รักษา “โรคร้าย” ได้ด้วย “กัญชา” ที่ Sawasdee Clinic คลินิกกัญชาเพื่อการแพทย์   

“ข้อดีของกัญชาคือ จากผู้ป่วยติดเตียงกลายเป็นไม่ติดเตียงและช่วยเหลือตัวเองได้ ช่วยเซฟค่าใช้จ่าย มีความเป็นอิสระ ทำให้หายจากภาวะป่วยมากเป็นป่วยนิดเดียว”

เป็นคำกล่าวที่หนักแน่นในเจตนารมณ์ เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น และอุดมการณ์อันแรงกล้า เพื่อสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ของ นาวาอากาศเอก (พิเศษ) แพทย์หญิง จินตนา มโนรมย์ภัทรสาร ที่เชื่อสนิทใจว่ากัญชาสามารถรักษาโรคร้ายให้หายได้ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานจากการเป็นแพทย์แผนปัจจุบันและรักษาผู้ป่วยฯ มามากกว่า 40 ปี ที่ สวัสดี​คลินิก​เวชกรรม​ แห่งนี้ พร้อมต้อนรับคนไข้และผู้ป่วยทุกท่าน ด้วยความยินดีและเต็มใจที่จะรักษาโรคต่าง ​ๆ ​และโรคร้ายให้หายจริงได้ด้วย “กัญชา” การรักษาโดยใช้กัญชาและสมุนไพร แบบธรรมชาติบำบัด 

คุณหมอคุ้นเคยกับกัญชาตั้งแต่เด็กโดยเห็นคนข้างบ้านสูบ และมีแรงบันดาลใจการใช้กัญชาทางการแพทย์ตั้งแต่อยู่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ด้วยพื้นฐานแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ต้องดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคปวดในผู้สูงอายุ และคนพิการ จึงอยากจะฟื้นฟูให้คนไข้กลับมามีศักยภาพที่ดีขึ้น บวกกับความชื่นชอบชอบการรักษาแบบใช้ความร้อน แสง เสียง ธรรมชาติ การออกกำลังกาย และดนตรี จึงตัดสินใจไปดูงานที่อิสราเอล เแผนกรักษาโรคปวด แล้วไปเจอกัญชาผงอัดเม็ดและแบบพ่นเพื่อใช้รักษาโรคปวด หลังจากกลับมาที่ไทย เขาก็สมัครเข้าอบรมเกี่ยวกับการใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อทำการค้นคว้าและศึกษาเพิ่มเติม เมื่อเกษียณจึงกลับมาอยู่บ้านและจดทะเบียนเป็นคลินิก โดยโฟกัสเรื่องกัญชาทางการแพทย์ตามมาตรฐานทางการแพทย์ 

จุดเริ่มต้นของสวัสดีคลินิก

“สวัสดีคลินิก เปิดทำการตั้งแต่ปี 2561 จนถึงปีนี้ก็ 4 ปี คนไข้ที่ลงทะเบียนรักษาทั้งหมดมี 16,000 คน ในระยะเวลา 4 ปี ผู้ป่วยเป็นมะเร็ง 60% โรคเสื่อมของร่างกายต่าง ๆ 15% โรคปวดชนิดต่างๆ 15% โรคภูมิแพ้ตัวเองชนิดต่างๆ 35 % ที่เหลือก็เป็นโรคชักในเด็ก ออทิสติก โรคต้อหิน โรคนอนไม่หลับ ไบโพล่า ซึมเศร้า หรือโรคเครียด กลุ่มนี้อีกประมาณ 10% โรคเล็กๆ น้อยๆ อีก 10% ซึ่งเป็นการรักษาแบบผสมผสานระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและแผนไทย คือ ลุ ล้อม รักษา และบำรุง โดยการถ่ายพิษเพื่อให้มีการขับถ่ายที่ดี การบำรุงเพิ่มภูมิต้านทาน เข้าสู่กระบวนการรักษา และดูแลให้เขามีสุขภาพที่ดีเพื่อให้หายจากโรคและอายุยืน พร้อมติดตามผลและสำรวจความพึงพอใจ เพื่อติดตามอาการ นัดหมาย และพบแพทย์”

