FREE THE NIPPLE หัวนมทุกเพศควรได้เป็นอิสระ Agree or Disagree? 

Photo credit: Free the Nipple Movie

หัวนมทุกเพศควรได้เป็นอิสระ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ลองมาอ่านการตัดสินใจกันอีกทีว่า เรื่องราวของหัวนมกลายเป็นสิ่งต้องห้ามในไทยตั้งแต่ตอนไหน การเคลื่อนไหว #FreeTheNipple มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แล้วหัวนมเนี่ยมันดึงดูดทางเพศโป๊เปลือยขนาดนั้นเลยหรอ แต่ทำไมกันมีแค่หัวนมผู้หญิงล่ะที่ถูกทำให้เป็นเรื่องต้องห้ามในไทย 

หัวนม‘ ในไทยเคยเป็นอิสระมาก่อน  แต่เรื่องราวของหัวนมในไทยต้องห้ามในไทยทั้งหมด มันเริ่มมาจากค่านิยมการแต่งกายสุภาพเรียบร้อยของยุควิคตอเรียนตะวันตกที่ได้แผ่อิทธิพลมาที่เมืองไทย เมืองไทยก็ต้องเลยปรับตัวปรับทัศนคติให้กลายเป็นประเทศที่มีความศิวิไลซ์เพื่อทันประเทศต่างๆ ทั่วโลกทั้งเพื่อการนำสังคมเข้าไปสู่ยุคใหม่ที่รุ่งเรืองขึ้นและเชื่อมต่อประเทศไทยให้มีความเป็นสากลมากขึ้นด้วย 

ผลจากการปรับตัวนี้ทำให้เกิดค่านิยมและข้อบังคับการกำหนดทางกฎหมายที่กล่าวว่า “ให้แต่งกายให้สมกับเป็นอารยชน โดยกำหนดการแต่งกายและทรงผมแบบใหม่ ขอให้สตรีทุกคนไว้ผมยาว เลิกใช้ผ้าโจงกระเบน เปลี่ยนเป็นนุ่งผ้าถุงแทน เลิกการใช้ผืนเดียวคาดอกหรือเปลือยกายท่อนบน ให้ใส่เสื้อแทน”

Photo credit: campaigns of the world

ตั้งแต่นั้นมา หัวนมในเมืองไทยก็เป็นเรื่องต้องห้าม เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่เรียบร้อยและยังถูกยึดโยงไปสู่ค่านิยมกดทับควบคุมร่างกาย อิสระภาพ ความคิดของผู้หญิงหลายเรื่องในไทยด้วยตั้งแต่ ต้องรักนวลสงวนตัว การแต่งตัวโป๊ = การดึงดูดทำให้ตกเป็นเป้าของการถูกทำให้เป็นวัตถุทางเพศและอันตราย 

ในต่างประเทศเองอย่าง สหรัฐอเมริกา หัวนมผู้ชายก็เคยเป็นเรื่องผิดกฎหมายมาก่อนในปี 1935 ที่มีผู้ชายถูกจับกุมเพราะเปลือยหน้าอกที่ชายหาด แต่ไม่นานนักพวกเขาก็ถูกปล่อยตัวเป็นอิสระ มีการพิจารณาว่า หัวนมผู้ชายไม่ใช่เรื่องไม่เหมาะสม ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่หัวนมผู้หญิงเองนั้นยังไม่เหมาะสมอยู่นะ แม้จะไม่ผิดกฎหมายเหมือนกันแต่ก็ยังมีกฎทางสังคมที่คอยจับจ้องบังคับร่างกายผู้หญิงอยู่มาตลอดๆ 

การต่อสู้เพื่ออิสระภาพของหัวนมที่เท่าเทียมเริ่มร้อนแรงขึ้นตอนปี 2012 ที่นักเคลื่อนไหว/นักแสดง ‘ลีนา เอสโก – (Lina Esco)’ ออกมาก่อตั้งแคมเปญ การรณรงค์ #FreeTheNipple  ถ่ายภาพวิ่งเปลือยหน้าอกบนถนนนิวยอร์กเพื่อถ่ายทำสารคดีโดยมีใจความสำคัญว่า อยากจะส่งเสริมให้ทุกเพศมีความเท่าเทียมกันในการเปลือยหน้าอกโดยไม่ถูกจำกัดด้วยบรรทัดฐานทางสังคมว่า การไม่สวมใส่ชุดชั้นใน การโชว์หัวนมเป็นเรื่องโป๊และอนาจาร 

Photo credit: Free the Nipple Movie

ปี 2014 ได้มีการเปิดตัวสารคดีเรื่องนี้ที่ Netflix และได้เกิด #FreeTheNipple มากมาย มีคนดังสนับสนุนการเคลื่อนไหวนี้มากมายว่า การปลดปล่อยหัวนมคือการให้ผู้หญิงได้มีสิทธิเลือกในการตัดสินใจ ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะต้องลุกขึ้นมาเปลือยท่อนบนกันทั่วโลก แต่การกดทับเลือกปฏิบัติทางเพศเพราะว่ามันจะดูเป็นเรื่องกระตุ้นทางเพศ เป็นเรื่องโป๊อนาจารก็ย้อนกลับไปถามสังคมว่า เรื่องนี้มีสาเหตุมาจากตรงไหน หัวนมของผู้หญิง หรือ การทำให้มันเป็นวัตถุทางเพศโดยสังคมกันแน่ ในเมื่อทุกคนมีหัวนมกันหมด ทำไมหัวนมเพศหญิงจึงต้องถูกเซนเซอร์ให้ไม่เท่าเทียมและผิดกฎหมาย 

