ความสำเร็จของ GOLDEN TRIANGLE GROUP ผู้ผลิตกัญชา – กัญชง รายแรกของประเทศไทย

“ปลดล๊อคกัญชา ออกจากยาเสพติด” ใครที่เป็นสายเขียวก็ได้เฮไปตามๆ กัน แต่รู้หรือไม่ว่าการปลดล๊อคมันไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะสามารถปลูกกัญชา หรือใช้กัญชาได้แบบเสรีตามที่หลายๆ คนเข้าใจ แต่มันหมายถึงกัญชาสามารถนำมาใช้ทางการแพทย์เท่านั้น และกัญชงสามารถนำมาทำอาหาร หรือเครื่องสำอางค์ได้โดยใช้เส้นใย เปลือก กิ่ง ก้าน ราก และใบกัญชาที่ไม่มียอดหรือช่อดอก จากแหล่งผลิตที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นอีกด้วย

เพราะฉะนั้นคำว่ากัญชาเสรีอาจจะยังเรียกได้ไม่เต็มปากนัก และเพื่อให้เข้าใจตรงกันวันนี้เราจะมาคุยกับ คุณกฤษณ์ ธีรเกาศัลย์ ถึงที่มาที่ไป และเป้าหมายของการก่อตั้งและวิจัยผลผลิตจากกัญชา-กัญชงจนเกิดเป็น Golden Triangle Group (GTG) สร้างความสำเร็จของงานวิจัยสายพันธุ์กัญชา-กัญชงและผู้ผลิตสาร CBD บริษัทแรกของประเทศไทยที่คุณรู้จักกันในวันนี้

ความเป็นมาของ GTG 

หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกฎหมายเรื่องการอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อทางการแพทย์ได้นั้น ทาง founder ของเรานําโดย คุณกฤษณ์ ธีรเกาศัลย์ ก็ได้ก่อตั้งบริษัท GTG ขึ้นและได้หน่วยงานรัฐที่สําคัญอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (CRRU) เข้ามาร่วมมือ 

หลังจากนั้นเราได้ เดินหน้าโครงการวิจัยสายพันธุ์กัญชาฯ สร้างโรงปลูก indoor ตามมาตรฐาน GMP และขอใบอนุญาตต่างๆ ตั้งแต่การ ปลูก ผลิต ครอบครอง รวมถึงการนําเข้าเมล็ดเข้ามาปลูก โดยเราได้คัดเลือกสายพันธุ์ที่เคยได้รับรางวัลที่ 1 จาก High Times Cup มาแล้วกว่า 9 ครั้ง อย่างพันธุ์ Cannatonic รวมถึงตัวเจ้าของและผู้พัฒนาสายพันธุ์อย่างคุณ Jaime Carrion Gracia เข้ามาเป็นอีกหนึ่งส่วนสําคัญในการค้นพบต้นแม่พันธุ์ที่ให้ CBD สูงจนเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากในขณะนี้

Photo Credit: Golden Triangle Group

เป้าหมายของ GTG คืออะไร

คือการเป็นผู้ประกอบการต้นน้ำในด้านการวิจัยสายพันธุ์และผู้ผลิตสาร CBD ที่ได้มาตรฐานเพื่อส่งเสริมประชาชนและเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพที่ดีขึ้น

เมื่อกัญชงกลายมาเป็นธุรกิจ ประชาคนทั่วไปควรศึกษาอะไรบ้าง

ควรศึกษากฎหมายและการขอใบอนุญาตต่างๆ ให้เข้าใจก่อนเนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นตัวกําหนดการดําเนินงาน รวมถึงการศึกษาว่ากัญชา-กัญชง จริงๆ แล้วนั้นให้คุณ ให้โทษมากน้อยประการใด และนําไปใช้ด้านใดได้บ้างเพื่อประโยชน์สูงสุด

ดอกของต้นกัญชามีประโยชน์มากที่สุด แต่ทำไมรัฐบาลจึงไม่อนุญาตให้ใช้ดอกอย่างถูกกฎหมาย

เนื่องจากตัวดอกเองยังมีสาร THC ที่อยู่ในไตรโคม (เกสรของดอก) เป็นจำนวนมาก ซึ่งตัวสาร THC นั้น ออกฤทธิ์ทางประสาทและทำให้เกิดอาการมึนเมาอย่างที่หลายๆ คนคงทราบกันดี และหากมีมากกว่า 1.0% จะถือว่าเป็นกัญชาที่ยังคงใช้ได้แค่ในการแพทย์เท่านั้น 

