เมื่อ “โฟโต้การ์ด” ไม่ใช่แค่กระดาษ แต่คือวัฒนธรรมของเหล่าแฟนด้อม

Photo credit: Kpopforfun

ในวงการแฟนคลับศิลปินเกาหลีนั้น เรามักจะได้เห็นเทรนด์ใหม่ๆ จากกลุ่มแฟนคลับเสมอ แม้ว่าบางเทรนด์จะได้รับความนิยมเพียงชั่วคราวและหายไปในระยะเวลาสั้นๆ แต่บางเทรนด์ก็ฮิตติดลมบนได้รับความนิยมยาวนานจนกลายมาเป็นวัฒนธรรมของกลุ่มแฟนคลับไปโดยปริยาย

ซึ่งเทรนด์หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มแฟนคลับตอนนี้ คือ ‘การ์ด’ นั่นเอง

‘โฟโต้การ์ด’ หรือที่เรียกกันในกลุ่มแฟนคลับว่า ‘การ์ด’ นั้น มาจากคำภาษาอังกฤษว่า ‘photo card’ หมายถึงรูปถ่ายของศิลปินที่มาในลักษณะแผ่นการ์ด โดยส่วนใหญ่จะมีขนาดประมาณ 5.5×8.5 เซนติเมตร หรือขนาดใกล้เคียงกับบัตรเครดิต โดยโฟโต้การ์ดที่พูดถึงนี้จะเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายเพลงหรือต้นสังกัดที่ผลิตมาเป็นของที่ระลึกให้กับแฟนคลับเมื่อซื้ออัลบั้ม ส่วนใหญ่การ์ดจะถูกแนบมากับอัลบั้มในลักษณะคละสุ่ม จึงเกิดเป็นความสนุกขึ้นเมื่อต้องแกะอัลบั้มไปพร้อมๆ กับลุ้นว่าการ์ดที่ซ่อนอยู่ข้างในจะใช่รูปศิลปินคนโปรดของเราหรือไม่ นี่จึงเป็นสาเหตุให้การ์ดเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มแฟนคลับ ซึ่งปัจจุบันการ์ดก็ได้กลายมาเป็นเป็นไอเทมหลักที่แฟนๆ ต่างรอคอย ไม่แพ้อัลบั้มของศิลปินเลยก็ว่าได้

การสุ่มโฟโต้การ์ดในอัลบั้มที่ดูเหมือนจะเป็นเทรนด์ฮิตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น แท้จริงแล้ว

โฟโต้การ์ดรูปศิลปินถูกผลิตออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2010 จากอัลบั้ม “Oh!” ของศิลปินวง Girls’ Generation (SNSD) โดยต้นสังกัด SM Entertainment 

Photo credit: Topstar News

ในระยะเวลา 10 กว่าปี นับตั้งแต่มีการผลิตโฟโต้การ์ดออกมาครั้งแรกนั้น การ์ดก็ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและมีหลากหลายประเภทมากขึ้น เช่น การ์ดที่แถมมากับอัลบั้ม, การ์ดพิเศษที่มีจำนวนจำกัด, การ์ดพร้อมลายเซ็น รวมไปถึงการ์ดที่ทำขายแยกออกมา เป็นต้น ทั้งหมดนี้แม้จะเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาดของบริษัทและค่ายเพลง ที่อยากจูงใจให้คนซื้ออัลบั้มมากขึ้น แต่ด้วยความนิยมของการ์ด และกระแสการสะสมการ์ดในกลุ่มแฟนคลับ ทำให้โฟโต้การ์ดกลายมาเป็นปรากฏการณ์และวัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า ‘การแลกการ์ด’ เกิดขึ้น

การแลกการ์ด คือกิจกรรมของกลุ่มแฟนคลับ ที่เมื่อซื้ออัลบั้มมาแล้วได้โฟโต้การ์ดในอัลบั้มไม่ตรงตามความชอบ หรือไม่ใช่รูปศิลปินที่ตนเองอยากได้ จึงทำการตามหาเพื่อแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายกับแฟนคลับคนอื่นๆ โดยช่องทางการแลกเปลี่ยนและซื้อขายการ์ดส่วนใหญ่มักจะทำผ่านสื่อออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์หรืออินสตาแกรม เป็นต้น

Photo credit: AliExpress

เพราะอะไร การแลกการ์ดถึงเป็นที่นิยมอย่างมากในกลุ่มแฟนด้อม?

