Sound of Youth EP.5 เรื่องราวของกัญชาจากมุมมองคนรุ่นใหม่

Photo credit: Abstral Official

‘กัญชา’ พืชที่มาพร้อมรอยยิ้มและสมองที่ปลอดโปร่ง เมื่อพูดถึงกัญชาในปัจจุบันมุมมองของผู้คนเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนค่อนข้างมาก ปฎิเสธไม่ได้เลยว่ากลุ่มที่ทำให้พืชที่ถูกตราว่าเป็นสิ่งเสพติดถูกเปลี่ยนแปลงมุมมองไปในทางที่ดีขึ้นก็คือ คนรุ่นใหม่ นอกจากเพื่อการสันทนาการแล้ว พวกเขายังร่วมขับเคลื่อนเสรีกัญชาอีกด้วย เรามีโอกาสพูดคุยกับเหล่าคนรุ่นใหม่ที่ใช้กัญชาทั้ง 4 คน ทั้งเรื่องราวการใช้กัญชาของตัวเองและมุมมองต่อกัญชาในสังคมไทย

เริ่มบทสนทนาด้วยการถามถึงการเริ่มต้นใช้กัญชาและมุมมองที่มีต่อกัญชาของแต่ละคน

ตะขบ (นามสมมติ) ช่างภาพฟรีแลนซ์ และกำลังศึกษาด้านภาพยนตร์ อายุ 24 ปี เริ่มใช้กัญชาเนื่องจากอาการป่วยทางจิตเวช ปัญหาการนอน

“เราเริ่มใช้กัญชาเนื่องจากเราป่วยจิตเวชมานานมากๆ อีกอย่างคือเรามีปัญหาการนอนไม่หลับและเคยติดแอลกอฮอล์มาก ต้องกินทุกวัน ชีวิตมันขมต้องดื่มเพื่อให้ลืมเรื่องเครียดสักพักนึงก็ยังดี ต้องทำให้เมาถึงจะหลับได้ในแต่ละวัน แต่สุดท้ายตื่นมาโคตรไม่สดชื่นเลย แฮงค์ ปวดหัวมาก มาถึงจุดนึงที่แบบไม่ไหวแล้ว แต่เราไม่อยากกินยาเพิ่มอีก เพราะรู้สึกว่าตัวเองกินยาเยอะมากแล้ว เลยพยายามศึกษาหาทางเลือกว่าจะมีอะไรที่ทำให้เราดีขึ้นได้บ้าง ก็มาสนใจที่กัญชาเนี่ยหละ”

“เราว่ามันมีประโยชน์กับเรามากเลยนะ ได้เจอมุมมองใหม่ๆ คือเรารู้สึกว่าโรคจิตเวชที่เราเป็นมันดีขึ้นเยอะมากๆ ดีจนหมอทักเลย และเราเข้าใจตัวเองมากขึ้น”

Photo credit: Dimitri Bong

นาย 420 (นามสมมติ) นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ อายุ 22 ปี เริ่มใช้กัญชาเพราะความเครียดต้องการหนีจากสังคม และต้องการเรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตต่างๆ

“เวลาใช้กัญชาแล้วมันทำให้เรารู้สึกเหมือนเราเข้าไปอยู่ในโลกคู่ขนาน สามารถทดลองทางความคิดอะไรก็ได้อย่างไม่สิ้นสุด ทำให้เราฉุกคิดอะไรกับชีวิตขึ้นมาได้ นอกจากนี้หากเราปล่อยใจและสติจะทำให้เราผ่อนคลาย อยู่ในจินตนาการอันสร้างสรรค์”

“กัญชาเป็นพืชที่เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติน่ามหัศจรรย์ มีทั้งคุณและโทษในตัวเองเหมือนกับ หยินและหยาง ในแง่หนึ่งก็หลอนประสาทจาก THC แต่ก็บำรุงประสาทจาก CBD ดังนั้นถ้าเราใช้ข้อดีมาเพื่อรักษาทางการแพทย์ก็คงเป็นประโยชน์อย่างมากกับสังคม แต่การสูบจนทำให้เกิดการติดและควบคุมตนเองไม่ได้นั้นก็ไม่ต่างการจากเสพยา (ในแง่เสพติดคิดว่าเป็นเฉพาะบุคคลเพราะเท่าที่ศึกษาไม่มีสารที่ทำให้ติด)”