อีกทั้งการพัฒนาสายพันธุ์ให้มี THC ต่ำกว่าเกณฑ์และมี CBD สูงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และตัวดอกเองยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ในการสูบเพื่อการสันทนาการ ทาง อย. จึงอนุญาตแค่ในรูปแบบของสารสกัดที่มี THC ต่ำกว่า 0.2% และส่วนอื่นๆ ของกัญชาก่อน อย่างใบจากต้นกัญชาของเราเองยังมี การให้สาร CBD ถึง 1.2% และ THC ต่ำมากๆ จนแทบเรียกได้ว่าไม่มีอยู่เลย จึงทำให้บริษัทใหญ่ๆ ไว้วางใจเราและเชื่อว่าผู้บริโภคของเค้าจะไม่เกิดอาการมึนเมาหรือเกิดอุบัติเหตุอะไรจากการบริโภคใบของเราแน่นอน อีกทั้งยังให้ปริมาณสาร CBD แบบ micro dose ซึ่งเหมาะสมสำหรับการเริ่มต้นของผู้ที่ไม่เคยได้รับสารนี้มาก่อนอีกด้วย

คิดว่ากฎหมายกัญชา หรือกัญชงในประเทศไทยมันสองแง่สองง่ามไหม

ด้วยความที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของประเทศ พูดได้ว่าเราเป็นประเทศแรกที่เปิดให้ใช้สารสกัดจากกัญชงเชิงพาณิชย์ใน ASEAN จึงไม่แปลกที่อะไรๆ ความหมายอาจจะยังไม่นิ่ง คิดว่าเวลาจะทำให้อุตสาหกรรมนี้มีความเสถียรมากขึ้น รวมไปถึงการเข้าถึงของเกษตรกรและประชาชนทั่วไปด้วยเช่นกัน

มองอนาคตข้างหน้าของธุรกิจนี้ในเมืองไทยอย่างไรบ้าง

ในมุมมองของเรา เรามองว่าด้วยตัวสรรพคุณของกัญชงเองนั้นมีประโยชน์มากกว่าโทษและมองว่าควรผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจของไทยในอนาคตอย่างแท้จริง 

“ด้วยปัจจัยทรัพยากรของประเทศ เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำด้านกัญชา-กัญชงใน South East Asia ได้อย่างไม่ยากเกินเอื้อม”

ความท้าทายของการเป็นผู้ศึกษาวิจัยและพัฒนาธุรกิจเรื่องกัญชา-กัญชงในประเทศไทย

คงไม่พ้นเรื่องใบอนุญาตต่างๆ และการปฏิบัติควบคุมการดำเนินงานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการนำเข้ามาปลูกและการลงมือปลูกกัญชา ซึ่งเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลาเพราะเค้าคือพืชที่ต้องใช้เวลาและการดูแลเป็นพิเศษเพื่อให้เติบโตได้อย่างเต็มที่ ต่อให้คุณทุ่มเงินตอนนี้ 1,000 ล้านบาท ก็ใช่จะการันตีว่าคุณจะได้ผลผลิตที่ตอบโจทย์ของตลาดและถูกต้องตามกฎหมายอย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะด้วยเรื่องปริมาณสาร คุณภาพ โรงปลูก และโรงสกัดต่างๆ ทุกอย่างล้วนมีเวลาเป็นปัจจัยที่สำคัญและต้องมี passion ต่อพืชนี้ที่มากพอ

พันธุ์กัญชาที่ GTG ปลูกและพัฒนามีพันธุ์อะไรบ้าง

มี Cannatonic ที่เรานำเข้ามาเพื่อค้นหาต้นแม่พันธุ์จนเราได้พบกับต้นที่ให้สาร CBD สูงถึง 15% และ THC ตำกว่า 0.2% เราตั้งชื่อสายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมานี้ว่าสายพันธุ์รักษา (Raksa) นอกเหนือจากนั้นยังมี Remedy และ Metonic ที่ถูกพัฒนามาจาก Cannatonic เช่นกันอีกด้วย

คิดว่าควรให้เสรีกับการปลูกหรือการขายกัญชาไทยประเทศไทย เพื่อเป็นสินค้าส่งออก สร้างรายได้ให้ประเทศรึเปล่า

“เชื่อว่ากัญชา-กัญชงเองมีประสิทธิภาพมากพอที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของประชากรและเกษตรกรได้”

ประเทศของเรามีจุดแข็งในเรื่องของการทำการเกษตร เราเองต้องยกระดับการทำการเกษตรของเราให้ได้มาตรฐาน เป็น High Value Agriculture ซึ่งกัญชงเองเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพมากพอและเหมาะสมในการทำการเกษตรแบบมูลค่าสูง เพียงแค่ต้องควบคุมมาตรฐานการผลิตให้ได้ 

อีกทั้งพืชนี้ยังสามารถนำทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ใช่แค่ตัวดอกอย่างที่หลายๆ ท่านยังมีภาพจำอยู่ อย่างเส้นใยกัญชงเองนั้นเป็นที่รู้จักและถูกนำมาใช้มาตั้งแต่ยุคซามูไรของญี่ปุ่น อย่างกําแพง เชือก เครื่องนุ่งห่มและเครื่องสานต่างๆ 

“กัญชา – กัญชง จะเป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจที่สามารถนำเม็ดเงินไหลเข้าประเทศเราได้อย่างมหาศาล”

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมในการเข้าชมการผลิตได้ผ่านงาน Education Tour by Prop2morrow หรือติดต่อได้ที่ Line:  p2m.p2m และติดตามข่าวสารได้ที่ Golden Triangle Group