Jessi แร็ปเปอร์หญิง ผู้แหกบิวตี้สแตนดาร์ดวงการ K-Pop

Photo credit: Gluwee

หลายคนอาจจะรู้จักนักร้อง/แร็ปเปอร์ สาวชาวเกาหลีคนนี้จากซิงเกิล ‘Nunu Nana’ (눈누난나) ที่ในเวอร์ชั่นจากงาน KSB Song Festival มี ‘แจ็คสัน หวัง’ มาฟีเจอริ่งด้วย หรือจากเพลงล่าสุด ‘Zoom’ ที่กลายเป็นไวรัลดังในโลกของ TikTok และเชื่อว่าครั้งแรกที่คุณได้เห็นเธอคนนี้ก็คงจะมีความรู้สึกว่า เธอช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ศิลปินหญิงของเกาหลีที่เราเคยเห็นมาโดยเฉพาะความเซ็กซี่ที่สื่อสารอย่างตรงไปตรงมาว่า ‘ฉันจะโชว์’ ผิดกับขนบของนักร้องหญิงเกาหลีอื่นๆ เรียกได้ว่า หากจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘สแตนดาร์ด’ สำหรับผู้หญิงในวงการเคป๊อปเกาหลี เจสซี่ก็ได้แหกไปจนเกือบหมดแล้ว

Photo credit: Kpopping

ที่จริงแล้ว เจสซี่ไม่ใช่นักร้องหน้าใหม่ในวงการ เธอเป็นสาวเกาหลีอเมริกันบอร์น และมีโอกาสได้เซ็นสัญญากับค่าย Doremi Records อีกหนึ่งค่ายเพลงชื่อดังในช่วงยุค 90’s เธอบินจากอเมริกามาเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายตอนอายุ 13 ปี และใช้เวลา 2 ปีกว่าจะได้เดบิวต์ภายใต้ชื่อ ‘Jessica H.O.’ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนมาร่วมงานกับกลุ่มแร็ปเปอร์ชื่อ ‘Uptown’ 

ที่ทำให้เธอเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจขึ้นมา แต่วงก็ถูกยุบไปในที่สุด ทำให้เธอกลับมาออกผลงานในแบบโซโล่อีกครั้งและก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

(เจสซี่สมัยที่ยังเป็น Jessica H.O. และวง Uptown) | Photo credit: Allkpop

พอหมดสัญญากับค่าย เจสซี่จึงบินกลับอเมริกา เริ่มทำช่องยูทูบร้องเพลงคัฟเวอร์ และก็ได้รับการติดต่อจากเอเจนซี่ใหม่ในเกาหลีให้กลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเคราะห์กรรมยังไม่หมด เมื่อกลับมายังประเทศเกาหลีใต้อีกครั้งก็ปรากฏว่าเอเจนซี่นั้นท่าไม่ดีนัก เลยทำให้เธอถูกยกเลิกการเซ็นสัญญา ก่อนจะได้เซ็นสัญญาใหม่กับ YMC Agency ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอยู่ดี ค่ายจึงแนะนำว่าเธอควรจะทำศัลยกรรมเพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเอง โดยการทำตาสองชั้นและทำจมูกใหม่ให้หน้าสวยหวานมากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้การเป็นนักร้องของเจสซี่เฉิดฉายขึ้นเท่าไร จากนั้นเธอจึงหันมาทำงานเพลงกับกลุ่ม ‘Lucky J’ ซึ่งก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเคย หนำซ้ำเจสซี่ยังเกลียดหน้าตาของตัวเองหลังจากที่ศัลยกรรมมา เธอบอกว่าหน้าของเธอเหมือนพิน็อคคิโอ

(ใบหน้าของเจสซี่หลังการศัลยกรรม ก่อนปัจจุบัน) | Photo credit: Allkpop

ชื่อของเจสซี่เริ่มเฉิดฉายขึ้นหลังจากมาร่วมรายการ Unpretty Rap Star ด้วยภาพลักษณ์ที่แข็งกร้าว ดุดัน แร็ปดิสคนอื่นในรายการโดยใช้ภาษาที่รุนแรงก้าวร้าว ซึ่งมาจากความคับแค้นใจในโชคชะตาตัวเองที่ทำงานมากว่าสิบปีแต่ก็ไม่ดังสักที พยายามทำตัวให้เข้ากับขนบของวงการทั้งการศัลยกรรม การเป็นผู้หญิงหวานๆ ใสๆ แต่ก็ไม่เป็นผล เจสซี่จึงเลิกแคร์ว่าใครจะคิดอย่างไรกับเธอ ซึ่งการแร็ปสดในรายการคือผลพวงของการคิดอย่างไรก็จะพูดออกไป แต่กลับกลายเป็นว่า คนหันมาสนใจเธอมากกว่าตอนที่พยายามอยู่ในขนบของการเป็นของนักร้องหญิงเกาหลีในสิบกว่าปีที่ผ่านมา

