“Extinction Rebellion” ขบวนการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่ผู้คนทั้งโลกต้องจดจ้อง

Photo credit: Crispin Hughes

“สิ่งมีชีวิตบนโลกอยู่ในสภาวะวิกฤต สภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้และมีความเสี่ยงที่สูงขึ้น การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ พืชผลที่กำลังจะสูญพันธุ์ การล่มสลายของสังคมและระบบนิเวศ การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เรากำลังจะหมดเวลาแล้ว อีกทั้งรัฐบาลของเราล้มเหลวในการดำเนินการแก้ปัญหา Extinction Rebellion ก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้”

นี่คือคำกล่าวบนหน้าเว็บไซต์ของกลุ่มนักเคลื่อนไหวนานาชาติชื่อว่า Extinction Rebellion (XR) ที่มาพร้อมสัญลักษณ์วงกลมที่ล้อมรอบนาฬิกาทราย เพื่อสื่อถึงเวลาที่ใกล้จะหมดลงของสิ่งมีชีวิต กลุ่มนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2018 มีเป้าหมายให้รัฐบาลประกาศ “ภาวะฉุกเฉินทางนิเวศวิทยาและสภาพภูมิอากาศ” แก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทันที ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2025 และรัฐบาลต้องให้สมัชชาพลเมืองเป็นผู้นำในการตัดสินใจ ปัจจุบันกลุ่ม Extinction Rebellion มีอีเวนต์เกิดขึ้นกว่า 84 ประเทศทั่วโลก 

Photo credit: Energy For Humanity

การเคลื่อนไหวของกลุ่ม Extinction Rebellion (XR) มีทั้งการชุมชนและแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ตามสถานที่ต่างๆ มากมาย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มนักเคลื่อนไหวปรากฏตัวใน Paris Fashion Week  ได้ขึ้นไปชูป้ายมีข้อความว่า “Overconsumption = Extinction” (การบริโภคที่มากเกิน = การสูญพันธุ์) ขณะที่ Louis Vuitton กำลังขึ้นโชว์บนรันเวย์ เพื่อเรียกร้องให้คำนึงวิกฤตของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

Photo credit: france24

ภาพจากการบุกขึ้นรันเวย์ถูกแชร์ผ่านทวิตเตอร์ของ Extinction Rebellion France มีคำบรรยายว่า “อะไรจะดีไปกว่า Paris Fashion Week กับ LVMH ที่เป็นสัญลักษณ์ของแฟชั่นฝรั่งเศส เพื่อระลึกถึงผลกระทบของอุตสาหกรรมนี้” และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่ม Extinction Rebellion บุกขึ้นรันเวย์ในงานนี้ เมื่อปีที่แล้วงานแฟชั่นโชว์ของ Dior’s Spring 2021 ที่งาน Paris Fashion Week ชูป้ายที่มีข้อความว่า “We are all fashion victims” (ทุกคนล้วนตกเป็นเหยื่อของแฟชั่น)

Photo credit: FRANCOIS MORI

ทำไมกลุ่ม Extinction Rebellion (XR) ถึงพุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมแฟชั่น? เพราะอุตสาหกรรมแฟชั่นปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกคิดเป็นร้อยละ 10 มลพิษในน้ำจืดคิดเป็นร้อยละ 20 และมลพิษจากไมโครพลาสติกในมหาสมุทรมากถึงร้อยละ 35 ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการผลิตและบริโภคจำนวนมากของอุตสาหกรรมแฟชั่นแบบ Fast Fashion อุตสาหกรรมแฟชั่นจึงเป็นตัวการสำคัญที่ทำโลกอยู่ในภาวะวิกฤต

แคมเปญเรื่องแฟชั่นของกลุ่มนักเคลื่อนไหว Extinction Rebellion (XR) มีทั้ง XR Boycott Fashion, Tell the Truth, Cancel Fashion Week และแคมเปญล่าสุดอย่าง Fashion Act Now ที่ต้องการให้แฟชั่นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน จากแนวโน้มที่คาดการณ์ว่าการบริโภคด้านแฟชั่นจะเพิ่มขึ้นถึง 63% ภายในปี ค.ศ. 2030 อุตสาหกรรมแฟชั่นต้องผลิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้องอุตสาหกรรมเปิดเผยข้อมูลตามความเป็นจริง

Photo credit: Vogue.UK

ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของ Extinction Rebellion (XR) ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วย บางกลุ่มมองว่ากลุ่มนี้เป็นพวกคลั่งสิ่งแวดล้อม และทำลายวันหยุดพักผ่อนของผู้คนจำนวนมาก จากผลสำรวจของ YouGov กว่า 3,000 คน หลังจากการประท้วงที่ลอนดอนในปี 2019 พบว่าคนรุ่นใหม่ช่วงอายุ 18 – 24 ปี ถึงร้อยละ 47 สนับสนุนการเคลื่อนไหวและประท้วงที่สร้างความจลาจลในลอนดอนตามเป้าหมายของกลุ่ม Extinction Rebellion ส่วนช่วงอายุอื่นๆ ไม่เห็นด้วยและมองเป็นการสร้างความวุ่นวายมากกว่า

จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มคนที่ตระหนักถึงปัญหาและวิกฤติของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมมากกว่า อาจเพราะคนรุ่นใหม่ยังต้องอยู่บนโลกใบนี้อีกยาวนาน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พวกเขาจะต้องได้เผชิญกับมัน เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ใครหลายคนมองเป็นเรื่องไกลตัว ผลกระทบที่เลวร้ายอาจจะไม่เกิดกับคุณ แต่ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นกับลูกหลาน หรือคนรุ่นหลังที่ใช้ชีวิตต่อจากคุณ 

Photo credit: euronews.green

อ้างอิง

https://www.dazeddigital.com/fashion/article/54404/1/extinction-rebellion-crashed-runway-paris-fashion-week-ss22-louis-vuitton

https://www.vogue.co.uk/news/article/extinction-rebellion-fashion-act-now

https://rebellion.global

https://www.xrfashionaction.com/fashion-act-now

https://www.bbc.com/news/uk-48607989