พักใจไปพายคายัค จากต้นแม่น้ำปัตตานีไปปากอ่าวไทยกับ ฮาบิ๊บ Bibbike

“ผมเป็นคนเดียวในบ้านที่โตมาด้วยความเกเร เพราะรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงเราในแบบที่เราเป็น เราเลยโตมาและอยู่ในกรอบของพ่อแม่ แต่ก็แอบทำในสิ่งที่พ่อแม่ไม่ชอบ ซึ่งมันย้อนแย้งในตัวเองสูง พอผ่านการเดินทางกลับมา ทุกเรื่องราวเรากล้าพูดกับพ่อแม่ และเราก็คุยกันด้วยเหตุผลมากขึ้นกว่าเดิม”

นี่คือสิ่งที่ ฮาบิ๊บ คอแด๊ะ วัย 34 ปี อาชีพบริการการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และเจ้าของเพจ Bibbike ได้กล่าวกับเรา เพราะถ้าเขาไม่เลือกที่จะเกเรในวันนั้น ก็คงไม่มีเรื่องราวการเดินทางสนุกๆ มาเล่าให้เราฟังในวันนี้ กับภารกิจ “พายเรือคายัคจากต้นแม่น้ำปัตตานีไปสุดปลายแม่น้ำปัตตานี และออกไปยังปากอ่าวไทย เพื่อสำรวจแม่น้ำปัตตานี” ถึง 8 วันเต็มๆ

จากต้นแม่น้ำปัตตานี ไปปลายแม่น้ำปัตตานี สู่ปากอ่าวไทย!

“เกิดจากความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเรามีอยู่เส้นทางหนึ่งที่อยากจะไป แต่เราไม่มีเพื่อน ก็คือ ‘เส้นทางน้ำ’ จนกระทั่งมีพี่คนหนึ่งที่อยู่เชียงใหม่มาชวน ผมก็เลยตอบตกลงทันที เราเห็นในทุกๆ มิติของการเดินทางแล้วยกเว้นทางน้ำ เลยคิดว่าแม่น้ำปัตตานีน่าจะเดินทางจากเบตงได้

ตอนนั้นยังไมได้คิดเลยว่าจะเอาเงินที่ไหนซื้อเรือ แต่ผมก็นึกย้อนกลับไปว่า ถ้าเรามัวแต่รอ หมดโควิดแล้วกลับไปทำงานก่อน เราคงไม่อยากจะทิ้งเวลาทำงานหลายๆ วันไปพายเรือเล่นแน่ๆ เอาวะ..มีเท่าไหนก็เอาเท่านั้น เลยเจียดเงินของตัวเองส่วนหนึ่งไปซื้อเรือและเอามาพาย”

“เราใช้เวลาทั้งหมด 8 วัน โดยภารกิจพายเรือคายัคในครั้งนี้มี 2 คน 2 ลำ เราผลัดกันถ่ายรูปซึ่งกันและกัน ผมเริ่มจากต้นน้ำไปปลายน้ำปัตตานี โดยเริ่มจากเบตงในระยะทาง 200 กว่ากิโลเมตร พายลงมานอนระหว่างทาง จาก GPS คือ ยะหร่มใกล้สนามบินเบตง จากนั้นก็พายไปอัยเยอร์เวง ผ่านแก่งแม่น้ำที่สวยมาก ซึ่งเป็นแก่งที่นักพายคายัคระดับโลกมาพาย เรียกว่า ‘White Water Rafting’ เป็นการล่องแก่งกับน้ำที่มีฟองขาวๆ ลักษณะเป็นน้ำใสๆ ตกจากที่สูง 2-3 เมตร โดยฟองข้างล่างจะเป็นสีขาวสวยงามมาก 

พอพ้นจากอัยเยอร์เวง ก็เข้าสู่ทะเลสาบเขื่อนบางลาง ก็พบเจอน้ำลักษณะนิ่งๆ เรียบๆ ยาวๆ ทางขวามือก็สวย ซ้ายมือก็เป็นถนน แต่ทำไมเราไม่เคยรู้เลยว่าบ้านเราสวยขนาดนี้?”