ยาที่ใช้รักษาคนไข้

“เราใช้วิธีการดูแลรักษาตามมาตรฐานแพทย์แผนปัจจุบัน จากนั้นผู้ป่วยจะพบแพทย์แผนไทย ซึ่งจะให้คำแนะนำและอธิบายคุณสมบัติการใช้ยาอย่างละเอียด โดยใช้ตามสูตรยาแพทย์แผนปัจจุบันและไทย อย่างขององค์การเภสัชกรรม ที่ผลิตน้ำมันกัญชาสกัด THC , CBD และ  THC+CBD ในอัตตาส่วนเท่า ๆ กันมาให้เลือกใช้หยดรับประทาน โดยมีมิลลิกรัมที่ชัดเจน อีกอันคือตำหรับยาที่นานาชาติใช้ เช่น TW Pharma เป็นดรอบไซรัปน้ำหวานให้เด็กกินแก้กันชัก หรือพ่นในปาก อีกส่วนคือตำหรับแพทย์แผนไทย ปรุงเป็นน้ำมันทาผิว และทำเป็นผงใส่ซองเป็นแคปซูลเพื่อให้กินง่ายขึ้น”

สกัดสารสำคัญเข้มข้นจากดอกเพื่อใช้ทำยา 

“ในดอกมีตัวยาที่เข้มข้นที่สุด กัญชาไทยมีสาร THC ในดอกประมาณ 10-14% มี CBD ไม่ถึง 1% นอกจากนี้ยังมีสารสกัดต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งเทอร์ปีนอยด์ที่ออกฤทธิ์ลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ คลายกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมประสาท เพิ่มภูมิต้านทาน เฉพาะกัญชาอย่างเดียวก็มีตัวยามากกว่า 500 กว่าชนิด ในใบมี 1% ในกิ่งและก้านมีประมาณ 1% ส่วนในรากมีสารที่มีฤทธิ์ที่ดีมากต่อโรคกระดูกและสมอง แพทย์แผนไทยจึงปรุงยาโดยใช้ส่วนต่าง ๆ ซึ่งแตกต่างกันไป หรืออาจใช้ทุกส่วนผสมกับสมุนไพรชนิดต่าง ๆ”

ผลตอบรับจากการรักษา

“ครบ 1 เดือนจะให้คนไข้เขียนตอบคำถามเรื่องการรักษา สรุปความพึงพอใจ 94% ความปวดน้อยลง 64% การนอนหลับดีขึ้น 87% การรับประทานอาหารดีขึ้น 60% การคลื่นไส้อาเจียนลดลง 65% การขับถ่ายดีขึ้น 57% คุณภาพชีวิตดีขึ้น 65% ค่าเลือดและค่ามะเร็งลดลง 55% ไม่ใแค่เฉพาะโรคมะเร็งหรือความเสื่อมต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย โดยทุกระบบในร่างกายจะมี Receptor ของกัญชา เรียกว่า ‘กัญชามนุษย์’ ไหลเวียนในร่างกายตั้งแต่เกิดจนตาย พอกินกัญชาที่เป็นยาเข้าไป จะไปจับกับตัวรับบนผิวเซลล์ กระตุ้น และส่งสัญญาณให้ซ่อมแซมตัวเอง ลดการอักเสบ และทำงานเป็นปกติ” 

ผ่าตัด ฉายแสง ใช้คีโม เป็นวิธีรักษาที่ทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียง แต่กัญชามีฤทธิ์ในเชิงเภสัชวิทยา แก้ปวด ทำให้ผ่อนคลาย จิตใจสงบ แก้คลื่นไส้อาเจียน หลับสบาย กินอาหารอร่อย เพิ่มภูมิต้านทาน กระตุ้นและซ่อมแซมเซลล์ทุกระบบ

“กัญชา” กับ “มะเร็ง”

“ดิฉันดูแลผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจนถึงวันเกษียณ และนี่คือคำตอบสำหรับผู้ป่วยของเรา พืชสมุนไพรที่มีในตำหรับยาแผนโบราณ โดยเริ่มเรียนรู้ควบคู่กับแพทย์แผนไทย และนำมาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย บางคนใช้จนตับวายไตวาย โรคกระจายใช้คีโมไม่ได้ หรือผ่าตัดเสร็จแล้ว ฉายแสงครบหมดแล้ว ก็ยังมีโรคอยู่ บางเคสคุณหมอบอกว่ารักษาให้ครบหมดแล้วแต่รักษาไม่ได้ รอวันจากแบบไม่มีคำตอบ ในขณะที่มะเร็งยังดื้อต่อยาแผนปัจจุบันและไม่ตอบสนอง กัญชาอาจจะตอบได้นะ เผื่อมีแสงสว่างให้เขาแบบง่ายๆ เบาๆ นุ่มนวล ทะนุถนอม เลยออกมาเป็นน้ำมันหยด ยาตำหรับกัญชาแพทย์แผนโบราณ แบบไอระเหยให้ดม สอดและทาก้นได้ ทาผิวได้ ให้ดมและกินได้ ซึ่ง 37 ประเทศในโลกได้บัญญัติให้ใช้กัญชาเป็นยาแผนปัจจุบัน โดยใช้ทั้งแบบแพทย์สมัยใหม่และแผนไทยควบคู่กับการดูแล จดบันทึก และติดตามผลจนกว่าเขาจะหาย”

วิธีการรักษาโรคมะเร็งด้วยกัญชา

“เรารักษาผู้ป่วยมะเร็งทุกเคสที่เข้ามา ส่วนใหญ่รักษามาจากโรงพยาบาลอยู่แล้ว มีเปอร์เซ็นต์ไม่มากที่เลือกวิถีธรรมชาติและปฏิเสธทุกอย่างในโรงพยาบาลด้วยเหตุผลอายุเยอะมาก เชื่อแบบนี้ หรือ เคยไปลองใช้แล้วแพ้และกลัว จึงเป็นอีกทางเลือกที่ผู้ป่วยเลือกเองได้ โดยเริ่มรักษาอาการก่อน อาการส่วนใหญ่คือ ปวด กัญชาลดปวดได้ดี ส่วนอาการอ่อนเพลีย กินอาหารไม่ได้ น้ำหนักลด ซีด และอาการอื่นๆ รวมทั้งทำให้เกิดก้อน เราจะรักษาอาการทั้งหมดและอาการข้างเคียงของโรค เช่น แพ้คีโม กินไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน ต้องผ่าตัดครั้งที่ 2,3 ผู้ป่วยก็จะหาทางไม่ให้ผ่าตัดซ้ำ ๆ เขาก็จะมาทางนี้ ถึงก้อนไม่หายแต่มันก็จะอยู่นิ่ง ๆ ไม่แพร่ต่อ และอาจยุบลงเล็กน้อย กัญชาลดอาการได้จริง มากน้อยแต่ละคนไม่เท่ากัน คนไข้คาดหวังขอให้อายุยืน และอย่าทุกข์ทรมานในการจากไป บางคนเลยมาหาแสงสว่างจากที่นี่ เพราะเจ็บและทรมาน เป็นผู้ป่วยติดเตียง หายใจไม่ออก น้ำแน่นท้อง ทรมานกินไม่ได้ เราก็ช่วยจัดการให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเรารักษานานขึ้น เริ่มมีเคสหายมากขึ้น เมื่อเขาร่างกายดีขึ้น เขาเริ่มมีความหวังว่าอาจจะหายจริง ๆ พอรักษาควบคู่กันไป ทั้งคีโม ผ่าตัด ฉายแสง และกัญชา หายมากขึ้น เยอะมากขึ้น” 

