‘Bangkok Art Book Fair’ พื้นที่สร้างบทสนทนาเพื่อคนรักศิลปะ 

เดินทางมาถึงปีที่ 6 แล้ว สำหรับ ‘Bangkok Art Book Fair’ (BKKABF) หรือเทศกาลงานหนังสือศิลปะกรุงเทพฯ ที่รวบรวมศิลปินนักออกแบบ ผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ และคนรักงานศิลปะจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อ ‘ปล่อยของ’ ซึ่งในปี ค.ศ. 2565 นี้ จะจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Visual Narrative’ ที่เน้นการเล่าเรื่องที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรูปแบบของตัวหนังสือ แต่ยังอยู่ในรูปแบบของภาพประกอบ ภาพวาด คอลลาจ หรือแม้แต่ภาพเคลื่อนไหว นอกเหนือจากการแสดงผลงานแล้ว นี่ยังเป็นเทศกาลศิลปะที่เปิดพื้นที่ให้คนรักศิลปะได้มาพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิด และหาแรงบันดาลใจ 

EQ มีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘พัชร ลัดดาพันธุ์’ กับ ‘ปิยกรณ์ ชัยวีรพันธ์เดช’ จาก STUDIO150 และ ‘ศุภมาศ พะหุโล’ เจ้าของพื้นที่ Bangkok City City Gallery ผู้จัดงาน Bangkok Art Book Fair ถึงที่มาที่ไปของงาน พร้อมกับการเป็นพื้นที่พบปะและแลกเปลี่ยนกันของผู้คนที่มาร่วมงาน 

จุดเริ่มต้นงานแฟร์

จากวงสังสรรค์ช่วงสิ้นปีเพื่อพูดคุยถึงผลงานตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมกับวางแผนงานอนาคตสำหรับปีถัดไป นำไปสู่จุดเริ่มต้น Bangkok Art Book Fair งานเทศกาลหนังสือที่เน้น “หนังสือศิลปะ” ซึ่งรวบรวมกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องและมีความสนใจเกี่ยวกับหนังสือศิลปะมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน 

“เราสองคน (พัชรและปิยกรณ์) มีโปรเจ็กต์อันหนึ่ง ที่เราดูวิธีการโพสต์งานของ ‘อาจารย์ชวลิต เสริมปรุงสุข’ และเอามาผลิตเป็นหนังสือไปขายในงานที่จัดขึ้นที่ BANGKOK CITYCITY GALLERY ซึ่งในงานก็มีคนที่สนใจหนังสือจำนวนหนึ่ง แต่หลังจากนั้นมันไม่มีที่ขาย เราผลิตหนังสือกันเองโดยไม่มีสำนักพิมพ์เข้ามาช่วยดูแล เราจึงต้องมองหาช่องทางการขายหนังสือ ทำให้พบว่าในช่วงเวลานั้นไม่มีพื้นที่สำหรับหนังสือแบบที่พวกเราทำเลย เราก็เลยนึกถึงแพลตฟอร์มที่ควรจะมี เพื่อรองรับหนังสือในลักษณะนี้ ซึ่งเราก็นึกถึงรูปแบบของ Art Book Fair ขึ้นมา บวกกับเราชอบไปงานประเภทนี้อยู่แล้ว เราชอบบรรยากาศ ชอบบทสนทนาที่เกิดขึ้น ซึ่งมันค่อนข้างเป็นมิตร และตัวหนังสือศิลปะเองก็มีความน่าสนใจและหลากหลาย ทั้ง textbook ในเชิงทฤษฎี หรือแม้แต่หนังสือภาพประกอบ ตัวหนังสือมันคือสื่อกลางที่สามารถนำมาใช้แสดงเรื่องราวต่างๆ ได้หลากหลายวิธี เราก็เลยอยากให้มีสิ่งนี้ในประเทศไทย”

“พวกเราเป็นคนที่มีความชอบสื่อสิ่งพิมพ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วก็มีโอกาสได้ผลิตมันร่วมกับศิลปินคนอื่นๆ เรามีพื้นที่เพียงพอที่จะทำกิจกรรมแบบนี้ได้ ซึ่งช่วงสิ้นปีเราได้สังสรรค์กัน คุยไปถึงเรื่องการมีเทศกาลหนังสือที่โฟกัสเฉพาะหนังสือศิลปะ ตอนนั้นไม่ได้คิดเลยว่ามันจะไปทางไหน แล้วเราก็มีคำถามเยอะมากว่า อะไรคือหนังสือศิลปะ”