“3 วันแรก เป็นวันที่เราสนุกกับพื้นที่ข้างทาง โดยที่ยังไม่มีภารกิจอื่นเข้ามาแทรก พอวันที่ 4 เรายกเรือข้ามมาหน้าเขื่อน ตอนนั้นเราก็ไปคุยกับพี่อีกทีมหนึ่งว่า เราจะพายเรือจากเบตงไปปัตตานี เขาเลยขอให้ช่วยโปรเจคหนึ่ง ซึ่งเป็นโปรเจคเกี่ยวกับการสำรวจ เพราะตอนต้นปีช่วงมกราคม 3 จังหวัดชายแดนใต้มีน้ำท่วมเกิดขึ้น เขาเลยให้ภารกิจเราด้วยการ ‘ถ่ายรูปข้างทางและวัดความลึกของแม่น้ำแต่ละที่ว่ามีความลึกมากน้อยแค่ไหน’ 

จากบันนังสตามานอนที่บีเตงยี มาที่ยะลา มาเขื่อนปัตตานี และไปนอนบ้านชาวบ้านที่ยะรัง แล้วจบการเดินทางที่เมืองปัตตานีในวันที่ 8 ครับ 

ถือว่าเป็นภารกิจการเดินทางที่เป็นการช่วยซึ่งกันและกัน เพราะเขาเองก็มาซัพพอร์ตเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางบางส่วน เราเองก็เอาข้อมูลบางอย่าง ที่จำเป็นต่อการพัฒนาในด้านยุทธศาสตร์ให้เขา”

ถ้าไม่มีน้ำ ความอุดมสมบูรณ์มันจะไม่เกิดขึ้น

“สังเกตจากที่พายเรือผ่านไป 99% ชาวบ้านจะปลูกบ้านหันหลังให้แม่น้ำ จะมีก็แค่ 1-2 หลังที่หันหน้าเข้าหาแม่น้ำ หลังไหนหันหน้าเข้าน้ำ เขาจะไม่ทิ้งขยะหน้าบ้าน ส่วนบ้านไหนหันหลังให้แม่น้ำ หน้าบ้านของเขาจะสะอาด แต่หลังบ้านก็จะทิ้งขยะลงแม่น้ำนั่นแหละ”

“ได้เห็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีในบ้านของตัวเองเพิ่มมากขึ้นอีก 1 อย่าง คือ แม่น้ำ เพราะในแต่ละวันของการพาย แต่ละพื้นที่มันแตกต่างกัน เช่น ช่วงแรกสนุกกับการเจอแก่ง เห็นความเงียบของแม่น้ำ ความใสของแม่น้ำ ความเย็นของแม่น้ำ พอข้ามมาทะเลสาบก็รู้ว่า เขื่อนให้อะไรกับมนุษย์ ดึงอะไรจากมนุษย์ไป พอข้ามจากหลังเขื่อนเป็นหน้าเขื่อน ก็ได้เห็นการจัดการของรัฐว่า ถ้าคุณจัดการในพื้นที่เหล่านี้ มันจะไม่เกิดโทษกับใครหรือประโยชน์กับใครได้อย่างไร..เมื่อคุณไม่คุยกับชาวบ้าน” 

“พอเข้ามาในเขตเมืองยะลา เราก็เห็นว่า พื้นที่หนึ่งของแม่น้ำมันสามารถทำประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ด้านการเกษตร สามารถสร้างเม็ดเงินมหาศาล ทำให้ชีวิตคนสองข้างทางดีขึ้นได้โดยแม่น้ำ ข้ามไปยะรังได้เห็นกระชังปลา แม่น้ำที่สามารถทำเงินได้โดยไม่ต้องใช้การท่องเที่ยว พอข้ามไปปัตตานีเราเห็นว่า ชีวิตของเขาผูกพันกับแม่น้ำมา 400 กว่าปี ทำไมไม่มีใครพูดถึงเลย”

“ถ้าเราอยู่บนถนน เราจะอยู่สูงกว่าแม่น้ำ เราก็จะเห็นเท่ากันกับคนปกติ แต่พอเราอยู่ในแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ต่ำสุดของพื้นดิน ทำให้เราต้องเงยขึ้นไปข้างบนและเห็นว่า การที่เรายืนอยู่มุมต่ำขนาดนี้ก็มีความสวยงามเหมือนกัน”

Bibbike เปลี่ยนมุมมองการเดินทางให้ต่างไปจากเดิม

“ผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง พยายามเกลาข้อคิดบางอย่างให้คนบางคนเปลี่ยน Mindset ของตัวเอง สิ่งที่ผมเจอบ่อยในเพจเลยคือ เราต้องมีเงินก่อนถึงจะเที่ยวถึงจะเดินทางได้ เราจะต้องรู้ว่าพื้นที่นี่ปลอดภัยก่อนเราถึงจะเข้าไปได้ ผมไม่มีเพื่อน ผมจะไปคนเดียวได้ไหม ผมไม่ได้สนใจยอดไลค์คนกดเพจ หรือ คนจะสนุกกับคอนเทนต์มากแค่ไหน ถ้ามีคนหนึ่งคนเห็นคอนเทนต์เราแล้วเราช่วยเปลี่ยนความคิดหรือมุมมองของเขา ทำให้เขากล้าที่จะเปลี่ยนแปลง นั่นคือ สิ่งที่ประสบความสำเร็จของเราแล้ว เพราะเราจะส่งต่อสิ่งเหล่านี้” 