มีงานวิจัยรองรับ “กัญชารักษาโรคมะเร็งได้”

“มีการศึกษาทั่วโลกยกตัวอย่างที่โปแลนด์ เมื่อนำสารสกัดกัญชาเข้มข้นไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองในระยะเวลาที่นานพอ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เซลล์มะเร็งหยุดแบ่งตัวและหยุดแพร่กระจาย ช่วยกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฝ่อตัวและสลายตัว ช่วยหยุดการสร้างเส้นเลือดใหม่ไปที่เลี้ยงก้อนมะเร็ง ในหลอดทดลองกัญชาจึงมีฤทธิ์รักษาเซลล์มะเร็ง ในประเทศไทยมีการศึกษาในกรมวิทยาศาตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 2563 โดยทำการทดลองนำเซลล์มะเร็ง 10 ชนิด ประกอบด้วย ทางเดินอาหาร ลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ตับ ตับอ่อน ท่อน้ำดี ปอด เต้านม รังไข่ ต่อมลูกหมาก และต่อมน้ำเหลือง นำมาเลี้ยงด้วยสารสกัดกัญชาเข้มข้นหลายชนิด สิ่งที่เกิดขึ้นตรงกับที่อิสราเอลและโปแลนด์ทำการศึกษาไว้” 

ผลข้างเคียงจากการรักษา

“จะมีผลข้างเคียงก็ต่อเมื่อใช้ไม่เป็น จึงต้องใช้ถูกขนาด ค่อย ๆ เริ่มใช้ ค่อย ๆ เพิ่มขนาดและใช้ให้ถูกเวลา เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยและปรับเพิ่มจนได้ขนาด คำตอบจากการวิจัยของวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ได้คือ ขนาดของกัญชามีผลในการรักษา (ขนาดเยอะผลการตอบสนองดี) การใช้เวลา (ยิ่งนานยิ่งหาย) มีฤทธิ์เสริมช่วยกันกับยาแผนไทยตัวอื่นและเสริมการรักษาทางแผนปัจจุบัน และยังสามารถลดการใช้ยาแผนปัจจุบันได้มาก เพราะผู้ป่วยหลายท่านนิยมการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด กัญชาจึงเป็นทางเลือกที่ดีมาก ราคาและค่าใช้จ่ายอาจจะถูกกว่า ซึ่งจะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน เมื่อหายจากโรคหรืออาการ ก็ให้ใช้ในขนาดที่ต่ำๆ อย่างต่อเนื่อง” 

ใช้กัญชารักษาโรคในเด็กได้

“ใช้ในกรณีชัก เพราะใช้ยากันชักไม่หาย หรือ ชักรุนแรงตลอดเวลา กัญชาช่วยให้หายได้  ช่วยหยุดการชักได้ดีมาก ผลที่ได้คือ อารมณ์แจ่มใส่ นิ่งและสงบมากขึ้น ใช้ในเด็กออทิสติก กลุ่มนี้ตอบสนองดีมาก เด็กจะสงบ นิ่ง มีสมาธิขึ้น สามารถช่วยเหลือตัวเองและเรียนรู้อะไรได้เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นคือ โรคอักเสบในเด็ก เช่นรูมาตอยด์ตั้งแต่เด็ก เพราะกัญชาลดภูมิแพ้ตัวเอง ลดการอักเสบ ลดการปวด ลดภาวะเครียดของเด็กป่วยเรื้อรัง เด็กมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากยากดภูมิ เคสที่อยากเล่าคือ โรคติกส์ในเด็ก (Tics) ภาวะกล้ามเนื้อกระตุก ควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำให้บุคลิกภาพเสีย หลังจากที่รักษาซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 เคส หายจากโรคและกลับมาเป็นปกติ”

