ที่มาของ “บง” เครื่องส่งพลังใจและสัญลักษณ์ของแฟนด้อม

Photo credit: Light Up Dreamers

‘บง’ (봉) คำที่แฟนด้อมเกาหลีก็ต้องรู้จักกันดีกับแท่งไฟ LED ขนาดเหมาะมือที่เอาไว้โบกสะบัด ส่งกำลังใจขึ้นไปหาศิลปินจากหลุมหน้าเวที แท่งไฟธรรมดาเหล่านี้ไม่ได้จุดประสงค์เพื่อความสว่างไสวเท่านั้น แต่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงแฟนด้อมของตัวเอง พร้อมยังเป็นแรงเชียร์ให้กับศิลปินบนเวทีอีกด้วย เพราะในฮอลล์คอนเสิร์ตที่มืดมิด นอกจากแสงสปอตไลต์แล้ว ก็มีไฟดวงเล็กๆ เหล่านี้รวมกันเป็นมหาสมุทรแสงไฟ พร้อมส่งแรงใจให้กับวงไอดอลที่ตนชื่นชอบ

แต่ก่อนจะมีแท่งไฟ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเราเคยใช้ลูกโป่งกันมาก่อน! มาทำความรู้จักกับแท่งไฟ หรือ บง ให้มากขึ้นได้ที่นี่เลย 

วิวัฒนาการของแท่งไฟ

Photo credit: Common

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปี 1990s ยุคที่ศิลปิน K-Pop เจเนอเรชั่นแรก อย่างวง SHINHWA, S.E.S., H.O.T. ฯลฯ กำลังเป็นที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย แฟนคลับที่ไปร่วมงานอีเวนต์หรือคอนเสิร์ตจะใช้ ‘ลูกโป่ง’ ในการแสดงให้ศิลปินได้รับรู้ว่ามีแฟนๆ คอยซัพพอร์ตพวกเขาจากบนอัฒจันทร์ โดยสีของลูกโป่งที่ใช้ ก็มักจะเป็นสีเดียวกันกับสีของวงด้วย เพราะวงไอดอลทุกวงมีสีเฉพาะเป็นของตัวเองอยู่แล้ว และบางครั้งสมาชิกในวงนั้นๆ ก็มีสีประจำตัวแยกออกมาเช่นกัน แฟนคลับจึงใช้สีของลูกโป่งเป็นสัญลักษณ์การให้กำลังใจว่าเชียร์วงไหน หรือเชียร์ใครนั่นเอง

Photo credit: Light Up Dreamers

แต่เมื่อมีการจัดคอนเสิร์ตในฮอลล์ปิดที่มืดมิด ลูกโป่งก็จมหายไปกับเงา เราจึงต้องใช้สิ่งที่สามารถส่องแสงได้อย่าง ‘แท่งไฟ’ ซึ่งไม่ว่าจะอยู่ในจุดไหนของฮอลล์ ศิลปินก็รับรู้ได้ทันทีว่าคนที่ถือแท่งไฟเหล่านั้นเป็นแฟนคลับของเขา

แน่นอนว่า พอมีแท่งไฟหลายๆ อันมารวมกัน ก็จะเกิดภาพของแสงไฟดวงเล็กๆ นับไม่ถ้วนเหมือนกับทะเลดาว เหล่าผู้คนในแฟนด้อมเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Ocean’ ซึ่งอาจจะมีการปรับชื่อไปตามสีที่ออกมาจากแท่งไฟ เช่น Red Ocean (มหาสมุทรสีแดง) ของวง TVXQ (ทงบังชินกี) ที่มีสีประจำวงและแท่งไฟเป็นสีแดง

Photo credit: TVXQ France

ในช่วงแรกที่มีการใช้แท่งไฟอย่างแพร่หลาย แต่ละค่ายเพลงมักจะผลิตแท่งไฟทรงกระบอกเรียวยาว และวางขายเฉพาะในคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์เท่านั้น โดยที่ตัวแท่งไฟก็มักจะมีชื่อของวง ศิลปิน และชื่อของอีเวนต์สลักไว้ เพื่อบ่งบอกว่าเป็นรุ่นที่วางขายเฉพาะที่ใด ให้แฟนคลับที่มาเข้าร่วมได้สะสมไว้เป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว

Photo credit: Exo_zzzhunny

จนกระทั่งปี 2006 ดีไซน์ของแท่งไฟก็เริ่มมีความหลากหลายยิ่งขึ้น บุกเบิกโดยวง BIGBANG ที่จำหน่ายแท่งไฟรูปมงกุฎสีเหลือง ซึ่งสื่อถึงชื่อแฟนคลับของพวกเขา (VIP) ได้เป็นอย่างดี และยังออกแบบโดย G-Dragon (ควอน จี-ยง) สมาชิกของวงอีกด้วย นับว่าเป็นครั้งแรกในวงการ K-Pop ที่มีแท่งไฟประจำวงอย่างเป็นทางการ

 Photo credit: cryingcry

ไม่ใช่แค่แท่งไฟ แต่คือ ‘อัตลักษณ์’ ของ(แฟน)ด้อม

หลังจากที่ BIGBANG มีแท่งไฟประจำวงแล้ว สิ่งนี้ก็กลายเป็นไอเทม must have สำหรับวงไอดอลทั้งหลายในประเทศเกาหลีใต้ โดยแท่งไฟนั้นมักจะดีไซน์มาจากคอนเซปต์ โลโก้วง สีประจำวง ชื่อแฟนด้อม ฯลฯ เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจ และตอกย้ำความผูกพันระหว่างศิลปินและแฟนคลับ

ด้วยความที่วงไอดอลนั้นเดบิวต์กันมากกว่า 100 วงต่อปี แท่งไฟของแต่ละวงจึงจะต้องมีดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร บางแบบถึงขั้นมีลูกเล่นพิเศษมากจนเป็นที่รู้จักในวงการเลยทีเดียว และที่สำคัญ ทุกแท่งไฟมีชื่อเป็นของตัวเองด้วยนะ! อย่างเช่น แท่งไฟของวง BTS (บังทันโซนยอนดัน) ที่ชื่อ ‘อาร์มี่บอมบ์’ มาจากชื่อของแฟนด้อม (Army) และรูปทรงของมันซึ่งเหมือนกับลูกระเบิด นอกจากนี้ยังมีแท่งไฟของวง EXO ที่เหล่าแฟนคลับ (EXO-L) เรียกกันว่า ’เอลี่บง’ (에리봉) ซึ่งจริงๆ แล้วยังมีชื่อทางการว่า ‘Pharynx’ อีกด้วย

Photo credit: Kirin Dinastía, PNG Item

ในเมื่อพูดถึงชื่อและดีไซน์ของแท่งไฟ จะไม่หยิบยกแท่งไฟแบบอื่นๆ ที่น่าสนใจมาให้ดูชมก็คงไม่ได้ และเราเองก็รวบรวมมาไว้ที่นี่แล้ว

Photo credit: SMOL’ BEAN

มาเริ่มกันที่ ‘บึลพิงบง’ (블핑봉) ของสาวๆ Blackpink ที่เป็นทรงค้อนรูปหัวใจ จุดเด่นของมันก็คือเวลาตีแล้วจะมีเสียงออกมาเหมือนของเล่นเด็ก หนึ่งในสมาชิกของวง ‘จีซู’ ก็เลยตั้งชื่อให้มันว่า ‘ปย๊งบง’ (뿅봉) ซึ่งมาจากคำว่า ‘ปย๊งมังชี’ (뿅망치) ที่แปลว่าค้อนเด็กเล่น เรียกได้ว่าในความดุดันก็ยังมีความน่ารักแฝงอยู่เชียวล่ะ

