย่างมีจริต และการแนะนำตัวที่มีเอกลักษณ์ แค่สาวงามเอ่ยปากแนะนำตัวล่ะก็รู้เลยว่าเป็นสาวงามจากเวทีไหน นี่แหละถือว่าเป็น Highlight ของเวทีนี้เลย

มิสแกรนด์….ระนอง! ต่อให้ใครไม่เป็นสายนางงาม ถ้าเสียงขึ้นต้นการแนะนำตัวขนาดนี้ ก็ต้องรู้แล้วได้แล้วว่านางงามคนนี้เฉิดฉายมาจากเวทีไหน “Miss Grand Thailand 2020” เวทีเฟ้นหาสาวงาม ทัศนคติดีจาก 77 จังหวัด เพื่อไปเป็นตัวแทนในการแข่ง “Miss International 2020” ในนามตัวแทนของประเทศไทย ซึ่งในปีนี้ ได้ตัวแทนคนสำคัญจากจังหวัดระนองอย่าง “น้ำ พัชรพร จันทรประดิษฐ์” ที่คว้ามงกุฎไว้ได้อย่างอยู่มัด ด้วยการตอบคำถามที่มัดใจกรรมการ และสร้างเสียงฮือฮาให้กับคนในงานเป็นอย่างมาก

ทาง EQ มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับน้ำ เธอเล่าให้ฟังว่า “ทุกครั้งที่ยืนอยู่บนเวทีแล้ว โอกาสนั้นเป็นของเรา เราสามารถแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เพราะตรงนี้คือพื้นที่ของเรา จะสังเกตได้จากการแนะนำตัวของแต่ละจังหวัดมันมีเอกลักษณ์ แล้วแต่ว่าใครจะสร้างสรรค์ขึ้นมาให้เป็นรูปแบบไหน ถ้าพี่เคยดูมิสแกรนด์ก็จะเห็นจริงๆ ว่ามันแตกต่างจากเวทีอื่น (หัวเราะ) น้ำเชื่อว่าที่เราจะมาเป็นนางงามในปัจจุบันได้ก็ต้องเป็นตัวของตัวเองให้คนจำในแบบที่คุณเป็น นี่แหละคือเอกลักษณ์และเสน่ห์ของความเป็นแกรนด์” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พร้อมกับความปลื้มปิติ เพราะในฐานะเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสจนมาเป็น “น้ำ พัชรพร” แบบที่เราได้ยลโฉมทุกวันนี้ เวทีมิสแกรนด์ก็ยังถือเป็นเวทีแรกที่เธอได้ย่างกายเข้ามาคลุกคลีกับวงการนางงามอีกด้วย 

เธอเริ่มเล่าย้อนไปตั้งแต่ปี 2019 ที่ตอนนั้นเธอมีโอกาสได้ประกวดมิสแกรนด์เป็นครั้งแรก มีพี่เลี้ยงเดินเข้ามาชักชวนในขณะที่เธอกำลังยืนทำงานพาร์ทไทม์อยู่ เธอไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเหมือนกันที่จู่ๆ กลุ่มพี่เลี้ยงถึงหยิบยื่นโอกาสให้เธอ แต่ก็คงเป็นเวลาที่ประจวบเหมาะพอดี เพราะตอนนั้นในสายตาพี่เลี้ยงของเธอลงความเห็นกันแล้วว่าเธอเป็นหน่วยกล้าตายที่ใช่ในเวลานั้น  นั่นถือเป็นครั้งแรกที่เธอได้เข้ามาเดินสายประกวดมิสแกรนด์ แต่ไม่ใช่ในนามจังหวัดระนองอย่างที่ทุกวันนี้เราได้เห็นกันหรอก เพราะมันเริ่มจากการที่เธอเข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ประกวดของมิสแกรนด์จังหวัดสุราษฎ์ธานี แต่แล้วสุดท้ายก็ไม่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของจังหวัดสุราษฎ์ธานี  ทำให้ในปี 2020 พี่เลี้ยงก็ได้เตรียมการส่งเธอเข้าประกวดใหม่ เธอจึงได้มีโอกาสเป็นตัวแทนของมิสแกรนด์จังหวัดระนองเพื่อเข้าไปร่วมประกวดเวทีระดับประเทศอย่างมิสแกรนด์ไทยแลนด์ สำหรับเธอแล้วบนเวทีระดับประเทศขนาดนี้นับว่าเป็นความตื่นเต้นครั้งยิ่งใหญ่ของเธอ เพราะมันคือสิ่งใหม่ที่เธอจะได้เรียนรู้และได้ลองไปพร้อมๆ กัน เธอเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นให้เราฟังว่า “เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสเดินขบวนพาเหรด เป็นของสวยๆ งามๆ ทั้งชุดประจำจังหวัด ชุดราตรี และชุดว่ายน้ำ อีกทั้งตัวของน้ำเองไม่เคยได้ประกวดอะไรที่เกี่ยวข้องกับความสวยงามมาก่อนด้วย พอน้ำได้รับโอกาสในตรงนี้แล้วก็อยากทำให้เต็มที่” 

