“เฟมินิสต์ปลดแอก” แบกความเข้าใจเรื่องเพศและการเมืองเพื่อขับเคลื่อนสังคม

“เพราะการเมืองกับเรื่องเพศเป็นเรื่องเดียวกัน” 

ทีมงานกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก เน้นย้ำกับเราแบบนั้น EQ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ 6 คน ส่วนหนึ่งของทีมงานจาก 30 กว่าชีวิต คุณมะปราง คุณจริงใจ คุณเนเน่ คุณวาดดาว คุณนัท และคุณเมย์ (นามสมมติ) ถึงที่มาที่ไปของเฟมินิสต์ปลดแอก กลุ่มการเคลื่อนไหวที่มีบริบท แนวทาง และอุดมกาณ์ที่น่าสนใจ

“เฟมินิสต์ปลดแอก” เกิดจากการรวมกลุ่มกันทางโซเชียลที่เป็นเฟมินิสต์อยู่ในทวิตเตอร์ ที่อยากจะออกมาขับเคลื่อนด้วยกัน โดยประสานงานและแบ่งหน้าที่กันทางโลกออนไลน์ เพื่อนัดหมายในการทำม๊อบ การเคลื่อนไหวในหัวข้อและประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจ พร้อมกับการทำคอนเทนต์ควบคู่ไปด้วย โดยเปิดรับอาสาสมัครที่มีความถนัดเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นแอดมิน การทำคอนเทนต์ การทำกราฟฟิก ทั้งในเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ และไอจี โดยเพจนี้ก่อตั้งมาประมาณ 1 ปี

“เฟมินิสต์คือ การต่อสู้และช่วงชิงความเท่าเทียมของทุกเพศ”

ทำไมต้องเฟมินิสต์ปลดแอก?

“ช่วงที่สื่อสารว่า “ผู้หญิงปลดแอก” กลุ่มแรกที่ทำประเด็นนี้คือ กลุ่มทำทาง โรงน้ำชา หิ้งห้อยน้อย ฯลฯ เขาจะแอคชั่นบนท้องถนนซึ่งช่วงนั้นใช้ชื่อปลดแอกเยอะ เพราะอยากสื่อสารประเด็นประชาธิปไตยในมิติเพศ โดยช่วงนั้นมีการเรียกร้องให้ผู้หญิง พอถึงช่วงม๊อบเฟสซึ่งมีอาสาสมัครเข้ามาเยอะ เลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพื่อครอบคลุมไปถึงความหลากหลายทางเพศในเพศอื่นๆ เช่น การยืนยันอัตลักษณ์ทางเพศ พอเปลี่ยนชื่อทำให้บรรยากาศการทำงานมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีเพื่อนเพิ่มขึ้นและมีเพื่อนผู้ชายที่พยายามจะเข้ามาเรียนรู้เรื่องเฟมินิสต์มากขึ้น”

“เฟมินิสต์ปลดแอก ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างสุขภาวะที่ดี เพราะการเปลี่ยนแปลงสังคมหรือต่อสู้กับความรุนแรง สภาวะภายในของเราต้องเข้มแข็งก่อน” 

เฟมินิสต์ปลดแอกต่างจากกลุ่มอื่นยังไง?

“เราทำงานเคลื่อนไหวประเด็นทางเพศในขบวนการประชาธิปไตย ไม่ได้พูดเรื่องเพศหรือเรื่องสนับสนุนผ้าอนามัยเพียงอย่างเดียว แต่เราเข้าไปอยู่ในขบวนการที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากๆ ใช้การสื่อสารรูปแบบที่เฟมินิสต์สื่อสาร รูปแบบที่เฟมินิสต์จัดวงพูดคุย จัดตั้งคุณค่าร่วม เพื่อให้ทุกคนที่เข้ามาเคารพและสามารถทำงานร่วมกันได้ ทำให้เข้าถึงคนที่อยากจะเรียนรู้ความเป็นเฟมินิสต์ของเรา เราเข้าไปทำงานกับเพื่อนๆ กลุ่มอื่น เช่น กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มธรรมศาสตร์ ฯลฯ เพื่อสร้างการเรียนรู้ว่าเฟมินิสต์ทำงานยังไง มีการเวิร์คชอปให้สมาชิกในการดูแลตัวเองและจิตใจ ทำให้สามารถไปต่อได้เรื่อยๆ ท่ามกลางความรุนแรงและการกดขี่ที่เข้มข้นมากในกระบวนการประชาธิปไตย”