หนังสือศิลปะ

“ตอนที่เริ่มทำปีแรก เราก็ทำ talk series เกี่ยวกับเรื่องหนังสือศิลปะ จริงๆ แล้วตอนนั้นก็พยายามดูว่าในบ้านเรามีใครที่ถ้าพูดคำนี้ขึ้นมา เขาจะมาแน่นอน ซึ่งเราไม่รู้ ก็เลยประกาศไปทั่ว และเชิญคนที่ทำงานด้านการทำหนังสือศิลปะ ซึ่งตอนแรกก็อาจจะเป็นหนังสือศิลปะที่เข้าใจได้ง่ายมาก คือ หนังสือภาพถ่าย หรือสื่อประเภทที่เรารู้สึกว่ามันอาจจะต้องคราฟต์หน่อย”

จากปีแรกที่พยายามสร้างพื้นที่และความเข้าใจเรื่องหนังสือศิลปะ ผู้จัดงานเน้นย้ำว่า ไม่ต้องการนิยามว่าหนังสือประเภทใดที่เป็นหรือไม่เป็นหนังสือศิลปะ แต่สิ่งสำคัญของการจัดงานคือ ให้ผู้ผลิตตัวเล็กที่อยู่ในกระบวนการผลิตหนังสือ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ได้มาพบเจอและพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นหนังสือภาพถ่ายหรือภาพประกอบ 

“คงไม่สามารถกำหนดได้หรอกว่าหนังสือศิลปะคืออะไร แต่ผมรู้สึกว่าหนังสือศิลปะถูกออกแบบด้วยเจ้าของงาน ขึ้นอยู่กับเขาว่าจุดมุ่งหมายของการทำหนังสือคืออะไร และแพลตฟอร์มนี้ตรงกับจุดมุ่งหมายที่จะนำเสนอหรือไม่ ซึ่งมันก็มีหลากหลาย เพราะเราเคยเห็นหนังสือที่วิชาการมากๆ แต่มีภาพประกอบสวยงาม มีการเล่าเรื่องอีกแบบ ซึ่งเขาก็เอาหนังสือมาร่วมในพื้นที่ Art Book Fair เหมือนกัน”

พื้นที่พูดคุยและแลกเปลี่ยน

ในแง่หนึ่ง งาน Bangkok Art Book Fair ย่อมมีเรื่องของการซื้อขายมาเกี่ยวข้องอย่างปฏิเสธไม่ได้ แต่ผู้จัดงานก็ชี้ว่า จุดประสงค์หลักของการจัดงานคือการเป็น “พื้นที่แลกเปลี่ยน” ของคนที่มาร่วมงาน 

“เรายังเชื่อในเรื่องของการที่หนังสือเป็นสื่อกลางที่สามารถส่งต่อได้ง่ายกว่าสื่อกลางอื่นๆ แต่แน่นอนว่าในเรื่องของราคานั้น ถ้าเราผลิตเยอะ มันก็ราคาถูก ถ้าเราผลิตน้อย มันก็ราคาสูง แม้การทำแฟร์จะมีเรื่องของการซื้อขายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จุดประสงค์หลักมันเป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนกันในพื้นที่”

“เราว่าระยะห่างระหว่างศิลปินในงาน Art Book Fair กับคนที่มางานมันมีค่อนข้างน้อย และมีบทสนทนาเกิดขึ้นเยอะ เพราะในรูปแบบของการเป็นแฟร์ มันเหมือนเป็นตลาดที่คนที่เข้าไปในนั้นรู้สึกสบายใจกับการได้หยิบจับของ ได้คุยกับเจ้าของร้าน ซึ่งจะทำให้คนไม่รู้สึกเกร็งกับการเข้าร่วมกับพื้นที่ตรงนั้น อันนี้ก็เป็นคาแรคเตอร์หนึ่งของการนำเสนองานศิลปะในรูปแบบหนังสือ” 