Photo credit: campaigns of the world

หน้าอกและหัวนมทุกเพศมีลักษณะเดียวกัน มีหัวนมหน้าอกเหมือนกัน ความต่างเดียวที่มีก็คือหัวนมของผู้หญิงสามารถใช้ผลิตน้ำนมสำหรับทารกได้แต่ทว่าหัวนมผู้ชายกลับได้รับอนุญาตให้เปลือยได้อย่างอิสระ ในขณะที่หัวนมผู้หญิงถูกต้องห้ามว่าเป็นเรื่องโป๊ เรื่องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศและเรื่องไม่สมควร แม้แต่การให้นมทารกก็ยังเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในบางประเทศ ทั้งๆ ที่มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับความโป๊หรืออนาจารเลย 

ปัจจุบัน ในหลายประเทศ การเปลือยอกของผู้หญิงไม่ใช่ปัญหา มันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย ที่นิวยอร์กเองก็มี วันเปลือยอกสากลที่จัดขึ้นทุกๆ วันที่ 27 สิงหาคมด้วย 

แต่การเคลื่อนไหวนี้ก็ยังร้อนระอุมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะโซเชียลมีเดียก็ยังมีการเซนเซอร์หัวนมของผู้หญิงอยู่ ด้วยเหตุผลว่าไม่เหมาะสมแต่หัวนมผู้ชายกลับได้เป็นอิสระเสรีโลดแล่นทั้งๆ ที่ ไม่ว่าจะหัวนมของใคร เพศไหนมันก็เป็นร่างกายคนปกติธรรมดาเหมือนกัน ไม่มีหัวนมใครกลายเป็นวัตถุทางเพศหรือความไม่เหมาะสม การต่อสู้นี้ก็ยังคงดำเนินต่อไปและทุกคนสามารถเข้าไปดูการเคลื่อนไหว ร่วมสนับสนุนได้ทาง #FreeTheNipple 

Photo credit: Brighton the inside

กลับมาที่ไทยและข้อสนับสนุนที่ต้องจำกัดอิสระของหัวนมกันบ้าง ข้อสนับสนุนก็จะมีตั้งแต่ ข้อสนับสนุนของคนที่จำกัดอิสระภาพหัวนมก็คือ มันเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เป็นเรื่องอนาจาร มันไม่ปลอดภัยนะ มันจะถูกคุกคามทางเพศต้องปกปิดมิดชิดทั้งการแต่งตัว และผู้หญิงที่โชว์หัวนมมักจะถูกแปะป้ายเหยียดเพศว่าต้องเป็นผู้หญิงไม่ดี หรือ เรียกร้องความสนใจ 

มายาคติเหล่านี้ถูกทำลายมาด้วยทั้งข้อมูลทั้งทางสถิติ ประสบการณ์คำบอกเล่า และนิทรรศการการเคลื่อนไหวทางสังคมอย่าง #DontTellMeHowToDress ที่แสดงให้เห็นว่าการแต่งตัวแบบไหนก็ไม่เกี่ยวกับการถูกคุกคามทางเพศ 

ร่างกายผู้หญิงควรได้เป็นอิสระและไม่ควรมีใครถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพทางร่างกาย คุณค่าของผู้หญิงทุกวันนี้ไม่ได้ถูกติดไว้กับร่างกาย ไลฟ์สไตล์ การแต่งตัวอีกต่อไปแล้ว ผู้หญิงจะดีหรือไม่ดี ใครกันจะตัดสินพวกเธอได้

สังคมควรบอกใครกัน ระหว่างให้ผู้หญิงทำตัวเรียบร้อยแล้วจะปลอดภัยหรือบอกสอนให้คนในสังคมอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพกันและกัน เคารพร่างกาย ไม่รุกรานทางเพศต่อผู้อื่น ไม่ทำอะไรที่ปราศจากการสมยอม (consent)  

ในบรรดาการเคลื่อนไหวทางเพศมากมายนั้นก็มักจะมีคำถามที่เป็นจุดร่วมกันอยู่ว่า ทุกวันนี้เราอยากอยู่ในสังคมแบบไหนกันระหว่าง สังคมที่ทุกเพศสามารถใช้ชีวิตปกติได้อย่างปลอดภัย มีอิสระเสรีทั้งทางด้านร่างกาย รัฐสวัสดิการทางเพศที่เท่าเทียม หรือ สังคมที่คนทุกเพศไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและต้องระมัดระแวงตลอดเวลา 

Photo credit: Thai Divorce Lawyer

อ้างอิง

The Matter: https://bit.ly/3pSFu74 

Hyperallergic: https://bit.ly/3HZEuEv 

Silpa-mag: https://bit.ly/3sZaOmU 

The Standard: https://bit.ly/3hTaZd9