“ทำไมคุณไม่เคารพการตัดสินใจของเรา ไหนคุณบอกความเท่าเทียมมันมี คุณบอกต้องการประชาธิปไตย คุณบอกต้องการสิทธิเสรีภาพ แต่คุณยังไปบดบังสิทธิเสรีภาพของคนอื่นอยู่เลย” 

5 ข้อเรียกร้องเปลือย

“5 ข้อเรียกร้อง เรายังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ เรียกร้องและพยายามสื่อสารชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญสีรุ้งคืออะไร ทั้งจัดอบรม พูดคุยเรื่องสวัสดิการผ้าอนามัย การสมรสเท่าเทียม หรือเรื่องการยกเลิกมาตรา 112 ที่ไปร่วมกับคณะราษฎร หรือเรื่องการปฏิรูปสถาบัน ซึ่งเรามองว่ามันสำคัญจริงๆ เราขับเคลื่อนมาโดยตลอด แต่เรารวบรวมให้มีอิมแพคและอยากสื่อสารชัดเจนว่า เรื่องเพศและประเด็นความเท่าเทียมทางเพศกับเรื่องของการเมืองคือเรื่องเดียวกันที่ต้องเชื่อมโยงและไปด้วยกัน ถ้ารัฐธรรมนูญไม่มีความเท่าเทียมทางเพศ ก็อย่าหวังว่าจะได้ความเท่าเทียมของรัฐธรรมนูญ เฟมินิสต์ปลดแอกช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เราพยายามขับเคลื่อนทุกวิถีทาง ทั้งลงถนน จัดม๊อบ จัดบูธ เพื่อประชาสัมพันธ์ หรือจัดวงศึกษารัฐธรรมนูญสีรุ้งเพื่อรับสมัครคนที่สนใจที่จะเข้ามาแก้รายมาตรา”

ม๊อบเปลือย 9 ตุลาคม 2564

“ม๊อบเปลือยวันที่ 9 ตุลาที่ผ่านมา เราทำงานร่วมกับเพื่อนๆ เครือข่ายมากกว่า 10 เครือข่าย เพราะสุดท้ายแล้วความสำเร็จที่สุดของการเรียกร้องบนท้องถนนคือประเด็นที่เราสื่อสารไป มันเป็นประเด็นของทุกคนที่อยู่ในสังคม วันใดวันหนึ่งเรื่องสวัสดิการผ้าอนามัยมันเกิดขึ้นแล้วทุกคนเป็นเจ้าของประเด็น ทุกคนพยายามพูดและเรียกร้องประเด็นนี้ อยากเสนอไอเดียการแก้ไข มันคือความสำเร็จสูงสุด อย่างประเด็นสมรสเท่าเทียมที่ไม่ว่าที่ไหนพูดเรื่องนี้ เขารู้สึกเป็นเจ้าของ เขาหวงแหน พอมีม๊อบเขาจะออกมาสนับสนุน มีส่วนร่วม และโอนเงินเพื่อสนับสนุน ดังนั้นเป้าหมายสูงสุดของพวกเราคือ การให้ทุกๆ 5 ข้อของเปลือย เป็นประเด็นที่คนในสังคมเป็นเจ้าของร่วมกัน”

“เปลือย” มันส่งต่อให้คนได้เปลือยและเขียนข้อความในร่างกาย เพื่อเป็นสัญญะของการประท้วง ตรงนี้เป็นพลังสำคัญที่ไม่ใช่เฉพาะการปราศัยในพื้นที่บนเวทีเท่านั้น 

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

“เราช่วงชิงสัญญะสีรุ้งในช่วงขาขึ้นของม๊อบได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ถูกส่งต่อด้วยธงสีรุ้งไปยังต่างจังหวัด เป็นการจัดการที่สอดคล้องกับทั่วโลก เป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายทางเพศที่ทันสมัยและร่วมสมัย ไม่ใช่แค่ปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมือง การเคลื่อนไหวต้องเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความครีเอทีฟ การขึ้นมาโยกย้ายหรือเคลื่อนไหวจึงเป็นสิ่งที่หลายๆ คนสามารถทำร่วมกันได้ My Body, My Choice สิทธิของร่างกายโดยเฉพาะผู้หญิงและเพศที่หลากหลาย เราต้องถอนรากทางความคิดและส่งต่อคุณค่าของสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเรา เราตั้งคำถามกับ Beauty Privilege แม้ว่าเราจะแต่งตัวอย่างไร โป๊ เซ็กซี่ หรือสวยน่ารักก็คุกคามไม่ได้ ลดทอนเนื้อตัวร่างกายของคนอื่นไม่ได้ เรากำลังใส่เรื่องสิทธิในร่างกายที่ควรจะทำ คนที่ออกมาแอคชั่นไม่ได้มีแค่สวยงามตามพิมพ์นิยม บางคนภูมิใจในพุงและผิวของตัวเอง เราจะไม่ด้อยค่าหรือไม่เคารพความแตกต่างเหล่านี้  ตั้งแต่ทำขบวนกี 1 2 3 ก็มีเวทีธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่พูดเรื่อง 112 เราเห็นมวลชนเข้าร่วมเขาแต่งตัว เน้นสีสันของเสื้อผ้า หน้าผม ด้วยความภาคภูมิใจ เรารู้ว่ามันเป็นการส่งต่อจากการขบวนกี”

