Cowboy 1800s สมาคมแห่งจิตวิญญาณตะวันตก

พูดถึงสมาคมคาวบอย หลายคนอาจจะมองแล้วนึกถึงกลุ่มคอสเพลย์แฟนตาซี หรืองานเทศกาลที่มีธีมคอนเซ็ปท์เป็นคาวบอย มีคนใส่หมวก เหน็บปืน ขี่ม้า ถือแซ่ มีกองฟาง ในงานมีดนตรี อาหารเครื่องดื่ม สนุกสนาม พอจบงานก็แยกย้ายกลับบ้าน แต่กับ Cowboy 1800s Thailand ไม่ใช่แบบนั้น

Cowboy 1800s Thailand กลุ่มคาวบอยที่มาพร้อมกับจิตวิญญาณที่เต็มเปี่ยม ที่ก่อตั้งด้วยความตั้งอกตั้งใจศึกษาอย่างจริงจัง ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเข้าใจถึงจิตวิญญาณคาวบอยอย่างล้ำลึก และทักษาะต่างๆ ที่คาวบอยจำเป็นต้องมี ศึกษาลงลึกไปถึงจุดประสงค์ว่าทำไมจะต้องมีทักษะเหล่านี้ โดยกลุ่มมีพี่ตี๋ โคราช หรืออีกในชื่อหนึ่งคือ “ภูผา ตะวัน” เป็นประธานของกลุ่ม 

“เริ่มสนใจตอนเด็กๆ ได้ดูหนังคาวบอย เพราะเห็นแล้วดูแล้วมีพลัง เป็นคนดีมีคุณธรรมใช้ชีวิตที่อิสระและไม่เกรงกลัวคนชั่ว”

พี่ตี๋เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่มาของความชื่นชอบวิถีชีวิตของคาวบอย ก่อนที่จะเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง และจากความสนใจ ความชื่นชอบ ก็ค่อยๆ หลอมรวมนำเอาคนที่มีความสนใจเหมือนกันเข้ามา กลายเป็นการรวมกลุ่มของ Cowboy 1800s ที่มีมานานถึง 17 ปี การรวมของคาวบอยกลุ่มนี้ ไม่ใช่เป็นไปเพื่อความบันเทิง ดื่มกิน สังสรรค์กันเท่านั้น แต่ทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการฝีกฝนทักษะคาวบอยทั้งหมดที่จำเป็น 

“เราไม่ได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อหาเงินหรือเรี่ยไรอะไรนะ คือพี่กับกลุ่มเพื่อนที่ชอบเหมือนกันก็มาปรึกษากันว่า เห้ย แต่ก่อนเราจะออกขายของกันตามงานเครื่องหนัง งานคาวบอย แต่มันไม่มีกิจกรรมที่เหมือนคาวบอยเลยไง มันมีแค่ดื่มเหล้า ฟังดนตรี แล้วก็แสดงโชว์บนเวที สำหรับเราคาวบอยมันต้องต้อนวัวว่ะ มันต้องโยนบ่วงบาศ พวกเราสองสามคนก็เลยซื้อม้าและไปศึกษาการเลี้ยงวัวการต้อนวัว”

เพราะคาวบอยไม่ใช่แค่คนเลี้ยงวัว 

คาวบอยที่แท้จริงจะต้องเป็นคนที่มีฝีมือ เพราะต้องต้อนวัวเป็นฝูงข้ามเมือง ข้ามรัฐเพื่อไปขาย ในสมัยยุคปี 1800s ยังไม่มีพาหนะในการขนส่ง จึงต้องมีคนที่คอยทำหน้าที่นี้ ใช้เวลาและระยะทางที่ไกลและยาวนาน กว่าจะถึงที่หมายต้องพบกับอุปสรรคระหว่างทาง ทั้งการเดินทางที่ยากลำบาก ผ่านป่าเขา แม่น้ำ ต้องระวังอันตรายจากสัตว์ร้าย และโจรที่รอปล้นระหว่างทาง รวมถึงสภาพอากาศร้อน พายุ ฝน ลม ก็ต้องฝ่าไปให้ได้ พี่ตี๋บอกว่าสิ่งนี้คือสิ่งสำคัญที่คาวบอยควรจะมี ไม่ใช่ใครก็ได้ ไม่ใช่คนเลี้ยงวัวในฟาร์ม ไม่ใช่พ่อค้า ต้องเป็นคาวบอยคนต้อนวัว

หลังจากที่พี่ตี๋และเพื่อนๆ ศึกษาและฝึกทักษะคาวบอยจนคนเริ่มเห็นสิ่งที่ตั้งใจ ก็เริ่มเป็นแรงบันดาลใจให้หลายๆ คนอยากเข้าร่วมกลุ่มคาวบอย Cowboy 1800s ที่เข้ามาเป็นสมาชิกเริ่มจากการฝึกทักษะต่างๆ ซะก่อน ตั้งแต่การขี่ม้า คล้องบ่วงบาศ ถือแซ่ ยิงปืนแบบคาวบอย การใช้มีด ศิลปะป้องกันตัว หลักการการใช้ชีวิต การอยู่ร่วมกัน การฝึกความอดทนและวินัย ที่สำคัญจะต้องมีคุณธรรมด้วย ถ้าทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องก็ถูกให้ออกจากกลุ่มไป 