ใช้กัญชารักษาโรคในผู้สูงอายุก็ดี

“ใช้ในผู้สูงอายุ คุณพ่อคุณแม่ที่ป่วยอัลไซเมอร์ อัมพฤกษ์ พากินสัน ติดเตียง ช่วยให้กินอร่อย หลับสบาย หายเกร็ง หายซึมเศร้า ภาวะปวดต่าง ๆ และอารมณ์แปรปรวนหาย คุณพ่อคุณแม่ของเพื่อนๆ พามาฝากหลายเคสอยู่อาการต่างๆ ที่กล่าวหายไปและเหลือน้อยที่สุด และอาจมีส่วนทำให้อายุยืนขึ้น”

กัญชากับการรักษาโรคโควิด

“มีการศึกษาและการวิจัยที่มหาวิทยาลัยออริกอนสหรัฐอเมริกาว่า กัญชาเป็นตัวช่วยตัวใหม่ เพราะ CBD ล็อคสไปค์โปรตีนไม่ให้เจาะเข้าเซลล์ และช่วยลดการอักเสบ เวลาติดโควิด มีอาการไข้ ปวดเมื่อย ไอ จาม อักเสบ ไม่มีแรง กินข้าวไม่ลง กัญชาจะออกฤทธิ์ลดอักเสบ ลดไข้ ลดอาการปวด CBD และ THC ลดปฎิกิริยาการอักเสบที่มากเกินไป ทำให้ไข้สูง เกิดภาวะช็อค ภาวะปอดอักเสบ ปอดเสียหาย กัญชาจะกระตุ้นการซ่อมแซมและคืนมาของปอด และซ่อมแซมเส้นประสาทจากโควิด เพราะฉะนั้น เคสโควิดที่รักษา เราใช้กัญชา ฟ้าทะลายโจร ผสมขมิ้น ผลการรักษาออกมาค่อนข้างดีมาก อาการโควิดน้อยมาก ในเคสที่ติดเชื้อมาแล้ว หลัง 5 วันก็เนกาทีฟหมดแล้ว และไม่มีอาการลองโควิดเลย ส่วนเคสลองโควิด เราจัดตำหรับกัญชามาตรฐานให้รักษา อาการหายเร็วมาก อีกกลุ่มที่รักษาคือ ฉีดวัคซีนแล้วมีอาการข้างเคียง เช่น อ่อนเพลีย ลุกไม่ขึ้น มีไข้ ปวด เมื่อย นอนไม่หลับ เราให้หยดน้ำมันกัญชา อาการเหล่านั้นหายเร็วมาก” 

ไม่มีใครมาหากัญชาตั้งแต่ครั้งแรกที่ป่วย จะมาจากการรักษาที่รักษาโดยพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพทางการรักษา อยากใช้ยาสารเคมีน้อยลง และอยากหายจากโรค

กลุ่มใช้กัญชาทางการแพทย์เพื่อการรักษาโรคเพียงอย่างเดียวก็มี

“มีแต่ไม่มาก เป็นกลุ่มเลือกวิถีธรรมชาติบำบัด ตามความเชื่อและความมุ่งมั่นที่จะเลือกสายนี้ เขาจะเลือกอาหาร การปฏิบัติ การอาบน้ำ การกิน การออกกำลังกาย อาหารเสริม หรือใช้สมุนไพรหลากหลายด้วยตัวเอง กัญชาก็เป็นอีกลักษณะของสมุนไพร แต่ก็มีคนไข้หลายรายที่มาช้าไป หลายรายก็อาการทรงๆ ตัว แต่อยู่ได้นานขึ้น หลายรายจากไปโดยธรรมชาติ แต่สิ่งที่เจอคือจากไปอย่างสงบ ไม่ทุกข์ทรมาน และอยู่ได้นานขึ้นก่อนจะจาก” 