Photo credit: Elsa Olofsson 

แมว (นามสมมติ) นักศึกษาอายุ 21 ปี เริ่มใช้กัญชาช่วงไปแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศสมัยเรียนมัธยมศึกษา

แมวพูดถึงมุมมองที่มีต่อกัญชาไว้ว่า “กัญชาเป็นสมุนไพรอย่างหนึ่งที่สร้างประโยชน์และความบันเทิง ถ้าเรารู้ลิมิตตัวเองก็ไม่เกิดปัญหาให้ผู้อื่น”

Photo credit: GRAS GRÜN

เอมิ (นามสมมติ) นักศึกษา อายุ 22 ปี เริ่มต้นใช้กัญชาจากการชักชวนของเพื่อนในกลุ่มในเวลาปาร์ตี้

“มองว่ากัญชาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความสนุกสนานให้กับตัวเอง เหมือนๆ กับการดื่มเหล้า เบียร์ แต่มาในอีกรูปแบบ

Photo credit: Grav

มุมมองกัญชาที่เปลี่ยนไปของสังคม

ตะขบ: เรามองว่าคนตื่นตัวกันมากขึ้น แต่ความรู้ที่คนส่วนมากรู้แค่ผิวเผิน หลายคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากัญชามันมีหลายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีสรรพคุณต่างกันไป งานวิจัยในเรื่องกัญชาในประเทศไทยก็ไม่ได้ถูกผลักดันขนาดนั้น คนยังมองว่าเป็นยาเสพติดอยู่เยอะมากๆ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันมีประโยชน์มากกว่านั้นเยอะเลย มันเป็นการรักษาทางเลือกในโรคบางโรคได้ อย่างในอเมริกา (บางรัฐ) แพทย์ก็เป็นคนจ่ายกัญชาให้เลย หรือเนเธอร์แลนด์ก็มีเป็นร้านขายกัญชาโดยเฉพาะ พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้ ให้คำแนะนำว่าตัวไหนเหมาะกับการใช้ในช่วงเวลาไหนของวัน ช่วยเรื่องอะไรบ้าง เราว่าถ้าประเทศไทยมีแบบนี้คงจะดีนะ แต่ก็ต้องมีการจำกัดอายุในการเข้าถึงอย่างเคร่งครัด ทุกอย่างมันก็มีทั้งด้านดีด้านแย่

Photo credit: CRYSTALWEED cannabis 

นาย 420: มุมมองของคนรุ่นใหม่กำลังเปลี่ยนไปหากมีการให้ความรู้และการรณรงค์ที่มากพอจากภาครัฐ แต่ในปัจจุบันก็ยังมีคนมองว่ากัญชาเป็นสิ่งเสพติดอยู่สำหรับคนไม่เปิดใจ เนื่องจากประกาศของรัฐคือ ให้พ้นจากสารเสพติด แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน

แมว: ปัจจุบันหลายเด็กรุ่นใหม่เปิดใจและสนใจเยอะขึ้น ดูเข้าถึงง่ายไม่ได้มองว่าเป็นสิ่งเสพติดและอันตรายถึงชีวิตขนาดนั้นถ้าเรารู้จักมันจริงๆ และใช้ในขอบเขตของเรา เราก็ไม่ได้ไปทำร้ายใคร

Photo credit: Chayanit Itthipongmaetee 

เอมิ: คิดว่าตอนนี้สังคมยอมรับกับกัญชามากขึ้น ไม่ใช่แค่คนรุ่นใหม่แต่คนรุ่นอื่นๆ ก็ให้ความสนใจ ไม่ได้มองว่าเป็นสารเสพติดที่ร้ายแรง สังเกตเห็นได้จากเมนูจากกัญชาที่เป็นกระแสออกมาเยอะ เช่น เครื่องดื่ม ของหวาน ที่คนก็ซื้อกันมาลองตามกระแส