คิดยังไงกับคำกล่าวที่ว่า “3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ พื้นที่อันตราย”

“มันอันตรายทุกที่ครับ กรุงเทพฯ ก็อันตรายจากรถเมล์ที่อาจจะชนคุณได้ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เหมือนกันครับ ถ้าเป็นพื้นที่ๆ เปราะบางเราก็ไม่สมควรจะไป เช่น เรารู้ว่าโจรจะรบกับคนที่ถือปืน เราก็จะต้องไม่ถือปืนมาเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้” 

“หน้าที่ของเราคือ เมื่อไหร่ที่มีเพื่อน หรือ ใครก็แล้วแต่ ที่อยากจะได้ข้อมูล 3 จังหวัด ผมก็มีหน้าที่ให้ข้อมูลและแนะนำในสิ่งที่ควรจะเป็น และทุกวันนี้บ้านผมก็กลายเป็นสถานที่ๆ ทั้งคนไทยและต่างประเทศมาเยือน ผมเปิดเป็นบ้านของนักท่องเที่ยว บ้านของนักเดินทาง” 

“ถ้าอยากจะมาในพื้นที่นี้ อยากเห็นมุมมองที่แตกต่าง กลัวใน  3 จังหวัดชายแดนใต้ มานอนบ้านผม แล้วผมจะพาไปให้เห็นว่า พื้นที่ๆ คุณกลัวสุดๆ มันสวยงามขนาดไหน”

เปลี่ยนมุมมองของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยเรื่องราวที่ดี

“อยากบอกคนในจังหวัดยะลาและ 3 จังหวัดชายแดนว่า เรามีเพื่อนต่างชาติได้ มีเพื่อนเป็นคนกรุงเทพได้ ความคิดเขาก็จะเปลี่ยน ไม่ต้องไปสนใจว่าจะพูดอังกฤษได้เก่งแค่ไหน ให้พูด-สื่อสารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” 

“แขกของผมแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ล่าสุดมีเพื่อนจากเยอรมันจะมาหาโลเคชั่นทำหนัง ผมก็คุยกับเขาว่า ไม่เป็นไร อยู่กับเราเดี๋ยวเราจะพาไป นี่เป็นการสื่อสารที่ดีที่สุด เราก็พยายามส่งต่อสิ่งเหล่านี้ให้คนรอบตัวเรา”

กายดี ใจก็ดีตาม

“วันที่ผมเดินทาง ผ่านวันเวลามากขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ร่างกายผมปรับตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อร่างกายแข็งแรง เราก็จะทนแรงกดดันมากขึ้น มันทำให้จิตใจแข็งแรงตามไปด้วย ถ้าร่างกายคุณอ่อนแอ จิตใจคุณก็จะอ่อนแอตาม ก่อนที่ปัญหาจะเข้าไป มันต้องผ่านร่างกายที่จะซึมซับก่อนว่า ปัญหาแบบนี้เราสามารถรับได้นะ เพราะเรามั่นใจว่า ร่างกายเราแข็งแรงแล้ว”

“เพราะทุกครั้งที่ผมทำกิจกรรมอะไรเหล่านี้ มันเป็นช่วงที่ผมเหนื่อยและท้อ ล้ากับบางอย่าง ตอนพายเรือคายัคก็เป็นช่วงชีวิตที่คิดทบทวนเรื่องการทำอาชีพไกด์กับการทำบริษัททัวร์ว่าจะไปในทิศทางไหนดี พอผ่านกิจกรรมเหล่านี้มา มันทำให้เรานิ่งขึ้นกับปัญหาที่เรากำลังคิดอยู่” 

ใครที่ชอบเดินทางและอยากเปิดประสบการณ์พายเรือคายัคแบบคุณฮาบิ๊บก็ลองทักไปคุยในเพจ Bibbike ไว้เป็นข้อมูลสำหรับทริปต่อไปหลังโควิดซาแล้วกันนะ 

ไปติดตามกันได้ที่ Facebook: ฮาบิ๊บ คอแด๊ะ Habib Kodae

From Pattani to the Gulf of Thailand: Kayaking with Habib Bibbike

“I was the only child in the family who was a bit of a delinquent. I didn’t feel like my parents raised me to be myself and they always put me in this box. Sometimes I did things they didn’t approve of, which was ironic. After coming back from my travels, I now have the courage to talk about everything with them, using reasons.”

Habib Kodae, a 34 year-old travel operator in the three southern Thai provinces who runs the page Bibbike added that if he didn’t rebel, he wouldn’t have had fun travel stories to share with us today. His most recent trip was the eight-day kayaking trip from one end of the Pattani river to another before exiting into the Gulf of Thailand.