Photo credit: Party Party Go

ใครๆ เห็นก็คงสงสัยว่ามันคือแท่งไฟอะไรกันนะ? นี่คือ ‘มูมู่บง’ (무무봉) ของ Mamamoo ที่มีรูปทรงเป็น ‘หัวไชเท้า’ นั่นเอง เพราะเมื่อตอนที่สมาชิกวงไปออกรายการเพลง M Countdown ทางค่ายต้นสังกัดได้แจกหัวไชเท้าให้กับแฟนคลับ ด้วยความที่คำว่า ‘มู’ (무) (เสียงพยางค์สุดท้ายของชื่อวง) ในภาษาเกาหลีแปลว่าหัวไชเท้า แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร แถมยังมีที่มาที่ไปของชื่อด้วยนะ

Photo credit: Promotions TH

บางคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับแท่งไฟที่น่ารักจนเป็นกระแสไวรัลของวง IZ*ONE ‘วอนชูบง’ (원츄봉) ซึ่งมีความพิเศษตรงที่สามารถนำไปตกแต่งได้อย่างง่ายดาย ด้วยออปชันเสริมที่มีวางขายควบคู่ ไม่ว่าจะเป็นวงแหวนรอบแท่งไฟและด้ามจับที่สามารถเลือกสีได้ ไปจนถึงเม็ดลูกบอลด้านในที่เป็นสีประจำตัวของเมมเบอร์ จะเพิ่ม จะลด หรือจะใส่กี่สีก็ได้ตามใจชอบ เหมาะกับแฟนคลับที่อยากคัสตอมแท่งไฟเป็นของตัวเอง 

มีความเป็นไปได้ว่าแท่งไฟของวง IZ*ONE อาจจะได้รับไอเดียมาจากความครีเอทีฟของแฟนคลับ เพราะการตกแต่งแท่งไฟนั้นเป็นวัฒนธรรมในหมู่แฟนคลับมาเป็นเวลานาน คล้ายกับการแต่งเฟรมการ์ด ซึ่งเป็นที่นิยมเอามากๆ แฟนคลับมักจะตกแต่งแท่งไฟในแบบของตัวเองขึ้นมา ตั้งแต่การทำสายห้อยข้อมือเพื่อความสะดวก การติดสติกเกอร์ ประดับด้วยดอกไม้ กากเพชร หรือริบบิ้น เพื่อแสดงถึงตัวตนผ่านบงชิ้นนั้น

Photo credit: BYEWHY17, Fuertes_lluvias

แต่ท้ายที่สุดแล้ว การสมาทานตัวเองเข้ากับแฟนด้อมไม่ได้มีกฎข้อไหนกำหนดไว้ว่าจะต้องมีแท่งไฟ และแท่งไฟก็ไม่ใช่เครื่องบ่งบอกความรักที่มีต่อศิลปิน ตราบใดที่เรายังเปี่ยมไปด้วยความรัก มองศิลปินเป็นเหมือนแรงบันดาลใจ บงก็ไม่จำเป็นในการใช้การันตีความรักที่มีต่อไอดอลเลยแม้แต่นิดเดียว

Fun Fact: คำว่า ‘บง’ (봉) ที่ทุกคนในแฟนด้อมใช้กันจนชินปากนั้น ย่อมาจากคำว่า ‘อึงวอนบง’ (응원봉) ซึ่งเป็นคำผสมระหว่าง ‘อึงวอน จา’ (응원 자) แปลว่า ‘การเชียร์’ กับ ‘บง’ (봉) ที่แปลว่า ‘แท่ง’ ดังนั้น ชื่อเต็มของบงจึงแปลว่า ‘แท่งเชียร์’ นั่นเอง

ติดตามและอัปเดตเรื่องราวใหม่ๆ จากพวกเราได้ที่ Exotic Quixotic

อ้างอิง

Mashable SE Asia: https://sea.mashable.com/culture/4500/how-lightsticks-became-a-must-have-item-for-k-pop-fans

Akeru: https://www.akerufeed.com/celeb-guru/idol-korea-lightstick

Common: https://becommon.co/culture/kpoplightstick/