ไม่ว่าจะด้วยความสวย หรือความงาม แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันจนทำให้เธอชนะ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องทัศนคติอยู่ดี เครื่องยืนยันที่ทำให้เธอได้เข้ามาเป็นผู้ชนะในเวทีระดับประเทศได้ คือ การตอบคำถามให้รวบรัดและโดนใจภายใต้ข้อจำกัดของเวลาเพียง 30 วินาทีเท่านั้น เธอเสริมเพิ่มเติมว่า “เวลาเพียงแค่ 30 วินาที มันไม่สามารถลงรายละเอียดอะไรได้เลย ดังนั้น เราจะต้องสรุปออกมาให้สั้นและได้ใจความที่สุด” 

ตัดภาพมาทีในวันที่ 19 กันยายน 2020 เสียงแนะนำตัวของมิสแกรนด์เอื้อนเอ่ยอย่างชัดแจ๋วบนเวทีเพื่อหวังจะได้รับชัยชนะเป็นมงกุฏที่จรดบนหัวอย่างงดงาม  ในขณะที่โลกคู่ขนานภายนอกก็ยังมีประชาชนที่พยายามจะเปล่งเสียงเพื่อร้องขอประชาธิปไตยให้หวนคืน โลกคู่ขนานที่ดำเนินไปพร้อมๆ กัน สองเวทีที่มีสายเลือดของนักสู้ แต่แสดงออกด้วยวิธีที่ต่างกัน ซึ่งทำให้เห็นเลยว่าเวทีนี้ไม่ได้เฟ้นหาเพียงแค่สาวงาม ทัศนคติดี แต่กำลังเมียงมองผู้หญิงที่เข้ามาเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้กับประชาชน และเป็นตัวแทนในฐานะสาวไทยที่จะโบยบินไกลระดับโลกได้ ครั้งนี้เราได้ “น้ำ พชรพร” สาวงามจากการประกวดที่ชนะใจกรรมการได้อย่างอยู่มัด ด้วยทัศนคติของการตอบคำถามที่แข็งกร้าว กับคำตอบที่ทรงพลัง 

ในคำถามที่ว่า “จากสถานการณ์ของผู้ชุมนุมขณะนี้ส่อเค้าความรุนแรงยิ่งขึ้น หากคุณมีโอกาสได้พูดคุยอยากจะพูดกับฝ่ายใด ระหว่างผู้ชุมนุม หรือรัฐบาล และพูดอะไรเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น” 

“จากใจนะคะ ขอเลือกฝ่ายชุมนุมค่ะ เพราะว่าเรามีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็น และเราอยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติของเราค่ะ มากกว่านั้น อยากจะบอกรัฐบาลด้วยนะคะว่า If you calling this country a Thailand, We need real democracy. And more over, we need you to get out of the country!” 