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดีๆ เพราะสังคมเกาหลีนั้นอนุรักษนิยมมากกว่าที่เราคิด เจสซี่ถูกสาปอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย จนเธอเองก็เคยมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย แต่นั่นก็เป็นแรงผลักดันที่ทำให้เธอแต่งเพลง ‘I Want To Be Me’ ซึ่งกลายมาเป็นเพลงที่ทำให้เจสซี่เป็นที่รู้จักมากขึ้นและกลายมาเป็นเพลงประจำตัวของเธอในที่สุด ทำให้เธอได้ย้ายมาอยู่ในสังกัด P Nation ของ ‘PSY’ พร้อมด้วยซิงเกิลแรก ‘Who Dat B’ ที่พูดถึงความแตกต่างในภาพลักษณ์ของตัวเธอเอง การถูกวิพากษ์วิจารณ์ การยอมรับตัวเองและภูมิใจในความแตกต่างนั้น ก่อนจะตอกย้ำด้วยซิงเกิลที่ทำให้เธอโด่งดังไปทั่วโลกอย่าง ‘Nunu Nana’  

Photo credit: last.fm

ในขณะที่นักร้องหญิงในวงการเคป๊อปมักจะมีพิมพ์นิยมเดียวกันแทบทั้งหมด คือขาว สวยใส ผอม และไม่แสดงออกถึงความเซ็กซี่จนเกินงาม เจสซี่แหกทุกสแตนดาร์ดของวงการเคป๊อป ด้วยรูปร่างแบบคิม คาร์เดเชียน นมเป็นนม ตูดเป็นตูด ผิวสีแทน และกล้าพูดว่าเธอทำศัลยกรรมอะไรมาแล้วบ้าง ไม่ว่าจะเป็นตา จมูก หรือหน้าอกคัพบีที่ไปทำมา ในขณะที่แม้จะเป็นเรื่องรับรู้โดยทั่วกันว่าใครๆ ต่างก็ศัลยกรรมกันทั้งนั้นในวงการบันเทิงเกาหลี แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่มีผู้หญิงในวงการคนไหนกล้าพูดมันออกมาตรงๆ  

Photo credit: 1theK (원더케이)

เธอกล้าที่จะใส่อะไรที่เธออยากจะใส่ แม้มันจะถูกตัดสินว่า ‘โป๊’ โดยเฉพาะชุดบิกินีในมิวสิควิดีโอเพลง ‘Down’ ในขณะที่นักร้องหญิงในวงการเดียวกันยังต้องกระมิดกระเมี้ยน อยากจะแต่งตัวหรือใส่เสื้อผ้าในคอนเซ็ปต์เซ็กซี่แต่กลัวโป๊ มิหนำซ้ำเธอยังกล้าจะเปิดเผยว่าเคยเดทใครมาแล้วบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า เรื่องใครเดตกับใครในวงการบันเทิงเกาหลีนั้นเป็นความลับดำมืดยิ่งกว่าป่าต้องห้ามเสียอีก

Photo credit: K-Pop Mag

“ฉันรู้ว่าเราไม่ควรทำแบบนี้ในเกาหลี แต่ฉันก็พร้อมรับกับคำวิพากษ์วิจารณ์ 

ฉันเชื่อว่ามันเป็นสิทธิของผู้หญิงในการโชว์เรือนร่าง ถ้าเรามั่นใจก็โชว์มันไปสิ ฉันหวังว่าผู้หญิงทุกคนจะสามารถทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้”
– เจสซี่ 

ความตรงไปตรงมา ไม่ยอมอ่อนข้อให้กับคำวิพากษ์วิจารณ์และอคติที่กดทับผู้หญิงในสังคมเกาหลี ทำใ้ห้เธอได้ฉายาว่า ‘Savage Queen’ แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนหลงรักเธอ