มีดโกน ซิการ์ และวิสกี้ ‘Black Amber’ ร้านบาร์เบอร์ที่รวมความคลาสสิกของสุภาพบุรุษ

“เพราะความเท่ไม่เข้าใครออกใคร แต่ถ้าคุณเดินออกจาก Black Amber ไป รับรองว่าคุณเท่แน่นอน”

มันคงไม่ใช่คำกล่าวที่มากเกินไป เพราะจะมีร้านตัดผมชายสักกี่ร้าน ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเราเป็นอันต้องสะดุดตา! กับความคลาสสิกในแบบของ Gentlemen’s ทั้งการตกแต่งภายในร้าน บรรยากาศ หรือแม้กระทั่งช่างตัดที่แต่ละคนมีสไตล์และมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ซึ่งบาร์เบอร์ Black Amber ถือกำเนิดและเกิดขึ้นโดยคุณ ‘ขวัญ – ชวิน นันทเทิม’ ผู้ที่หลงใหลและชื่นชอบเรื่องการตัดผม ดนตรี รอยสัก ศิลปะ และเครื่องดื่ม จึงเอาทุกอย่างมารวมกันไว้ ณ ที่แห่งนี้ ซึ่ง Black Amber สาขาสาทรเป็นสาขาที่ 2 ที่เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2019 โดยได้ถ่ายทอดเรื่องราวความเท่ผ่านทรงผมชายและบริการโกนหนวดแบบพรีเมียมมานานกว่า 3 ปี

ณ ตึก Empire Tower ชั้น M เมื่อเดินไปขวามือสุด ก็จะสะดุดตากับ Black Amber ทันที! เสียงเพลงเบาๆ ที่คลอไปกับแสงไฟสีส้ม ลวดลายของไม้กลืนเข้ากับสีน้ำตาลของเบาะหนัง คือความขลัง ความคลาสสิก และความเท่ที่ลงตัว ก้าวแรกที่เข้าไปในร้าน จะพบกับน้องพนักงานที่ต้อนรับและส่งรอยยิ้มผ่านแววตาที่สดใส พร้อมเสิร์ฟน้ำดื่มใส่แก้วแบบมีฝาปิดให้ จากนั้นไม่นานก็มีแม่ลูกคู่หนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติ พาลูกชายมาตัดผม กรรไกร ใบมีดโกนคมๆ พร้อมสแตนบาย รอใช้งานกับช่างผู้เชี่ยวชาญ ที่มีการพูดคุยก่อนปฏิบัติภารกิจเสริมหล่อให้หนุ่มน้อยคนนั้น ไม่นานนัก ชายใส่สูทสุดเท่พร้อมแว่นดำก็เดินเข้ามาในร้าน จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นแว่นสายตา ทำให้เรามองเห็นแววตาของคุณขวัญ ผู้ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และภาคภูมิใจกับ Black Amber เป็นอย่างมาก

“ ‘อำพัน’ เป็นนามสกุลคุณแม่ เลยเอาคำว่า ‘Amber’ มาใช้ พอค้นหาความหมาย อำพันเป็นอัญมณีเดียวที่เกิดจากยางต้นไม้ซึ่งไม่มีคุณค่าอะไร แต่กว่าจะเป็นอำพัน ต้องใช้เวลาฝังตัวใต้ดิน ดูดซับแร่ธาตุรอบๆ ตัวออก แล้วผลักแร่ธาตุที่ไม่ต้องการ เพื่อทำให้ตัวเองแข็งแรงที่สุด จึงกลายเป็นอัญมณีขึ้นมาได้ ส่วน ‘Black’ หรือสีดำ เป็นสีที่ผมชอบที่สุด”

‘Black Amber DNA’

“เรื่องบริการและวิธีการเข้าหาลูกค้าของร้านเราไม่เหมือนร้านตัดผมชายทั่วๆ ไป เรื่องรายละเอียดทุกอย่าง เราจะมีสิ่งที่เราเรียกว่า ‘Black Amber DNA’ ซึ่งนับตั้งแต่ลูกค้าโทรมา เรารับโทรศัพท์ จนเขามาถึงร้านและนั่งบนเก้าอี้ เราใส่รายละเอียดลงไปในทุกขั้นตอน เพื่อให้มันเป็นเอกลักษณ์ของร้านเรา”

จำนวนสาขาและระยะเวลาในการทำร้าน

“ทำร้านมาประมาณ 9 ปี มี 2 สาขาที่ทองหล่อกับสาทร น้องๆ พนักงานมีทั้งหมดประมาณ 15 คน มีตำแหน่งช่างตัดผม ออฟฟิศ และ customer service ครับ”

สไตล์การตกแต่งร้าน

“ทั้ง 2 สาขามีสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน แต่จะมีกลิ่นและเอกลักษณ์คล้ายๆ กัน ซึ่งผมเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด เพราะเราเรียนมาประมาณนี้ มีลักษณะแบบคลาสสิก การตกแต่งจะเป็นฟีลเหมือนยุโรปหรืออเมริกา แต่เราจะแบ่งกลุ่มลูกค้านิดหน่อย ด้วยการตกแต่งของ 2 สาขาที่ไม่เหมือนกัน ทองหล่อจะมีความดิบๆ กลิ่นอายของนิวยอร์กกับลอฟต์นิดหน่อย มีเหล็ก ปูน ส่วนที่สาทรจะอยู่ใจกลางเมืองเลย เป็นศูนย์กลางธุรกิจ เราก็ทำออกมาให้มันดู luxury ขึ้นมา แต่ยังคง DNA ที่ใกล้เคียงกัน”

“Be The Best Version Of You”

“สโลแกน ‘Be the best version of you’ คือ การค้นหาตัวตนที่เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของร้านเราให้ได้ ทั้งตัวลูกค้าที่มาใช้บริการ หรือแม้แต่พนักงานเอง เวลามาทำงานที่นี่ เราก็อยากให้เขาเป็นตัวของตัวเอง หรือเป็นพนักงานที่ดีที่สุดในเวอร์ชั่นของเขา”

ร้านตัดผม บาร์วินเทจ ซิการ์ และวิสกี้

“ผมอยู่ในธุรกิจบาร์กลางคืนมาก่อน ผมเป็นผู้ช่วยคุณ ‘แอชลีย์ ซูตัน’ (Ashley Sutton) เจ้าของบาร์ SING SING, Maggie Choo’s, หรือ The Iron Fairies ในสมัยนั้น ผมก็เลยรู้จักค่อนข้างดี หลังจากนั้นจึงค่อยทำบาร์เบอร์ด้วยตัวเอง เลยเอาบาร์วินเทจเข้ามาในร้านด้วย เพราะเป็นเรื่องของความชอบที่อยากเอามาใส่ไว้ในที่นี่ที่เดียว”

เพราะซิการ์กับวิสกี้ คือของคู่กันของหนุ่มๆ 

“มันคือหนึ่งใน enjoyment และสุนทรียภาพของผู้ชาย ซึ่งอาจจะเป็นของผู้ชายสมัยก่อนด้วย ด้วยความที่มันค่อนข้างจะ old school การจิบวิสกี้หรือสูบซิการ์สมัยนี้มันอาจโบราณไปแล้ว เพราะมีอย่างอื่นมากมายที่สามารถเป็นสุนทรียภาพของผู้ชายได้ แต่มันมีเรื่องราวและประวัติศาสตร์มายาวนานมาก ก็เลยมีดีเทลและสตอรี่ที่ลึกซึ้ง ซึ่งเราชอบอะไรพวกนั้นด้วย พอลองศึกษาและเสพดูก็ enjoy”

ร้านตัดผมวินเทจ ที่ไม่ได้มีแค่ทรงผมวินเทจ

“ไม่ใช่ทุกคนที่จะตัดผมทรงวินเทจแล้วออกมาดูดี เราจะหาทรงผมที่ดูดีที่สุดของลูกค้าเสมอ ซึ่งแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน บางคนเป็นผู้บริหาร บางคนเป็นทูต บางคนเป็นดารา นักศึกษา คนขับรถ หรือพี่เลี้ยงเด็ก เราก็สามารถพูดคุยและหาทรงผมที่ดีที่สุดให้กับเขาได้ ทรงผมที่เรามีเลยค่อนข้างหลากหลาย”

หัวใจสำคัญในการออกแบบทรงผมให้กับลูกค้า

‘ตัวลูกค้า’ ครับ เพราะแต่ละคนมีเส้นผมและหนังศีรษะที่ไม่เหมือนกัน ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ แต่ละคนมีไลฟ์สไตล์และการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมือนกัน บางคนเซตผมทุกวัน บางคนไม่เซตเลย หรือบางคนสระผมทุกวัน บางคนสระผมแค่อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เรื่องพวกนี้ช่างตัดผมควรจะรู้ ว่าลูกค้ามีการดำเนินชีวิตยังไง มีหน้าที่อะไร ต้องเจออะไรบ้าง อย่างดารา เขาต้องเซตผม เข้ากองถ่าย ผมจึงต้องดูดีตลอด ผู้บริหารต้องประชุมงานสำคัญ ภาพลักษณ์ต้องดี บางคนชิลๆ อยากได้ทรงที่สบายๆ ดูแลง่าย ทำความสะอาดง่าย ไม่รกรุงรัง สิ่งพวกนี้ควร customize สำหรับลูกค้าแต่ละคน ใจความสำคัญคือ เราจะพูดคุยและเรียนรู้ถึงตัวลูกค้า แล้วหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขาได้หรือเปล่า”

ทรงผมยอดนิยม และ ทรงผมที่คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ทำแล้วดูดี

“ผมว่าเป็นทรงผมที่เรียบง่ายที่สุดครับ เช่น รองทรงทั่วๆ ไป แต่จะตัดออกมายังไงให้ลงตัวกับลักษณะของผมและรูปศีรษะมากกว่า ผมจะไม่ค่อยแนะนำทรงผมที่หวือหวาหรือโดดเด่นเกินไป ผมว่าผู้ชายทุกคน ถ้ามีทรงผมที่มันดูลงตัวและเรียบง่าย ก็จะสามารถทำให้บุคลิกของเขาดูดีขึ้นมาได้ แต่กับทรงผมที่หวือหวาเกินไป บางทีมันอาจบดบังความเป็นเขาได้ และลูกค้าเราก็ไม่ได้อยากได้ทรงผมที่หวือหวา เขาตัดออกมาแล้วลงตัวไหม ดูดีไหม อยู่กับมันได้อีกไหม หรือ ได้นานไหม มากกว่า”

Service Mind เต็มที่ ตัดไม่ถูกใจไม่คิดเงินและแก้ไขจนกว่าจะใช่

”ส่วนมากถ้าลูกค้าตัดออกมาแล้วไม่พอใจ เราจะไม่คิดเงินครับ เราจะมีข้อเสนอโดยให้เขากลับมาแก้ไขโดยที่เราไม่คิดเงินเพิ่ม และจะพยายามค้นหาสิ่งที่ตรงกับที่เขาต้องการมากที่สุดให้ได้ เคสแบบนี้มันมีอยู่แล้ว ซึ่งอาจเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด โดยเราจะเทรนช่างเสมอว่า ก่อนที่จะตัดผมให้เขา เราต้องสื่อสารให้ดีก่อน ต้องพูดคุยให้เข้าใจและมั่นใจว่าเราเข้าใจตรงกันนะ แต่ถ้ามันออกมาแล้วยังไม่ใช่อยู่ดี สื่อสารผิดพลาดไป เราก็ให้เขากลับมาแก้ไขจนใกล้เคียงกับสิ่งที่เขาต้องการ หรือเจอสิ่งที่ดีที่สุด” 

บริการโกนหนวดของ Black Amber ที่แตกต่างจากบาร์เบอร์อื่น

“ค่อนข้างแตกต่าง เพราะลูกค้าเราเป็นต่างชาติเยอะ ซึ่งเขาจะมีหนวดเคราเยอะกว่าคนเอเชีย วัฒนธรรมการโกนหนวดของเขามีมายาวนานกว่าบ้านเรามาก อย่างบ้านเราตามร้านทั่วไปอาจจะไม่ได้มีขั้นตอนอะไรมาก แค่ลงสบู่นิดหน่อยแล้วโกนเลย เพราะผู้ชายไทยส่วนใหญ่ไม่ได้มีหนวดเคราเยอะ แต่สำหรับคนที่มีหนวดเคราเยอะหรือหนวดแข็งมาก อาจต้องใช้อุปกรณ์หรือผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะทางมากขึ้น กระบวนการในการโกนอาจยากขึ้น เพราะเราต้องทำให้หนวดนุ่มลง ต้องทำให้อุณหภูมิของใบหน้าอยู่ในจุดที่โกนได้แบบรู้สึกสบายมากที่สุด เรื่องพวกนี้เราก็ศึกษาและฝึกฝนมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน”

“เพราะการโกนหนวดก็เหมือนการทำทรีตเมนต์หน้า และเป็นการเปิดประสบการณ์ไปแล้ว ซึ่งคนไทยบางคนที่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรือชอบ เขาก็จะมาใช้บริการของร้านเรา”

หัวใจสำคัญในการออกแบบหนวดเครา

“ต้องดูสภาพขน สภาพผิวหน้า โครงหน้า และหลายๆ อย่าง รวมทั้งไลฟ์สไตล์ของเขา แต่คนที่มีหนวดเคราส่วนใหญ่จะเป็นคนอีกประเภทหนึ่งเลย เพราะการมีหนวดเคราเยอะๆ จะทำให้วิธีการกินข้าวหรืออาบน้ำแตกต่างออกไป ซึ่งเป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่งหรือเป็นอีกโลกของคนที่มีเครา เขาจะรู้อยู่แล้วว่าต้องการให้เคราของเขาออกมาเป็นยังไง และส่วนใหญ่จะหวงเครากันมาก เพราะมันเป็นเหมือนแพชชั่นอย่างหนึ่งของคนที่ไว้เครา”

“บาร์เบอร์ในสมัยก่อนก็เหมือนเป็นหมอ ในสมัยอียิปต์เราเป็นพระ และในยุคกลางก็เป็นเหมือนทูตของเมืองนั้นๆ เพราะมันมีเรื่องของวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเราพยายามจะดึงจุดนั้นกลับมาให้ได้”

ปัจจัยการคิดราคาของแต่ละทรง

“ราคาของร้านเราเริ่มต้นที่ 700 บาท ถ้าตัดกับช่างที่มากประสบการณ์ อย่าง senior ก็เริ่มต้นที่ 900 บาท ส่วนถ้าอยากเพิ่มเติมในการสระผมหรือโกนหนวด ก็เพิ่มเงินตามบริการนั้นๆ ไป ตอนเราเริ่มแรกๆ อยู่ที่ 400 บาท ซึ่งราคาของบาร์เบอร์ในเมืองนอกจะสูงมาก สูงกว่าราคาค่าตัดผมในซาลอนบ้านเราด้วยซ้ำ แต่สำหรับประเทศไทย ซาลอนจะราคาสูงกว่าบาร์เบอร์ คนเลยไม่ตกใจเรื่องราคาว่าแพง เพราะเข้าใจว่าเป็นซาลอน จริงๆ แล้วการตัดผมในบาร์เบอร์ รายละเอียดจะต่างจากซาลอนอย่างสิ้นเชิง เพราะช่างที่จะตัดผมบาร์เบอร์ต้องเรียนมาทางนี้โดยเฉพาะ รายละเอียดเยอะกว่า ผมว่ามันมีเรื่องอื่นๆ ที่มากกว่าการใช้ทักษะในการตัดผม เพราะฉะนั้น ช่างตัดผมที่ Black Amber จะต้องมีความเข้าใจในเรื่องพวกนี้ เขาต้องใช้เวลาฝึกฝนหรือเรียนรู้นานมาก ซึ่งเราคิดว่า ราคา 700 หรือ 900 บาท เป็นราคาที่สมเหตุสมผล”

บาร์เบอร์เองก็มี Social Club

“ตอนนี้ social club เราจะทำเป็น cocktail bars ชื่อ ‘Formerly Known As Black Amber’ ซึ่งจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เป็น mixologist (นักออกแบบเครื่องดื่ม) จากนิวยอร์กมาทำค็อกเทลให้ดื่ม ถ้าพูดถึงไอเดียตั้งต้นของ social club เรารองรับกลุ่มลูกค้าที่มาตัดผมกับเรา เพื่อไป enjoy กันต่อ ผมว่าบาร์เบอร์ที่อยู่มานานก็คล้ายๆ กับสภากาแฟปากซอยบ้าน หรือศูนย์รวมของชุมชนที่คนจะมานั่งตัดผม ดื่มกาแฟ อ่านหนังสือพิมพ์ หรือมาพูดคุยกัน เราก็เลยต่อยอดคอนเซปต์นี้ไป ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็สร้างไว้สำหรับทุกคน ผมไม่ได้ปิดกั้นอยู่แล้ว”

ความตื่นตัวเรื่องการดูแลตัวเองของผู้ชายไทยในยุคปัจจุบัน

“ตอนนี้ผู้ชายมีตัวเลือกในการดูแลตัวเองที่เยอะขึ้นมาก ถ้าเทียบกับเมื่อ 5 หรือ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งผมว่าบาร์เบอร์เพิ่งเป็นธุรกิจที่กลับมาบูมได้ไม่นาน ก่อนหน้านี้จะเป็นซาลอนซะส่วนใหญ่ หรือ บาร์เบอร์ลุง 100 บาท ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้มีวิธีคิดหรือวิธีการบริการที่นอกเหนือจากการตัดผม แม้กระทั่งผลิตภัณฑ์ที่มาจากต่างประเทศ ทั้งสบู่ แชมพู ซึ่งสมัยก่อนถ้าดูในเชลฟ์ มันจะเป็นของผู้หญิงหมดเลย ถ้าของผู้ชายก็จะเป็นเรื่องกีฬา ซึ่งไม่ได้มีช้อยส์อื่นๆ แล้ว แต่ตอนนี้มีช้อยส์เยอะแยะมากมาย ตั้งแต่เสื้อผ้า น้ำหอม สบู่ แชมพู ที่มีตัวเลือกมากขึ้น มันทำให้ผู้ชายสามารถเลือกใช้สิ่งที่ชอบได้”

การเปลี่ยนทรงผมที่ทำให้ดูหล่อขึ้น เท่ขึ้น และบุคลิกภาพดีขึ้น

“ผมเชื่อว่า ทุกๆ คนสามารถดูดีได้ เพราะทรงผมสำคัญมาก สมมติว่าแต่งตัวดี แต่ทรงผมแปลก มันก็อาจจะไม่ได้เลย ก่อนที่จะแต่งตัวดี ทรงผมก็ต้องดีก่อน มันคล้ายๆ กับเล็บมือที่บ่งบอกถึงความสะอาดได้ หรือการบำรุงผิวให้เข้ากับสภาพของมัน ทรงผมก็เหมือนกัน เพราะมันคือตัวเรา ก่อนที่จะเป็นเสื้อผ้าหรือรองเท้า มันสามารถค้นหาได้ ปรับเปลี่ยนได้ และทำให้ดีขึ้นได้แน่นอน” 

