Bad Boy เท่ตรงไหน? ถ้าชอบคนทรงแบด มันกำลังบอกว่าเราเป็นคนยังไงกันแน่

‘Bad Boy’ มีภาพจำคือผู้ชายทรงหล่อเท่ เซ็กซี่ มีความมั่นใจในตัวเอง ชอบทำตัวแหกกฎระเบียบ รักอิสระ บางครั้งพวกเขาก็ไม่แคร์สังคม ไม่แคร์ใคร ท่าทางเหมือนถ้าเข้าไปยุ่งคงต้องมีปัญหา บางครั้งพวกเขาก็มีกำแพงทางอารมณ์และมุมที่อาจจะแซดหน่อยๆ เหมือนขนมหวานที่รู้ว่าทานแล้วเป็นพิษ แต่ก็ห้ามใจยาก

ถ้าถามถึงเส้นกั้นระหว่าง Bad Boy กับคนแบด เส้นกั้นโดยทั่วไปที่แบ่งแยกแบบเหมารวมก็คือ ถ้าเขาไม่ฮอตก็จะเป็นคนแบดเฉยๆ ไม่ Bad Boy คำบรรยายเหล่านี้คือภาพจำของคนทรงแบดที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย

ในบทความนี้เราอยากจะชวนทุกคนมาสำรวจตัวเองว่า ถ้าเราชอบแบดบอย มันสามารถบอกอะไรเกี่ยวกับตัวเราได้บ้าง และสำหรับคนที่สงสัยว่าทำไม Bad Boy ถึงมีเสน่ห์ มันเท่ตรงไหน ในบทความนี้มีคำอธิบายในมุมทางจิตวิทยาที่จะช่วยอธิบายเรื่องเหล่านี้ให้กระจ่างขึ้น จะเอาไว้เตือนตนหรือเตือนเพื่อนก็ได้

Photo credit: Netflix Junkie

เสน่ห์ไฟแรงของแบดบอย คือความอิสระแบบไม่ต้องแคร์โลก

นักจิตวิทยา ‘โรบิน แมคเคย์’ (Robyn Mckay) ผู้เขียนหนังสือ ‘Smart Girls in the 21st Century’ ได้อธิบายถึงแรงดึงดูดของ Bad Boy ไว้ว่าเสน่ห์ของพวกเขาคืออินเนอร์ความเป็นอิสระ ที่สามารถเป็นอะไรก็ได้โดยไม่ต้องแคร์ขนบสังคม 

“Bad Boy คือการปลดปล่อยอิสระจากความกดดันทางสังคมที่กดผู้หญิงให้ต้องทำตัวเป็น ‘Good Girl’ เพราะว่าโดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงก็มีความหัวขบถที่หลากหลาย ถ้าหากลักษณะนิสัยเหล่านี้ถูกกดไว้มากในช่วงวัยเด็ก และเติบโตมาในกรอบสังคมที่กดลักษณะนิสัยเหล่านี้เอาไว้ เมื่อส่วนนั้นถูกกดไว้นานและไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมา พวกเธอก็มีแนวโน้มที่จะรู้สึกดึงดูดกับ Bad Boy ซึ่งสามารถเป็นช่องทางให้เธอได้ปลดปล่อยอินเนอร์ขบถข้างในออกมาได้”

Photo credit: Village Pipol

นอกจากนี้ ‘ซาร่าห์ เมลันคอน’ (Sarah Melancon) นักสังคมวิทยาและนักเพศวิทยาคลินิกก็ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุว่า ทำไมคนบางกลุ่มถึงรู้สึกว่า Bad Boy มีเสน่ห์น่าดึงดูด

“พวกเราจะดึงดูดคนที่มีคุณลักษณะที่พวกเราปรารถนาจะมี ผู้หญิงที่นิยามตัวเองว่า Good Girl ก็ชื่นชอบความรักในอิสระของ Bad Boy ถึงแม้ว่าคุณลักษณะนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับการเลือกคู่ชีวิตในความสัมพันธ์ระยะยาวแต่มันก็ทำให้พวกเขาน่าดึงดูดจนรู้สึกว่ามันคุ้มกับความเจ็บปวดที่อาจจะตามมาในภายหลัง”