Photo credit: Ailis Brennan

คิดว่าการขับเคลื่อนเรื่องกัญชาในไทยเป็นอย่างไร และข้อจำกัดของเสรีกัญชาคืออะไร

นาย 420: เสรีกัญชาคิดว่าเป็นไปได้ในไทย เพราะมีกลุ่มอำนาจสนับสนุน (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร) และเริ่มมีกลุ่มที่ศึกษาพัฒนากัญชาจริงจังแล้ว ออกเป็นสินค้าหลายอย่าง ชา ขนม อาหาร ส่วนข้อจำกัด คงมาจากการเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ จากการใช้กัญชา เพราะสังคมไทยขี้กลัวหรือข้อจำกัดด้านการผูกขาด เนื่องจากกลุ่มที่สนับสนุนเป็นกลุ่มการเมืองที่มีอิทธิพล (โดยเฉพาะการเมืองไทย) อาจทำให้เกิดการผูกขาดทั้งทรัพยากรและนโยบาย และข้อจำกัดสุดท้ายก็คือมาตรการที่รัฐจะต้องออกมาจำกัดคนใช้กัญชาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สังคมมั่นใจได้ว่ากัญชาจะสามารถอยู่คู่กับสังคมได้

Photo credit: ricemedia

แมว: การขับเคลื่อนเรื่องกัญชาเป็นไปในทางที่ดีขึ้น คนรุ่นพ่อสามารถเปิดใจคุยกับรุ่นลูกได้อย่างเสรีมากขึ้น และดูไม่แปลกสำหรับเขา ล่าสุดคุยกับพ่อเรื่องปลูกกัญชาที่บ้าน คุยกันว่าพันธุ์นี้ทำไม่ไม่มีดอก แล้วนอกจากนั้นสามารถเอาไปทำไรได้บ้าง พ่อก็ทำไข่เจียวกัญชาให้กินบ้าง ทำน้ำชาบ้าง ทั้งๆ ที่เมื่อก่อไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย แล้วแม่เพื่อนคนหนึ่งเมื่อก่อนคือแอนตี้มากๆ แต่ล่าสุดคือทำบราวนี่กัญชาขายกับเพื่อน หาพันธ์กัญชามาปลูกทำเค้ก คือมันเหมือนแบบสร้างมิตรภาพในครอบครัวมากขึ้น ส่วนข้อจำกัดคือ บางคนยังมองว่ามันยังไม่เปิดขนาดนั้นและมองเหมือนสารเสพติด

เอมิ: ปัจจุบันมองว่ามีทั้ง 2 ฝั่ง คือ ฝั่งที่สนับสนุนกับฝั่งที่ต่อต้านหรือไม่ยอมรับ แต่จากที่สังเกต สังคมดูยอมรับกับกัญชามากขึ้น แต่ก็ยังขาดการวิจัยในทางวิทยาศาสตร์ ณ ปัจจุบัน การสร้างความเชื่อถือและความเข้าใจต้องเพิ่งวิธีการทางวิทยาศาสตร์

Photo credit: ricemedia

ปิดท้ายให้แต่ละคนบอกเล่าว่ากัญชาให้อะไรต่อชีวิตตัวเองบ้าง

ตะขบ: ให้เยอะมากเลย เป็นอะไรที่เมาแล้วได้ประโยชน์มาก เวลาตันๆ คิดอะไรไม่ออก เติมสักนิด มาเลย (ต้องเลือกพันธุ์ให้ถูกด้วยนะ) บางทีทำให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น ตกตะกอนความคิดอะไรต่างๆ ฟังหรือดูอะไรก็ทำให้เรารู้สึกร่วมไปด้วยมากขึ้นและเข้าใจลึกซึ้งมากขึ้น

นาย 420: เพื่อน และ ความคิด

แมว: ให้ความอิสระ และได้มิตรภาพเพิ่มขึ้นจากการพูดคุยเรื่องกัญชา

เอมิ: กัญชาสามารถสร้างความสุขในช่วงเวลาหนึ่งที่เราต้องการ ในบางครั้งที่ไม่ได้ต้องการจะดื่มเหล้า แต่ต้องการความรู้สึกมึนเมา บวกกับกัญชามีความรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากของมึนเมาประเภทอื่นๆ ด้วย

Photo credit: Louis Hansel