การรับสมาชิกใหม่เข้ากลุ่ม

“พี่จะบอกว่าเวลาเข้าค่ายให้มาสังเกตการณ์ หรือเวลาที่กลุ่มมีกิจกรรมอะไรให้มาเข้าร่วมได้ ถ้าสามารถเข้ากับคนในกลุ่มได้ ฝึกฝนทักษะต่างๆ แบบตั้งใจ ก็ได้ชื่อว่าเป็น Cowboy 1800s”

พี่ตี๋บอกว่าบางครั้งใช้เวลาพิจารณากันถึง 3 ปีก็มี เพราะต้องดูกันระหว่างระยะเวลานี้ว่ามีความตั้งใจจริงไหม ถ้าเข้ากลุ่มแล้วในช่วงเวลาฝึกไม่ได้เข้าร่วม ไม่ได้สนใจ ดื่มเหล้า ทะเลาะวิวาท แสดงตัวเป็นอันธพาลทางกลุ่มก็จะไม่รับพิจารณา เพราะทั้งตัวพี่ตี๋เองและกลุ่มต่างใช้เวลายาวนานในการฝึกซ้อมและค้นคว้า ศึกษาอย่างจริงจัง ใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับคาวบอย ไม่อยากเสียเวลากับคนที่มองไม่เห็นคุณค่าและหลงใหลอย่างแท้จริง ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 30 คน

จิตวิญญาณของคาวบอย

พี่ตี๋ก็หยิบเอาปรัชญาการดำเนินชีวิตของคาวบอยมาใช้ในชีวิตประจำของตัวเอง นอกจากความแข็งแกร่งทางร่างกาย ทักษะความชำนาญการเอาตัวรอด ก็คือการการอยู่ร่วมกับเพื่อน คนในครอบครัวและผู้อื่น คือการเป็นอิสระ พึ่งพากันและกัน มีความเสียสละ และเป็นแบบอย่างที่ดีกับครอบครัว

Cowboy 1800s คืออะไร

“1800s คือยุคของคาวบอยแบบขนานแท้ ปัจจุบันที่คนคิดว่าคาวบอยจะต้องใส่ยีนส์ รองเท้าบูทและเสื้อลายสก๊อต แต่ที่จริงแล้ว คาวบอยจริงๆ จะไม่มีการใส่ยีนส์ในสมัยนั้น เสื้อเป็นสีพื้นเท่านั้น และรายละเอียดต่างๆ ในเครื่องแต่งกายมีอีกมากที่คนยุคใหม่จะเข้าใจไปอีกแบบ เป็นเอกลักษณ์ของ Cowboy 1800s เอกลักษณ์ที่กลุ่มดำเนินรอยตาม”

ถ้าสนใจอยากเป็นคาวบอย

“ถามกลับแล้วกันว่าคุณสนใจระดับไหน ถ้าต้องการแค่มีภาพสวยๆ ถ่ายลงเฟสบุ๊ค คุณแค่มาซื้อเสื้อผ้า เครื่องหนัง แต่งเป็นคอสเพลย์ก็ได้แล้ว แต่ถ้าคุณสนใจว่าคาวบอยมีชีวิตยังไง ต้อนวัว ควงแซ่ ใช้ชีวิตแบบแคมป์ ก็ลองมาสังเกตการณ์ในช่วงที่กลุ่ม Cowboy 1800s เข้าแคมป์ก่อนได้ครับแล้วจะได้รู้ว่าเราชอบคาวบอยจริงแค่ไหน”

พี่ตี๋ประธานของกลุ่ม ผู้ดำเนินรอยตามปรัชญาคาวบอย ด้วยจิตวิญญาณตะวันตกอย่างเต็มเปี่ยม หลังจากที่ได้ฟังน้ำเสียงและเรื่องเล่าจากคนที่มอง คาวบอย ไม่ใช่แค่การแต่งตัวแฟชั่นหรือเรื่องประวัติศาสตร์ที่ได้ยินต่อกันมาเท่านั้น แต่รับรู้ได้ถึงอินเนอร์ที่มีความตั้งใจจริง รายละเอียดการศึกษาถึงวัฒนธรรมคาวบอย สมกับเป็นผู้ก่อตั้งและอยู่ในกลุ่มมาเกือบสองทศวรรษ

ทำให้ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองว่า แล้วเราล่ะมีอะไรที่หลงไหลจนสามารถทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อศึกษาและอยู่กับมันได้ขนาดนี้บ้างหรือยัง?