Bangkok Art Book Fair เป็นเหมือนพื้นที่ตรงกลางที่ทำให้คนทำงานศิลปะ และคนที่ชื่นชอบงานศิลปะหรือชื่นชอบหนังสือ ได้มีโอกาสมาพบกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ก่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างคนที่อยู่ในงาน รวมไปถึงเกิดความร่วมมือกันในแง่ของการสร้างสรรค์งานใหม่ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย ซึ่งตรงส่วนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะคนทำงานศิลปะในประเทศไทยเพียงเท่านั้น แต่ยังขยายออกไปถึงคนทำงานจากต่างประเทศ ที่มีโอกาสได้มาร่วมงานเทศกาลศิลปะแห่งนี้ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

“อีกอย่างที่น่าสนใจคือ มีน้องคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เขามาดูงานนี้ตอนสมัยเรียนมัธยม ตอนแรกเขาจะเรียนหมอ แต่พอมาดูและเห็นสิ่งเหล่านี้ที่อยู่ในงาน มันก็ตรงกับความสนใจของเขามาก ก็เลยเปลี่ยนมาเรียนสายดีไซน์ มาทำงานภาพประกอบ ซึ่งมันก็เป็นอีกตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า จริงๆ แล้วงานศิลปะรูปแบบนี้สามารถสร้างสรรค์หรือนำเสนอได้อีกหลายรูปแบบ และมันก็เป็นแรงบันดาลให้ใครบางคนได้เช่นกัน” 

ขยายพื้นที่ความสร้างสรรค์

“งานมันขยายตัวไปเองเรื่อยๆ แต่เราต้องยอมรับว่า การทำให้คนมาที่งาน ก็คือการทำให้เขารู้สึกสนใจ ซึ่งมันอาจจะเกิดจากความหลากหลายของชิ้นงานหรือกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น งานนี้มีความหลากหลายอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเราคิดว่ามันจะเป็นการเปิดกว้างให้คนทั่วไป ทั้งคนที่จะนำเสนอผลงาน ขายผลงาน และคนที่จะเข้ามาดู”

เป็นที่ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่างาน Bangkok Art Book Fair ทำให้ศิลปินมีพื้นที่ในการเผยแพร่ผลงานมากขึ้น เช่นเดียวกับขยายวงของคนที่สนใจในงานศิลปะให้กว้างมากกว่าเดิม นอกจากนี้ งานแฟร์แห่งนี้ยังช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องงานศิลปะ และสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของการใช้หนังสือเป็นตัวกลางในการนำเสนอเรื่องราวของศิลปินอีกด้วย 

“ถ้าเรามีเวลาก็อยากจะทำงานนี้ให้ดีขึ้น เพื่อให้สามารถขยายมันออกไปได้มากกว่าที่เป็นอยู่ เราคิดว่ามันมีคนที่อยากทำอะไรแบบนี้เยอะแยะไปหมดเลย แค่ต้องมาเจอกัน หรือมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนอะไรบางอย่าง แล้วมันก็จะเห็นเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้น อาจจะมองเห็นคนที่อยากทำอะไรแบบเดียวกันกับเรามากขึ้น”

“ถ้าถามว่างานศิลปะในประเทศไทยต้องการความช่วยเหลือไหม เราบอกเลยว่า ต่อให้มันมีเยอะหรือมากขึ้นขนาดไหน มันก็ยังต้องการการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมอยู่ดี ในความคิดเห็นของเรา เราอยากให้งานศิลปะหรืองานดีไซน์อยู่ในชีวิตของคน มันสามารถสร้างสังคมให้ดีขึ้นได้ เราคิดว่ามันเป็นความจำเป็น ซึ่งตอนนี้อาจจะมีหลายคนที่มองว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว แต่ถ้านำเข้ามาอยู่ในชีวิต หรืออยู่ในสังคมจริงๆ มันจะทำให้สังคมดีขึ้น เราเลยคิดว่าถ้าได้รับการสนับสนุนที่เป็นรูปธรรม ก็น่าจะเกิดประโยชน์ได้มากขึ้น”

Bangkok Art Book Fair 2022 จะเริ่มจัดขึ้นในวันที่ 25-27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 ที่ Bangkok City City Gallery สามารถซื้อบัตรเข้างานได้ที่ Ticketmelon – Bangkok Art Book Fair 2022