ขบวนกี V 1 2 3 4

“กี” เป็นกิมมิกที่ทำให้เห็นด้านการเมืองควบคู่เฟมินิสต์ อย่างขบวนกี 1 – 3 เป็นขบวนคาร์ม๊อบที่เราไปร่วมกับม๊อบอยู่แล้ว จริงๆ เกิดจากความรู้สึกที่เราไปร่วมขบวนคาร์ม๊อบภาคอีสานที่จังหวัดร้อยเอ็ดกับมหาสารคาม และอยากขึ้นรถแห่เพราะรถแห่เปิดเพลงแล้วเต้นอย่างเดียว เลยเอารูปแบบรถแห่มาใช้ในกรุงเทพฯ ซึ่งทุกครั้งที่แสดงออกไปจะมีผลตอบรับกลับมา เราใส่ป้ายรณรงค์เรื่องสมรสเท่าเทียมกับรัฐธรรมนูญสีรุ้ง จนเมื่อมีการสลายการชุมนุมในขบวนกีครั้งที่ 3 เริ่มมีป้ายล้อเลียนตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ที่สลายการชุมนุมที่ดินแดง เราบอกว่าเราไม่เอาแก๊สน้ำตา หรือแม้แต่การใช้พลุ ประทัด ของทะลุแก๊ส เราก็ล้อว่านี่ขบวนกีไม่เอาประทัด เราอยากเห็นการเคลื่อนไหวที่ปลอดภัยของประชาชนอย่างสันติ จนกระทั่งตำรวจออกหมายเรียกจาก พรก. ฉุกเฉิน กว่า 20 หมาย  เลยตระหนักว่าขบวนกีสั่นสะเทือนไปถึงนายกได้เหมือนกัน ส่วนขบวนกี V4 หรือ “เปลือย” เกิดจากความรู้สึกที่อยากให้ม๊อบกลับมาสนุกนานและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทุกคนเข้าร่วมได้ เป็นข่าวหน้าสื่อได้ เรารู้ว่าธงรุ้งทำหน้าที่นำได้ และรถแห่เปิดเพลงเต้นก็ยังมีสีสัน (แต่รถถูกดักจากปทุมธานีไม่ให้มาร่วมขบวนรถบรรทุก)”

“การที่ม๊อบจะประสบความสำเร็จได้ มวลชนที่เข้ามาร่วมจะต้องรู้สึกอิสระ ที่จะแสดงอารมณ์ออกมา ทั้งอารมณ์โกรธ ดีใจ เสียใจ หรืออะไรก็ตาม” 

เฟมินิสต์ปลดแอก การเคลื่อนไหวที่แตกต่าง!

“แต่งตัวขึ้นไปเต้น อยู่ๆ ก็ถอดเสื้อเอาสีมาเขียนตัว ทั้งๆ ที่ในมุมมองของบางคนอาจมองว่าโป๊เปลือย เล่นกับตัว สกปรก การท้าทายขอบเขตมันทำให้อารมณ์ของมวลชนเริ่มกล้าแสดงออกและสื่อสารมากขึ้น เราเห็นในม๊อบเปลือยแล้วเรารู้สึกดีมาก เด็กๆ มองหน้าพ่อแม่ ช่วงที่มาขอให้พี่ศิลปินเพนท์ พอพ่อแม่พยักหน้าก็บอกให้เอาสีมาทาที่ตัวเขา หรือคู่รักเพศเดียวกันที่เดินมาแล้วขอให้เพนท์ ซึ่งการใช้ร่างกายเพื่อสื่อสารออกมา เป็นการต่อสู้จากกรอบที่อยู่ในตัวเรา ถ้าเราเองพยายามสร้างพื้นที่ให้คนได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมาเรื่อยๆ มันจะกลายเป็นม๊อบที่ทรงพลัง และสามารถที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงให้สังคมได้จริงๆ โดยต้องคำนึงถึงพื้นที่ปลอดภัย เมื่อเขาถูกโจมตีในโลกโซเชี่ยล เราจะส่งการเยียวยา การรับฟัง และพื้นที่ซัพพอร์ต ซึ่งเราพยายามสร้างพื้นที่แบบนี้ซ้ำๆ เพื่อทำให้เขารู้สึกว่าปลอดภัยและอยากมีส่วนร่วม”

