No Man’s Land : บาร์กัญชา ที่เหมือนได้มาบ้านเพื่อน

จะเรียกว่าบังเอิญได้ไหมที่ร้านเหล้ากลายมาเป็นคาเฟ่และร้านหมูกระทะ ที่เกือบจะต้องปิดตัวลงเพราะพิษโควิด แต่ก็มาจบลงที่บาร์กัญชา โดยทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ชื่อร้าน ‘No Man’s Land’ ซึ่งดันตรงกับความหมายของร้าน เพราะเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ ไม่มีตัวตน และจะเป็นกลายเป็นอะไรก็ได้ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ‘มะเหมี่ยว – เมทิตา พรหมใจ’ มาพบกับการเดินทางของบาร์กัญชาแห่งนี้ ที่เรื่องราว และองค์ประกอบภายในร้านถูกกลั่นออกมาจากประสบการณ์ของเธอเอง

3 ปีที่ผ่านมาของร้านเป็นอย่างไรบ้าง?

“เป็น 3 ปี ที่เหนื่อยมาก คือร้าน No Man’s Land เปิดก่อนโควิดรอบแรกระบาด 2 สัปดาห์ เราก็เลยพยายามปรับเปลี่ยนหลายอย่างมาก ปรับร้านให้เป็นคาเฟ่ ขายขนม ขายกาแฟช่วงกลางวัน เปลี่ยนดาดฟ้าเป็นร้านหมูกระทะ ส่วนตอนเย็นทำเป็นเดลิเวอรี่ ก็ถือว่าผลตอบรับดี คือเราต้องทำทุกอย่างให้มีรายรับเข้ามา เพราะทุกวันมีแต่รายจ่าย แต่โควิดก็ยังมาเรื่อยๆ คนไม่กล้าออกจากบ้าน แล้วสถานการณ์มันมีแต่จะหนักขึ้น ไม่มีวี่แววว่าจะเบาลงเลย จนเรามีความคิดที่จะเลิกทำร้านในเดือนสิงหาคมนี้แล้ว แต่ก็ได้ ‘กัญชาเสรี’ เข้ามาชุบชูร้านให้กลับมาอีกครั้ง สถานการณ์ที่ร้านดีขึ้นแบบเท่าตัวเลย ประจวบเหมาะกับคนต่างชาติเข้ามาในประเทศพอดี เราเลยต่ออายุร้านมาได้อีก”

ได้ไอเดียการทำคาเฟ่กับกัญชามาจากไหน?

“เอาจริงๆ ในทีมเราก็เคยใช้กันมาอยู่แล้ว พอรู้ว่ามันขายได้ก็เอามาวางหน้าร้านเลย สถานที่ก็เอื้ออำนวย คาเฟ่มีอยู่แล้ว พื้นที่เปิดโล่งอยู่ชั้นบนสุด เราเห็นช่องทางตรงนี้ ก็เลยปรับให้ร้านเป็นคาเฟ่เต็มรูปแบบในตอนกลางวัน และเป็นร้านเหล้าในตอนกลางคืน”

จากมุมมองเจ้าของร้าน เห็นความแตกต่างระหว่างคาเฟ่กับร้านเหล้าบ้างไหม?

“ด้วยความที่เราถนัดทำทั้งสองทางอยู่แล้ว ในส่วนของการจัดการหลังบ้านเราไม่มีปัญหาเลย แต่จะเห็นความแตกต่างของลูกค้ามากกว่า (หัวเราะ) ลูกค้าร้านเหล้าจะค่อนข้าง aggressive (ก้าวร้าว) กว่า สั่งอะไรแล้วได้ช้าก็จะลุกขึ้นโวยวาย อะไรช้านิดช้าหน่อยไม่ได้เลย ส่วนลูกค้ากัญชาจะใจดี ใจเย็น รอได้”

ทาง No Man’s Land มีมาตรการการสูบอย่างไรบ้าง?

“ถ้ามาซื้อ คำถามแรกเลยก็คือ “เคยใช้กัญชามาก่อนหรือเปล่า” ถ้าเคย “บ่อยแค่ไหน” แต่ถ้าไม่เคยเลย เราจะมีบาร์เทนเดอร์พาไปสูบแล้วคอยดูอาการ เพราะคนที่ไม่เคยแล้วมาลองครั้งแรก อาจจะร่วงได้ง่ายๆ ส่วนคนที่เคยแล้ว เขาก็จะดูแลตัวเองกันได้ในระดับหนึ่ง แต่ policy หลักเลยก็คือไม่ขายให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และผู้มีครรภ์”

ให้บรรยากาศเหมือนไปบ้านเพื่อนเลย

“ใช่ๆ เราตั้งใจแบบนั้น อยากให้เหมือนมาบ้านเพื่อนจริงๆ ที่จะมีหัวโจกเป็นตัวตั้งตัวตีและดูแลเพื่อนๆ มีมุมชิลให้ทิ้งตัว อยากนอนก็มีหมอนให้ มีมุมเล่นเกม มีบอร์ดเกม หรือใครดูดแล้วความคิดสร้างสรรค์กระฉูด มือไม้อยู่ไม่นิ่ง ก็จะมีมุมให้เพ้นท์ถาด เพ้นท์บ้องได้ มีบริการเคลือบเรซิ่นพร้อมส่งถึงบ้านด้วย”

บาร์กัญชาที่ No Man’s Land มีทั้งหมดกี่สายพันธ์ุ?

“เราแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ตั้งแต่เบา กลาง ไปถึงหนักสุด ยืนพื้นเรามีอยู่ 4 ตัว แต่ที่วางอยู่จะมีประมาณ 16-17 ตัว (หัวเราะ) เยอะเนอะ ก็เอามาจากเพื่อนๆ ที่ปลูกนี่ล่ะ ช่วยๆ กัน แต่ที่มาวางได้ก็ต้องผ่านการเทสต์ก่อน เอาตัวเรานี่ล่ะเป็นหนูทดลอง คุณภาพของการสูบต้องเหมือนกันทุกรอบ กลิ่นดี ไม่แสบคอ ถึงรสถึงชาติ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องทางเทคนิค grower ที่เป็นเพื่อนกันเขาก็มีมาตรฐานของเขา ปลูกเสร็จแล้วส่งแลปวิจัยผล มีผลแลปบอกค่าสารต่างๆ แล้วก็เป็นการปลูกแบบออร์แกนิกทั้งหมด การันตีได้ว่าทั้งทางเทคนิคและการใช้งานได้มาตรฐานทั้งคู่ อีกอย่างคือเราเปนคนชอบลองอะไรใหม่ๆ แล้วเราติดต่อกับ grower หลายเจ้า เขาก็มีสายพันธ์ุแปลกๆ มาให้เราได้ลอง อย่างล่าสุดได้ strain หายากมา เราก็เอามาลงไว้ที่ร้าน ซึ่งดีเลยเพราะเราก็อยากให้ลูกค้าได้ลองอะไรที่หลากหลาย”

“อีกอย่างคือที่ร้านเรามีกัญชงขาย เป็นตัวที่มี CBD สูง หลักๆ คือมันจะช่วยให้โฟกัส จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ยาวๆ บางคนก็เอามาผสมกันเพราะอยากลองรสชาติของตัวหนักๆ แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอ พอผสมแล้วก็จะเบาลง หรือบางคนมีอาการเหลือง CBD มันจะช่วยให้เบาลงได้ สิ่งเหล่านี้มาจากประสบการณ์การรับมือของเราด้วย เราเลยเอามันมาป้องกันไม่ให้ลูกค้าที่ร้านเราได้รับผลกระทบหรือประสบการณ์แย่ๆ จากกัญชา”

3 ปีที่ผ่านมา เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรในย่านเจริญกรุงบ้าง

“เรารู้สึกว่าย่านนี้มันคึกคักอยู่แล้ว แต่จะเป็นชาวต่างชาติซะเยอะ คนที่อยู่แถวนี้ก็จะเป็นคนอยู่อาศัย ซึ่งเรามองว่าละแวกนี้มันมีศักยภาพในการโตสูงมาก การเดินทางก็สะดวก มีทั้งรถไฟฟ้า ทั้งทางด่วน ค่าครองชีพก็ไม่สูงมาก ร้าน No Man’s Land น่าจะเป็นร้านวัยรุ่นร้านแรกๆ ที่มาแถวนี้เลยนะ จากนั้นมันก็ค่อยๆ กระเตื้องขึ้น มี exhibition มาจัดในย่านนี้เยอะขึ้น คึกคักขึ้น เราก็หวังว่าพื้นที่ตรงนี้จะเป็นโลเคชั่นแห่งใหม่ที่รวมหลากหลายวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน”

คำถามสุดท้าย ทำไมถึงต้องมาที่ No Man’s Land?

“รับรองว่าที่นี่ไม่เหมือนที่ไหน vibe ก็ไม่เหมือน คนที่มาที่นี่ก็ไม่เหมือน คืออาจจะหน้าซ้ำ แต่บรรยากาศที่คุณมาจะรู้สึกอบอุ่น สามารถ make friend เป็นคอมมูนิตี้ที่คนรักกัญชามารวมตัวกัน แล้วหลายคนได้ relax ซึ่งที่อื่นน่าจะไม่มีแบบเรา เป็นพื้นที่ที่คุณปลดปล่อยได้เต็มที่ ทำอะไรก็ได้ ที่นี่เรามีครบทุกอย่างยกเว้นยาเสพติดนะ (หัวเราะ)”

ติดตามร้าน No Man’s Land ได้ที่:

Facebook: No Man’s Land

Instagram: no.mans.land.bkk