“เพราะเราไม่ต้องไปเสียเงินซื้ออัลบั้มเพิ่ม เพื่อสุ่มจนกว่าจะเจอการ์ดที่เราอยากได้” 

“การ์ดบางอันมีจำนวนจำกัดมาก อย่างการ์ดที่ค่ายทำมาเนื่องในโอกาสพิเศษ โอกาสสุ่มเจอของเราก็ยิ่งน้อย การดีลการ์ด แลกการ์ดก็เป็นช่องทางหลักที่ทำให้เราได้การ์ดที่เราอยากได้ โดยไม่ต้องซื้ออัลบั้มเพิ่ม” นี่คือคำตอบส่วนหนึ่งของกลุ่มแฟนคลับที่อธิบายถึงเหตุผลการแลกการ์ดว่าเป็นเหมือนการหาซื้อของที่อยากได้ทั่วไป และการแลกการ์ดนั้นเป็นที่นิยม เพราะทุกครั้งที่มีการออกอัลบั้มใหม่ของศิลปิน โดยเฉพาะศิลปินที่มีสมาชิกวงจำนวนมาก ก็จะยิ่งเกิดการแลกเปลี่ยนการ์ดมาก เนื่องจากต่างคนต่างตามหาการ์ดรูปศิลปินคนโปรดของตน โดยเฉพาะศิลปินที่ได้รับความนิยมจากแฟนๆ เยอะ  โฟโต้การ์ดก็จะเป็นที่ต้องการมากและมีมูลค่าสูง

Photo credit: SM Entertainment

วัฒนธรรมที่เกิดจากการ์ด ไม่ได้มีเพียงแค่การแลกการ์ดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการตกแต่งการ์ด การสะสมการ์ด รวมไปถึงการสร้างกลุ่มสังคมขนาดย่อยเพื่อแลกเปลี่ยน พูดคุย ให้คำปรึกษากันเกี่ยวกับการ์ดอีกด้วย

เมื่อ “การ์ด” กลายมาเป็นความต้องการหลัก ปรากฏการณ์กว้านซื้ออัลบั้มจึงเกิดขึ้น

ในประเทศเกาหลีใต้ การกว้านซื้ออัลบั้มเพื่อแลกการ์ดนั้นกลายเป็นเรื่องปกติในกลุ่มแฟนคลับ เมื่อไม่นานมานี้ มีคนพบอัลบั้มของศิลปินจำนวนมาก ถูกวางทิ้งไว้อยู่ที่บริเวณทางออกสถานีรถไฟฟ้าฮงแด โดยอัลบั้มมีลักษณะที่ผ่านการแกะและนำการ์ดออกไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงอัลบั้มเปล่าพร้อมซีดีและโฟโต้บุ๊ก พอเรื่องนี้ถูกโพสต์ไปยังสื่อโซเชียลออนไลน์ ก็ทำให้เกิดเป็นกระแสอย่างมาก โดยกลุ่มแฟนคลับในเกาหลีต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณค่าของอัลบั้ม ว่าแท้จริงแล้วอัลบั้มนั้นมีคุณค่าที่ตรงไหน การสนับสนุนศิลปินควรจะเคารพและให้คุณค่ากับผลงานของศิลปินมากกว่าสินค้าที่เป็นกลไกทางการตลาดอย่างเช่นการ์ด

Photo credit: Kim_Hyyeon

แม้ในประเทศไทยจะยังไม่เคยมีปรากฏการณ์กว้านซื้ออัลบั้มเพื่อแลกการ์ด เหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศเกาหลีใต้ แต่ค่านิยมของการ์ดนั้นก็ยังมีอิทธิพลในกลุ่มแฟนคลับเช่นกัน

จากการสอบถามแฟนคลับบางส่วนถึงปัญหาของวัฒนธรรมการ์ดในประเทศไทย หลายคนมองว่าจริงๆ แล้ว ความต้องการหรือกำลังการซื้อของแฟนคลับคนไทยนั้นไม่ได้มีน้อยไปกว่าแฟนคลับชาติอื่นๆ เลย เพียงแต่การหาซื้ออัลบั้มหรือการ์ดในประเทศไทยนั้นเป็นเรื่องยากกว่า จึงทำให้คนที่เป็นตัวแทนรับซื้อหรือขายมีอำนาจในการต่อรอง ทำให้ราคาของการ์ดนั้นทะลุไปมากกว่าที่ควรจะเป็น การ์ดบางใบราคาพุ่งสูงไปถึง 5 หลักก็มี ซึ่งในจุดนี้หลายคนมองว่าเป็นปัญหา

Photo credit: Life – The Philippine Star

“นอกจากเรื่องราคา เราก็มองว่าคนไทยมีทัศนคติเกี่ยวกับคำว่าการ์ดต่างออกไปจากที่ควรจะเป็นมากๆ แฟนคลับบางคนมองว่าการ์ดเป็นเหมือนสมบัติที่แตะต้องไม่ได้ ห้ามมีรอยตำหนิ บางคนถึงขั้นเอาไฟฉายมาส่องหารอยตำหนิบนการ์ดเมื่อแลกการ์ดกัน ซึ่งเราเข้าใจว่าการ์ดบางใบแพงมาก แต่บางครั้งการ์ดก็ไม่ได้ถูกผลิตมาอย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่โรงงานที่ผลิตแล้ว เราก็เป็นแฟนคลับคนหนึ่งที่ซื้ออัลบั้ม ซื้อการ์ด แลกการ์ดเป็นประจำ แต่สิ่งหนึ่งที่เรายอมรับกับตัวเองเสมอคือ สุดท้ายการ์ดก็เป็นกระดาษหนึ่งใบ ส่วนคุณค่าที่เหลือ พวกเราเป็นคนเพิ่มเข้าไปเอง”