กัญชารักษาโรคไม่ทำให้เสพติด

“บอกได้เลยว่าไม่เสพติดถ้าใช้อย่างถูกต้อง เพราะเป็นตำหรับที่ใช้ชัดเจน มีขนาดและวิธีการใช้ที่ชัดเจน มีตารางเวลาที่ชัดเจน และมีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษา กัญชาทางการแพทย์จึงไม่เสพติด 100% ไม่มีอันตรายเพราะใช้ในขนาดที่พอเหมาะ เวลาหยุดหยุดง่าย ไม่มีอาการลงแดง มีการศึกษาเปรียบเทียบกัญชากับยาเสพติดอื่นๆ เช่น แอลกอฮอล์ บุหรี่ มีตารางการศึกษาชัดเจนว่า ติดน้อยกว่าและอันตรายน้อยกว่าแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาเสพติดชนิดอื่น”

ขณะนี้กฎหมายอนุญาติให้ปลูก โดยมีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ รักษาโรค เริ่มปลูกได้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป จึงจะถูกกฎหมาย ก็ขอให้รอ

มุมมองต่อผลิตภัณฑ์ผสมสารสกัดกัญชาที่ไม่ใช่ยารักษาโรค

“ขณะนี้กฎหมายของไทย อนุญาติให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ตามตำหรับและมาตรฐานทางการแพทย์ มีแพทย์แผนไทย ทันตแพทย์ แพทย์เภสัช แพทย์แผนประยุกต์ สัตวแพทย์ ก็สามารถใช้กัญชาได้ ปรุงเฉพาะโรคได้ ให้คนไข้เฉพาะรายได้ ใช้ตามตำหรับยาได้ ใช้ตามที่องค์การแภสัชกรรมและแพทย์แผนไทยกำหนดมาได้ ขณะเดียวกัน กฎหมายก็อนุญาติให้ใช้สำหรับคนทั่วไปได้ และสามารถใช้กัญชาได้ทุกส่วนยกเว้นดอก ซึ่งส่วนนี้จะเก็บไว้ให้ทางการแพทย์และวิชาชีพที่กำหนด แต่ส่วนอื่นๆ ใบ กิ่ง ก้าน ดอก ราก ก็นำมาปรุงเป็นอาหาร เครื่องดื่ม หรือ ขนม ซึ่งอันนี้ถูกฎหมาย 

กัญชามีข้อดีของกัญชามากกว่าข้อเสีย!

“ข้อเสียเกิดจากการใช้ยาผิดขนาดและไม่มีประสบการณ์ แต่ถ้าใช้ถูกกัญชาค่อนข้างมีประสิทธิภาพดี ข้อเสียพวกไซด์เอฟเฟค อย่างมึนงง ปวดศรีษะ ใจสั่นเล็กน้อย มีน้อยมากถ้าเทียบกับข้อดี อยากให้สนับสนุนการใช้และมีการวิจัยเพิ่มขึ้น วิจัยการผลิตกัญชาในรูปแบบที่ออกมาใช้ง่าย ทันสมัย และวิจัยในผู้ป่วยจริง ๆ มีมากขึ้น ในขณะที่กัญชาถูกกฎหมายแล้ว อยากให้คุณหมอที่สนใจ อยากให้ในหลักสูตรแพทย์บัณฑิตย์หรือแพทย์เฉพาะทาง โดยเฉพาะแพทย์ที่มีโรคเกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาทางหารแพทย์ ได้เรียนรู้กัญชาทางการแพทย์ เพื่อจะได้เห็นประสบการณ์จริงในการใช้ยากัญชา เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นจากประสบการณ์และนำไปใช้จริงมากขึ้นอย่างแพร่หลาย เกิดการเรียนรู้ เข้าใจ และนำเสนอไปให้คนอื่นเรียนรู้ต่ออีก เพราะเมื่อดิฉันอยู่ในสภาวะเกษียณแล้ว โอกาสการนำเสนออาจจำกัดและไม่ได้อยู่ในแวดวงการศึกษาแล้ว”