เรียกได้ว่าคำตอบจากเวทีนางงาม สะเทือนไกลไปอีกเวทีหนึ่งของท้องสนามหลวง ขณะนี้สาวงามไม่เพียงแต่รับบทเป็นนางงามอีกต่อไป เธอให้สิทธิ์ตัวเองในฐานะประชาชนคนหนึ่งในการออกสิทธิ์ออกเสียงของตัวเองโดยร้อยเรียงผ่านคำตอบ ในวินาทีนี้ บนเวทีแห่งนี้ ทุกสายตาที่กำลังจดจ้องมาที่เธอบนเวที พร้อมกับสปอตไลท์ที่ฉายมาที่เธอเพียงผู้เดียว บนเวทีแห่งนี้เธอคือผู้ที่สามารถออกสิทธิ์ออกเสียงได้มากกว่าคนอื่น ทุกคำที่เธอเปล่งออกมา ทุกเสียงที่เธอกำลังตะโกน ไม่เพียงแต่เป็นประชาชนคนธรรมดาอีกต่อไป แต่ตอนนี้เธอได้กลายมาเป็น “ตัวแทนประชาชน” ไปเสียแล้ว  

เราจึงมีโอกาสได้คุยกับเธอถึงเรื่องการเมืองอยู่นิดหน่อย ทำให้เธอสะท้อนภาพบางอย่างของความเป็นตัวเองออกมา เธอเล่าให้ฟังว่า “สำหรับน้ำเอง การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ถ้าหากคุณยังเป็นคนหนึ่งที่ยังต้องจ่ายภาษี ถ้าคุณยังใช้การขนส่งและคมนาคม ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในประเทศไทยนั่นแหละคือเรื่องของประชาชน เพราะว่าเมื่อไรที่เราพูดไม่ได้ เราจะเรียกประชาธิปไตยได้ยังไง ต่อให้วันนี้น้ำไม่ได้ประกวดนางงาม น้ำก็ยังเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ต้องจ่ายภาษีอยู่” ซึ่งเธอยังแอบแชร์ให้ฟังอีกว่า “ในการประกวดครั้งนี้ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเลย ซึ่งก็คือตอนที่เราได้รับรางวัล แล้วเราก็ต้องหักค่าภาษี ซึ่งน้ำมองว่า ถ้าหักภาษีฉันแล้ว เงินที่หักไปก็ควรจะต้องนำไปพัฒนาประเทศชาติต่อ”

เราเล่าให้น้ำฟังว่าตอนนี้มีกระแสเรียกร้องให้คนดังออกมา Call Out น้ำรู้สึกยังไง “สำหรับน้ำแล้ว น้ำเข้าใจเขานะ แต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจหนูเข้าใจคนที่เขากลัวเรื่องการเสียผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ท้ายที่สุดแล้วถ้าเราเสียสักคนแล้วทั้งประเทศมันดีขึ้น ผลลัพธ์อันไหนมันดีกว่า” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “จะลืมไม่ได้เลย เพราะต่อจากรุ่นเราไป ยังมีรุ่นลูกรุ่นหลานของเราอยู่ ซึ่งทุกคนรักผลประโยชน์ของตัวเองจนลืมผลประโยชน์ของสังคมไปเลย ถ้าเราออกมาพร้อมกันทั้งหมดเพื่อมาสู้เพื่อประเทศของเรา อันนี้ดีที่สุดนะ มีคนเคยบอกน้ำเหมือนกันว่าทำไมไม่เป็นกลาง น้ำก็บอกเขาไปนะว่าถ้าปัญหามันอยู่หลุมซ้าย คุณจะไปอุดหลุมซ้าย หรืออุดหลุมตรงกลาง ถ้าปัญหาอยู่ตรงไหนเราก็แค่แก้มันให้ถูกจุดเท่านั้นเอง”