– อีกหนึ่งความเห็นของแฟนคลับที่เสริมเกี่ยวกับวัฒนธรรมการ์ดในกลุ่มแฟนด้อมคนไทย

เมื่อ “การ์ด” ไม่ใช่แค่กระดาษ แล้วการ์ดคืออะไรสำหรับแฟนคลับ?

Photo credit: bemypeachjae

“เราว่ามันแล้วแต่คนมากๆ บางคนการ์ดเป็นเหมือนเป็นเครื่องรางนำโชค จัดใส่เคส ตกแต่งอย่างดี พาไปด้วยทุกที่ ส่วนบางคนก็คิดว่าเป็นตัวแทนของศิลปิน เวลาเหนื่อยหรือท้อ แค่ได้เห็นรูปของศิลปินที่เราชื่นชอบก็ทำให้มีกำลังใจได้” 

เคยคิดไหมว่าการที่มีโฟโต้การ์ดเข้ามา ทำให้การเป็นแฟนคลับเปลี่ยนแปลงไป?

“เคยนะ ทุกครั้งที่จ่ายเงินซื้อการ์ดแพงกว่าค่าอัลบั้ม (หัวเราะ) คือเรารู้สึกว่าการเป็นแฟนคลับในปัจจุบันกับเมื่อก่อนต่างกันเยอะมาก เราเป็นคนที่ชอบ K-Pop ตั้งแต่ยุคแรกๆ เป็นแฟนคลับมาตั้งแต่สมัยที่ไม่มีสินค้าของศิลปินเหมือนทุกวันนี้เลย ตอนนั้นรู้สึกว่าการได้ฟังเพลงหรือดูมิวสิควิดีโอของศิลปินซ้ำไปซ้ำมาก็ทำให้มีความสุขแล้ว แต่ปัจจุบัน พอมีสินค้าของศิลปินออกมาขายที่ไม่ใช่แค่การ์ด แต่รวมถึงสินค้าอื่นๆ ด้วย แน่นอนว่าเราก็ซื้อ เพราะมันน่ารัก เราอยากได้ แต่พอซื้อไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเราใช้เวลากับการหาซื้อของศิลปิน สนใจเกี่ยวกับสินค้าศิลปิน มากกว่าตัวผลงานของศิลปินเอง”

Photo credit: Favim

หากย้อนกลับไป 10 กว่าปีก่อน สมัยที่ไม่ได้มีช่องทางการติดตามผลงานของศิลปินมากเท่าทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่าการซื้ออัลบั้มของศิลปินสักอันมาฟังเพลงนั้น ถือเป็นจุดประสงค์หลักของแฟนคลับส่วนใหญ่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ช่องทางและรูปแบบในการสนับสนุนศิลปินนั้นเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นว่าการที่แฟนคลับจะสนับสนุนศิลปินด้วยการฟังเพลงนั้น ไม่จำเป็นต้องซื้ออัลบั้มอีกต่อไป แฟนคลับเองสามารถดาวน์โหลด หรือสนับสนุนเพลงของศิลปินในช่องทางออนไลน์อื่นๆ ได้ 

เมื่อกลไลการซื้อขายอัลบั้มถูกเปลี่ยน ผู้ผลิตก็ต้องหากลยุทธ์ใหม่ๆ เพื่อให้กลไลการซื้อขายอัลบั้มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง และการ์ดก็เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สำคัญ เมื่อผู้ผลิตเห็นว่ากลุ่มแฟนคลับนั้นให้ความสนใจกับการ์ดภายในอัลบั้มอย่างล้นหลาม ผู้ผลิตเองจึงเริ่มที่จะออกแบบ

และผลิตการ์ดในทุกๆ โอกาสเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มแฟนคลับ ท้ายที่สุดแล้ว กลุ่มแฟนคลับอาจจะต้องกลับมาตั้งคำถามว่า วัฒนธรรมการ์ดที่กำลังเป็นที่นิยมนี้ ยังคงเป็นการสนับสนุนศิลปินจริงๆ ใช่ไหม หรือเป็นการสนับสนุนนายทุนผู้ผลิตการ์ดเหล่านี้ออกมา

Photo credit: Life – The Philippine Star

ติดตามและอัปเดตเรื่องราวเกี่ยวกับ Fandom ได้ที่ Exotic Quixotic