แข่งขันกับตัวเองและปรับที่ตัวเอง

“ตั้งแต่วันแรกๆ ที่เราเปิดร้าน เมื่อปี ค.ศ. 2014 เราพยายามแข่งขันกับตัวเองมาตลอด เราไม่ได้แข่งขันกับคู่แข่งหรือใคร วิธีการแข่งขันกับตัวเองคือ เราดูว่าลูกค้าชอบไหม แค่นั้นเอง หรือถ้าลูกค้ายังไม่ชอบ เราก็มาโฟกัสที่วิธีการดูแลและปรับปรุง ไม่ใช่ว่าต้องรอให้มีคู่แข่งแล้วค่อยปรับตัว เราปรับตัวจากลูกค้ามากกว่า ถ้าลูกค้ามีส่วนที่ติดขัดหรือแนะนำตรงไหน นั่นคือเวลาที่เราต้องปรับตัว มันเลยปรับตัวตลอดอยู่แล้ว และเราจะพยายามสังเกตว่าลูกค้าชอบร้านเราไหม กลับมาใช้บริการมากน้อยแค่ไหนมากกว่า สมมติว่าลูกค้าคนนี้ไม่กลับมาเลย หรือลูกค้าไม่ค่อยรีเควสต์ช่างคนนี้เลย อันนี้ช่างต้องปรับตัว เราก็ต้องเข้าไปคุยกับเขา ซึ่งเราปรับตัวจากการแข่งขันกับตัวเองมากกว่า”

ความท้าทายในการทำงาน

“ผมคิดว่าอาชีพช่างตัดผมหรือการทำธุรกิจร้านตัดผมเป็นเรื่องของคน เป็นเรื่องของช่างตัดผมที่ต้องมีความเข้าใจ ต้องมีฝีมือ นั่นคือความท้าทายที่สุด ว่าจะทำยังไงให้ช่างเข้าใจในอาชีพนี้ หรือทำยังไงให้ช่างมีฝีมือมากขึ้นและพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นช่างตัดผมได้ และไม่ใช่ช่างตัดผมทุกคนที่จะเป็นช่างตัดผมที่ Black Amber ได้ มันเลยยากนิดหน่อย เพราะต้องมีการเทรนค่อนข้างเยอะ ส่วนช่างที่เข้ามาใหม่ๆ ก็ต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ”

ความคาดหวังในการทำ Black Amber 

“อยากให้เป็นร้านตัดผมที่ยั่งยืน ผมว่าสัก 1 ร้านควรจะอยู่ได้สัก 20-30 ปี ของทุกๆ ร้านที่เปิดขึ้นมา เราไม่ได้อยากจะเปิดแค่ 5 ปีแล้วปิดมัน ทุกสาขาที่เราเปิดก็อยากจะให้อยู่ไป 20-30 ปี หรือมากกว่านั้น บางทีเราเห็นร้านตัดผมโบราณๆ ที่อยู่มา 80 ปี ซึ่งเราอยากเป็นอะไรแบบนั้น และอยากจะมีสาขาที่เพิ่มขึ้นได้” 

Black Amber ในอนาคต

“เราอยากเป็นกึ่งสถาบัน เพราะในร้านเองก็เทรนกันค่อนข้างเยอะ และมีรายละเอียดที่เราพัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งถ้าจะมีสาขาเพิ่ม เราต้องเทรนคนอยู่แล้ว ก็เลยอยากจะทำสถาบันขึ้นมา เพราะคนสนใจอาชีพนี้เยอะ เด็กรุ่นใหม่หรือคนที่เรียนจบมาใหม่ๆ แล้วไม่รู้จะทำอะไร เขาอาจจะมองอาชีพนี้ด้วย ผมว่ารายละเอียดต่างๆ ที่เราเอามาพูดคุยกันน่าจะสนุก มีทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องวิธีคิด เรื่องการบริการ มันเลยน่าจะเป็นสถาบันได้ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะช้าหรือเร็ว”

ติดตามร้าน ‘Black Amber’ ได้ที่

Facebook: Black Amber (Sathorn) / Black Amber (Thonglor)

Instagram: blackamber_official