ประเทศไทยควรมีกัญชาไว้ในโปรแกรมเพื่อเป็นทางเลือกในการรักษาหรือไม่

“คุณหมอหลายท่านเริ่มใช้ เรียนรู้ และเริ่มชำนาญ ต่อไปจะมากขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะกฎหมายที่เริ่มให้ใช้กัญชาทางการแพทย์เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 62 เพิ่งเริ่มมา 3 ปี ถือว่าเร็วและทันสมัยมากสำหรับประเทศไทย ทั้งโลกนี้ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีตำหรับยากัญชา ขอให้สงวนและจดลิขสิทธิ์ทางปัญญานี้ไว้อย่างรวดเร็ว อย่าให้ใครมาก๊อปไปก่อนนะคะ เพราะในโลกนี้ประเทศอื่น ๆ เขาสกัดเป็นน้ำมันเท่านั้น แต่ประเทศไทยเรามีมากกว่า 90 ตำหรับ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้ 16 ตำหรับ อยากขอให้ทางการรีบจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาของประเทศไว้ก่อน และส่งเสริมการใช้ให้แพร่หลาย” 

เพื่อนร่วมวิชาชีพมีความคิดเห็นเกี่ยวกับกัญชาอย่างไร

“ในวงการแพทย์มีหลายท่านสนใจ แต่ยังไม่เคยเรียนรู้ในหลักสูตรแพทย์ศาสตร์บัณฑิตย์ ประสบการณ์ใช้ยังกลัว ๆ กล้า ๆ จึงยังไม่มีการใช้มากในวงการแพทย์ ซึ่งแพทย์ที่สนใจมีจำนวนไม่มากและค่อย ๆ สั่งสมประสบการณ์ไปทีละนิด คงใช้เวลาสักระยะหนึ่งจึงจะแพร่หลาย เกิดความมันใจ และใช้อย่างสะดวก ในเชิงเภสัชก็ต้องค่อย ๆ ทำในรูปแบบการเตรียมยา ให้ทันสมัย ใช้ง่าย วัดได้ชัดเจน ดูน่าใช้” 

มีวิธีให้ความรู้หรือสร้างความเข้าใจ ทั้งกับคนไข้และคนทั่ว ๆ ไปเรื่องกัญชาอย่างไร

“จากข้อมูลการรักษา ได้ทำการจดบันทึกและนำเสนอข้อมูลวิชาการแทบทุกเดือน จะออกไปบรรยายเพื่อแชร์ประสบการณ์ ซึ่งประสบการณ์ที่คลีนิคเรียกว่าการวิจัยไม่ได้ แต่เป็นการนำตัวเลขข้อมูลเอาไปเล่าสู่กันฟังในเชิงบรรยายวิชาการ เพราะที่คลินิกคนไข้มีความหลากหลายและเป็นตัวของตัวเอง มีสิทธิ การจัดการผู้ป่วยมีค่าใช้จ่าย เราจะระมัดระวังการจัดการ เพราะข้อมูลต่าง ๆ ทำการวิจัยในคณะแพทย์ศาสตร์หรือสถาบันการศึกษาจะมีทุนวิจัยสนับสนุน ผู้ป่วยและคุณหมอจะมีความเป็นอิสระ มีการบันทึกข้อมูลที่เป็นอิสระและเป็นความลับ ข้อมูลจะไม่มีการลำเอียง มีความน่าเชื่อถือได้ ยังไงก็ต้องรอข้อมูลจากการทำการวิจัยจริง ๆ” 

ทิศทางทางการแพทย์ที่มีกัญชาเข้ามาเกี่ยวข้องในประเทศไทยจะไปในทิศทางบวกแน่นอน เพราะจากประสบการณ์ก็มากพอที่จะมองไปในแง่บวก จากแบบสอบถามที่ให้ผู้ป่วยตอบโดยอิสระและมีประสบการณ์ที่มากพอ เพราะผู้ป่วยปัจจุบันมีความรู้

กัญชาทางการแพทย์เห็นด้วย แต่ กัญชาเพื่อสันทนาการไม่เห็นด้วย!