ความหลงใหลใน ‘False Identity’ แฟนตาซีในหัวที่สร้างขึ้นมาเอง (หรือเปล่านะ)

ในหัวข้อนี้ เราจะชวนทุกคนมาสำรวจลงลึกเข้าไปในจิตใจกันอีกสักหน่อยว่า เบื้องหลังความชอบคนประเภทต่างๆ หรืออย่าง Bad Boy ที่เราปรารถนา มันกำลังบอกอะไรที่อยู่ลึกๆ ข้างใน ซึ่งการจะทำความเข้าใจในเรื่องนี้ได้ ต้องขอยกคำอธิบายจากนักเพศศาสตร์ ‘เนส คูเปอร์’ (Ness Cooper) ที่ได้อธิบายถึงคอนเซ็ปต์ ‘The Psyhology Of Attractions’ มาเล่าให้เห็นภาพว่า

“เมื่อเรากำลังเข้าสู่การมีความสัมพันธ์กับใครสักคน มันเป็นเรื่องปกติที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเราจะใช้ชีวิตอยู่ในโลกแฟนตาซี ก่อนที่คนในความสัมพันธ์นั้นจะเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา มันหมายความว่าพวกเรากำลังเดตกับคนที่ดูเหมือนจะเป็น ‘คนที่ไม่ใช่’ ไปได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่พวกเราจะได้รู้จักตัวตนของพวกเขาจริงๆ ซึ่งบางครั้ง ตัวตนที่แท้จริงของคนที่เราเดตด้วยก็แตกต่างจากแฟนตาซีที่เราเห็น และมันก็จะกลายเป็นเรื่องช็อกระดับหนึ่ง เมื่อเรารู้ว่าเขาไม่ใช่คนที่เหมาะกับเรา”

Photo credit: BIANCA BAGNARELLI

ต่อมาใน Attachment Theory (ทฤษฎีความผูกพัน) ได้มีคำอธิบายไวัว่า คนที่มีรูปแบบความสัมพันธ์แบบวิตกกังวล (Anxious Attachment) คือกลุ่มคนที่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่ และก็มีความกังวลว่าคนที่รักจะไม่อยากอยู่ด้วย ซึ่งคนประเภทนี้มักจะมีแนวโน้มดึงดูด Bad Boy ที่มาพร้อมกับกำแพงทางอารมณ์ ความเย็นชา ไม่ค่อยแสดงออกทางความรู้สึก สามารถเรียกได้ว่า ‘Emotionally Unavailable’ 

มันมีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มคนที่มีรูปแบบความสัมพันธ์แบบวิตกกังวลจะดึงดูดความสัมพันธ์แบบนี้ และคนลักษณะนี้พยายามจะสร้างสถานการณ์ที่ตัวเองคุ้นเคย ให้เหมือนกับความรักที่เคยได้รับมาก่อน

ถ้าสอบถามความเห็นแบบเรียบง่ายกับผู้คนในชีวิตทั่วไป พวกเขาก็จะบอกถึงเสน่ห์ของ Bad Boy กันว่า “เขาดูเท่เพราะเข้าถึงยาก มีความท้าทาย น่าสนใจ” ไปจนถึงอะไรที่เรียบง่ายอย่างแค่ความต้องการที่จะ Hook Up แรงดึงดูดนั้นก็ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งไปมากกว่าเคมีข้างในที่ตรงจริตสำหรับบางคน

โดยสรุปแล้ว คำอธิบายในบทความนี้เป็นการอธิบายที่เอาจิตวิทยามาจับเพื่ออธิบาย การชอบ Bad Boy ไม่ได้บอกตรงตัวตามทฤษฎีว่าเราต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้นเสมอไป ท้ายที่สุดแล้ว โปรดอ่านด้วยวิจารณญาณและค้นหาคำตอบด้วยการทบทวนกับเสียงข้างในของคุณนะ  

อ้างอิง

Goodhousekeepin

MetroCoUK