เหตุการณ์ระทึกใจ – ประทับใจ

“ช่วงระทึกใจคือ ช่วงสายๆ ของวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สกัดรถเครื่องเสียงไม่ให้เข้ากรุงเทพฯ เป็นงานใหญ่ครั้งแรกที่เราโดนสกัดรู้สึกตกใจมาก สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือ การตั้งเวทีปราศัย มีคู่รักที่เป็นเพศหลากหลายมานั่งฟังปราศัย ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นมาก เรารู้สึกดีที่ได้สร้างพื้นที่ให้กลุ่มคนที่เป็นคู่รักเพศเดียวกันเป็นพื้นที่ให้เขามาม๊อบ ซึ่งเป็นม๊อบที่เรียกร้องประเด็นทางการเมืองและเรื่องเพศไปพร้อมๆ กัน มีคุณป้าที่เป็นเลสเบี้ยนส่งข้อความมาขอบคุณเราที่ทำม๊อบขึ้นมา หรือฟีดแบคในทวิตเตอร์ที่ชมว่าเป็นงานปราศัยที่ดีมาก ซึ่งประเด็นที่เรานำเสนอค่อนข้างใหม่ และไม่แน่ใจว่าสังคมจะยอมรับมากน้อยแค่ไหน พอเอาประเด็นเพศมาเชื่อมโยงกับรัฐและการเมือง ทำให้ทุกคนรับรู้ว่าการเมืองสำคัญกับเรื่องเพศ เราประทับใจที่ทำให้มวลชนมีความหวังกับม๊อบอีกครั้ง”

รัฐธรรมนูญสีรุ้ง

“รัฐธรรมนูญสีรุ้ง หรือความหลากหลายทางเพศ เข้าไปสู่รัฐธรรมนูญ ทำให้ภาพนี้ประทับในหัวคน เรื่องของการไล่นายกแน่นอนว่าตอนนี้ม๊อบมีแรงไม่มากพอที่จะไล่ได้ แต่นัยยะสำคัญที่ส่งเสียงครั้งที่ผ่านมา กลายเป็นแอคชั่นเพศที่สะเทือนการเมือง มีการโต้เถียงเรื่องเปลือย ทั้งในกระบวนการประชาธิปไตยและนอกกระบวนการ ภาพการเคลื่อนไหวเรื่องความเป็นธรรมทางเพศอยู่ในหน้าสื่อหลัก เป็นม๊อบเรื่องเจนเดอร์ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้อง ซึ่งต้องดูปรากฎการณ์หลังจากนี้ว่า ขบวนของเราจะเติบโตไหม ครั้งหน้าอาจเป็นเปลือย 1 2 3 และถ้ายังไม่เติบโตแสดงว่าสังคมยังไม่ยอมรับเรื่องเพศและพื้นที่การเมืองที่มากพอ เราไม่ใช่พอยท์ในการไล่นายก แต่เราต้องการสร้างการเคลื่อนไหวให้กลับมาความสนุก เราวางแผนจากการดูไทม์ไลน์สถานการณ์โควิด เพราะฉีดวัคซีนพิ่ม ตัวเลขลดลง เปิดประเทศ ม๊อบกลับมาได้ รวมทั้งแอคชั่นที่จะส่งต่อม๊อบให้กับพื้นทีอื่นๆ ด้วย”

“รัฐที่ไม่มีนัยยะคติหรืออุดมคติของปิตาธิปไตย เป็นมิตรมากพอกับเพศหลากหลาย เข้าใจความแตกต่าง รัฐสวัสดิการเพศทุกเพศเข้าถึงได้ด้วย ไม่ได้มีจุดหมายหรือความคิดความอ่านที่เป็นรูปแบบให้ผู้ชายเป็นหลัก” 

“รัฐธรรมนูญสีรุ้งในอุดมคติ” คืออะไร?

“อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดปิตาธิปไตยและกลุ่มคนที่มีชายเป็นใหญ่ อยากเห็นมุมที่เขียนขึ้นโดยมีการจัดสรรโควตาทางเพศเข้าไปเขียน เป็นมิตรกับเจนเดอร์เอ็กซ์เพรส หรือการแสดงออก เพราะยังมีคำว่าศีลธรรมอันดีงามซึ่งเชื่อมโยงกับการแสดงออกทางเพศ และบางครั้งการแสดงออกทางเพศความหลากหลายมันมี มันต้องมีเจนเดอร์เข้าไปเขียน และข้อความที่เขียนต้องมีเนื้อหาเป็นมิตรในทุกมิติ”

อีก 5 ปีข้างหน้า

“อยากเห็นประเทศเป็นประชาธิปไตย คำว่าเจนเดอร์โควตาเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถยอมรับได้ มีการเขียนรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริงๆ รัฐธรรมนูนที่ไม่ได้มีเพียงเพศสองขั้ว (Gender Binary) แต่มีเพศหลากหลายในรัฐธรรมนูญ มีกรอบคิดที่เป็นธรรมมากพอที่จะเขียนให้ทุกคนมีความเท่าเทียม อยากให้สังคมก้าวข้ามคำว่าเปลือยที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเซ็กชวล และมองในมิติอื่นมากกว่าทุกวันนี้ เพราะเปลือยมีความหมายคล้ายๆ ปลดแอก แต่เปลือยมีมิติทางเพศซ่อนอยู่ 5 ข้อเรื่องเปลือยในอนาคต อยากให้คนสนับสนุนมากขึ้น เพื่อให้ทุกคนเท่าเทียมกัน มองเห็นโครงสร้างหรือมายาคติที่มีค่านิยมบดบังหรือกดทับความหลากหลายและสิทธิเสรีภาพเราอยู่ค่ะ”

กระแสการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้หญิง

“ถ้าเรามองลึกลงไปในขบวน เราจะเห็นว่าผู้หญิงและเพศหลากหลายอยู่แถวหน้าขบวนการการเรียกร้องประชาธิปไตยของประเทศมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรุ้ง, มายด์ ภัสราวลีม, เบญจา แม้กระมั่งเพนกวิ้นที่ออกมาคัมเอาท์ หรือฟ้า พรหมศร ราษฎรมูเตลู ปูน เอกชัย หมอลำแบงค์ เราคิดว่าการเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งนี้ เป็นหมุดหมายหลักที่ทำให้ประชาชนทั่วไปเห็นว่า ไม่ใช่เฉพาะผู้ชายที่จะมาเรียกร้องทางการเมือง เราสามารถมีพื้นที่ตรงนี้ให้กับทุกคนทุกเพศร่วมกันออกแบบขบวนการการเรียกร้องประชาธิปไตยได้”

นิยามของเฟมินิสต์ปลดแอก

“เฟมินิสต์ปลดแอกเป็นการเยียวยาตัวเองอย่างหนึ่ง เพราะเคยประสบความรุนแรงทางเพศ แล้วเห็นคนรอบตัวที่มีประสบการณ์ความรุนแรงทางเพศมาก่อน การที่เราเคลื่อนไหวประเด็นทางเพศไปพร้อมๆ กับประเด็นทางการเมือง เราเริ่มต้นที่จะยุติความรุนแรงทั้งหมดที่มันจะเกิดขึ้นเพื่อกลับไปเยียวยา การมีตัวตนและทำเฟมินิสต์ปลดแอกไปเรื่อยๆ ความรุนแรงทางเพศมันน่าจะลดน้อยลง และถ้าวันหนึ่งมันหายไปมันจะดีมาก ทุกคนจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด ทำให้พวกเรามีกำลังใจที่จะทำงานต่อไปในอนาคต”

เร็วๆ นี้ พวกเขายังทำงานร่วมกับเครือข่าย “คณะราษฎรรณรงค์ยกเลิก 112” ในวันที่ 31 ตุลาคม 64 ซึ่งเป็นแคมเปญใหญ่ นอกจากนี้ แอคชั่นของพวกเขาต่อไปคือ การรวบรวมรายชื่อห้าหมื่นรายชื่อ เพื่อผลักดันในช่วงพฤศจิกายนเรื่องสมรสเท่าเทียม ซึ่งช่วงธันวาคมศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสิน ว่าจะรับข้อเรียกร้องหรือจัดตั้งครอบครัวจากคู่รักเพศเดียวกันไปพิจารณาว่ามันขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ต้องติดตาม!

ติดตามและอัปเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ที่ เฟมินิสต์ปลดแอก