“เราเป็นแพทย์ ใช้กัญชาด้วยความระมัดระวัง ใช้ในด้านดี และระมัดระวังด้านอ่อนด้อยของกัญชา เมื่อใช้ทางการแพทย์จึงมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง เราจึงคุ้นเคยกับการใช้กัญชาทางการแพทย์ ถ้าใช้ในเชิงสันทนาการ จะเป็นอิสระในการใช้ โอกาสในการติดจึงมีได้ 9% ในวัยรุ่น 16-19 ปี เนื่องจากเขามีอิสระ ประสบการณ์น้อย ไม่มีการควบคุม และยังพบว่าเขานำกัญชาไปผสมกับยาเสพติดและก่ออาชญากรรม ถ้าไม่มีการควบคุมอาจจะก่อให้เกิดข้อเสียได้ สำหรับดิฉันสนับสนุนในการใช้ทางการแพทย์ แต่เชิงสันทนาการยังไม่เห็นด้วย อาจจะยังไม่เหมาะกับประเทศไทย เพราะเยาวชนยังต้องการการดูแลและปกป้องจากกฎหมาย” 

สวัสดีคลินิก ในอนาคต?

“เราจะปรับปรุงประสิทธิภาพและความพึงพอใจ การดูแลผู้ป่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพการครอบคลุมมากยิ่งขึ้น สะดวกสบาย ทันสมัย โดยมีคุณหมอและทีมแอดมินที่ช่วยซัพพอร์ตให้ผู้ป่วยสะดวก ในการดูแลหลังจากมาพบแพทย์แล้ว อย่างน้อย 1-3 ครั้ง จนผู้ป่วย รู้การวินิจฉัยที่ถูกต้อง รู้วิธีการใช้ยาอย่างปลอดภัย และผู้ป่วยพ้นผ่านภาวะวิกฤติ สะดวกและปลอดภัยจากโควิด ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วย ส่วนผู้ป่วยที่ไม่สะดวกมาจริง ๆ อยู่ไกลและป่วยหนัก งบประมาณไม่สะดวก เราจะบริการ Tele med เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการดูแล ปัจจุบันผู้ป่วยสะดวกสบายมากขึ้น นอกจากใชันวัตกรรมการรักษา เรายังใช้วัฒนธรรมการรักษาแพทย์แผนไทย การประคบ การนวด อบยา และรมยา ให้ความสุข การสัมผัส และกำลังใจ เพราะคนไข้ส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องการกำลังใจและการรักษาแบบทะนุถนอม และเรากำลังพิจารณาการขยับขยายสถานที่ ผู้ป่วยหลายรายอยากให้ดูแลแบบมีที่พัก อาจจะขยายเป็นเนอสเซอรี่” 

ทิ้งท้ายถึงผู้อ่าน

“กัญชาเป็นความหวังที่ดีมาก เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าสำหรับมนุษย์ อยากให้ทุกคนมีความเข้าใจว่า เราเกิดมาแล้วเรามี กัญชามนุษย์ อยู่ในตัวอยู่แล้ว เมื่อเราเจ็บป่วย เราพร่องภาวะกัญชาในร่างกายทำให้ร่างกายรวน เราสามารถใช้กัญชาจากพืชมาเติมเต็ม โดยการแพทย์สมัยใหม่ และการแพทย์แผนไทยได้ จะช่วยทำให้เราดีขึ้น หายป่วย และสามารถกลับมาปกติได้โดยวิธีที่ไม่ยาก คิดว่ากัญชาทางการแพทย์จะะดีขึ้น สะดวกขึ้น และแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศค่ะ”

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของ Sawaddee Clinic ได้ที่ Sawaddee Clinic