The whole length of Pattani river then into the Gulf of Thailand?

“It started with me being curious. I’d always known that I wanted to try this waterway route but I didn’t have anyone to do it with until someone in Chiang Mai asked me if I was interested in going with him. I said yes right away. I’d experienced all forms of traveling except for this, and I thought I could get to Pattani river from Betong.

I didn’t even think about how I would be able to afford a kayak, but I bit the bullet and used some of my savings to buy it. I think I made the right decision, because once this COVID thing is over, I probably won’t be able to take time off work to go on this sort of trip for several days.

“We spent a total of eight days on this kayaking mission. It was just the two of us in our kayaks and we took turns taking photos of one another. The overall distance from one end of the river to another end is around 200 kilometers from Betong. After a hard day of kayaking, we would get on land to spend the night. We made our stop at Yarom near Betong airport before continuing kayaking towards Aiyoeweng. This beautiful stretch of river is where kayakers from all over the world come to do white water rafting. Here, the water falls from 2-3-meter height into white foams on the bottom. It was so beautiful.

After Aiyoeweng, we kayaked into Bang Lang Dam where the water was so still. On our right, the view was just phenomenal while on the left, roads stretched on the left. I’d never realized our country was so beautiful.”

“We spent our first three days just taking in the scenery. However, on the fourth day when we carried our kayaks to the front of the dam, we met a team who asked us to help with their project. The task was to take photos of the surrounding environment and measure the depth of the river in different spots because there was a big flood in the three southern provinces in January this year.

Traveling and spending the night in Bannang Sata, Yala, Pattani dam, and Yarang, we concluded our trip in Pattini city on the eighth day.

The other team helped us out with some traveling expenses and, in return, we did the research that would go towards their planning a framework for strategy development.”

No water, no abundance of resources

“While kayaking, I noticed that 99% of the villagers’ houses don’t face the river. For a very few that does, though, you don’t see trash at their front door because people litter into the river.”

“I saw first hand how rivers play such an important role in our natural resources. Each day of kayaking brought us to a different environment. We experienced how clear and cool the rapids were at the beginning of our trip. Then we got to the lake, we learned what dam gave us and what it took from us. Seeing the differences between the front and the back of the dam, you’ll see flaws in how the government has handled and managed this area. How could it benefit the people living in the area when you don’t talk to them?”

“When we entered Yala, we saw how a river could contribute to tourism and agriculture, brining huge income to benefit people living there. Once we got to the other side of Yarang, we saw how people catch fish using floating baskets. Making a living this way, they don’t have to rely on tourism as much. In Pattani, we also saw how people’s lives have been linked to waterways for more than 400 years.”

“When we’re on the road, we’re higher than a river and we see what most people see. Once we’re in the river, we have to look up towards the land and, from this angle, we also see great beauty.”

Change of perspective towards tourism

“I tell my travel stories to people in an attempt to change their mindset towards traveling. Most followers on my page believe that you need to have money in order to travel. Or they would ask questions like ‘Is it safe?’ or ‘I don’t have friends to travel with, can I go solo? I don’t really care about likes, but if my content helps someone shift their perspective or encourage them to make a change, I’d call that a success. That’s the message I try to convey.”

What do you think of the popular opinion that the three southern provinces are dangerous?

“It’s dangerous everywhere. In Bangkok, you could get run over by a bus. These three provinces are the same. Just don’t go into red zones or carry a gun when you go to those areas.”

“My role is to give advice and recommendations to people who are interested in learning about the three southern provinces. My place has now become a gathering spot for tourists and travelers from everywhere, Thais or foreigners.”

“Anyone wanting to experience the three southern provinces in a new light, come visit and stay at my place. I’ll show you just how beautiful these places actually are.”

How would you change the perspective of those living in the three provinces?

“I want to tell them that it’s ok to make friends with foreigners or Bangkokians. Doesn’t matter if you can speak English or not.”


“Each guest is different. I recently had a German friend who came to me because he was scouting for a movie location. I took him on a little tour and helped him as much as I could. That’s what I do.”

Healthy body, healthy mind

“The more I travel, the more my body has adjusted to it. Once you’re strong and healthy, you’ll be able to cope with stress and pressure. Your mind will then get stronger. On the other hand, if your body is weak, your mind will become weak also. Before I deal with a problem, my body will signal to me that it’s ok and that I’m strong enough for it.”

“Every time I get into this sort of activity, it’s usually when I’m feeling tired or discouraged. At the time, I was reflecting on my career, wondering which direction I should go to: being a tour guide or running a tour company. Once the trip was over, I felt that I was more centered and focused on dealing with my problems.”

For those planning a kayaking trip once the COVID is over and done with, go give him a follow at Habib Kodae Facebook page for great tips.