5 วรรณกรรม ที่ถ่ายทอดเรื่องราวกัญชาและวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมไทย

“กัญชา” สมุนไพรที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ผู้คนต่างให้ความสนใจและทดลองผลิตภัณฑ์จากกัญชาเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อพูดถึงการใช้กัญชาของผู้คนในสังคมไทยในอดีต หลายคนอาจไม่รับรู้เรื่องราวมากนัก วันนี้เราจึงพาทุกคนมาเรียนรู้เรื่องราวกัญชาในอดีตของสังคมไทยผ่าน 5 วรรณกรรม เพราะวรรณกรรมไม่ได้มีเพียงความสนุกสนานเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตของผู้คน ความคิดและทัศนคติของผู้คนในแต่ละยุคสมัยได้

1. ขุนช้างขุนแผน

วรรณกรรมแบบเรียนที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี เมื่อพูดถึงกัญชาที่ปรากฏในเรื่อง มีการพูดถึงในหลายบท หลายตอน และถูกใช้ในหลากหลายรูปแบบโดยตัวละครหลายตัว และการใช้กัญชาแต่ละบทก็มีจุดประสงค์ในการใช้ที่แตกต่างกันอีกด้วย เช่น บทที่ขุนแผนยกทัพไปตีเชียงใหม่ เสบียงในการเดินทัพนอกจากจะมีอาหารแล้ว ยังมีกระสอบกัญชา กระบอกเหล้า และห่อใบกระท่อม เพื่อให้มีแรงเดินไปเชียงใหม่ หรือบทที่พลายชุมจับหมอเสน่ห์ ก็ใช้วิธีการมอมเหล้า ฝิ่น และกัญชา 

บทหนึ่งที่กล่าวถึงกัญชาไว้อย่างน่าสนใจ แสดงให้เห็นถึงความรู้เกี่ยวกับกัญชา นั้นคือ บทที่ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ใช้คาถาสะกดผู้คนในบ้าน และบ่าวบางคนได้ปลุกเพื่อนจากมนต์สะกด แต่เมื่อขยี้ตากลับมีขี้ตาอยู่เปรอะรอบดวงตาทำให้ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“หลงปลุกเพื่อนกันหั่นกัญชา         มือเช็ดขี้ตาอยู่จำเปรอะ”

“ก้านไอ – ใบเสลด – เม็ดขี้ตา” คำกล่าวติดปากของเหล่านักสูบในอดีต ที่มีความหมายถึง ก้านของกัญชาจะทำให้ไอและคันคอมาก ใบจะทำให้เกิดเสมหะจำนวนมาก ส่วนของกัญชาที่ทำให้เกิดขี้ตาคือเม็ด เมื่อสูบปนเข้าไปด้วยจะทำให้ขี้ตาเกรอะกรังเต็มรอบดวงตา เพราะโดยปรกติแล้วส่วนที่นำมาสูบคือดอกตัวเมียตากแห้ง หรือบางคนเรียกว่า กระหลี่/กระเต็น

2. นิราศเมืองแกลง 

สุนทรภู่ประพันธ์นิราศเรื่องนี้ในสมัยพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ขณะที่เดินทางไปหาบิดา พร้อมกับผู้ติดตามคือ นายแสง และศิษย์อีก 2 คน นายแสงนั้นติดกัญชามาก จำเป็นต้องเสพกัญชาตลอด สร้างปัญหาและความเดือดร้อนให้สุนทรภู่ตลอดทาง ทั้งพาหลงทาง และหายตัวไประหว่างทาง จนสุนทรภู่ประพันธ์ว่านายแสงเป็น “เทวทัต” ตัวอย่างบทประพันธ์ที่นายแสงพาสุนทรภู่หลงทางเนื่องจากเมากัญชา

“ถึงที่โขดต้องกระโดดขึ้นบนแง่      ก่นเอาแม่จีนใหม่นั้นใจหาย

บอกว่าใกล้ไกลมาบรรดาตาย        ทั้งแค้นนายแสงนำไม่จำทาง

นำซมเซอะเคอะคะมาปะเขา         แต่โดยเมากัญชาจนตาขวาง”

3. ระเด่นลันได

Photo credit: burapasarnbook

วรรณกรรมล้อเลียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่งล้อบทพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาและการเมืองสมัยรัชกาลที่ 3 บทประพันธ์ของ พระมหามนตรี (ทรัพย์) เป็นบทประพันธ์ที่แต่งอย่างมีชั้นเชิงทางวาทศิลป์ ทั้งการเปรียบเทียบตัวละครและการใช้ภาษา ระเด่นลันไดเล่าเรื่องราวของ แขกลันได เป็นขอทานแถวเสาชิงช้า ตรงหน้าโบสถ์พราหมณ์ และ แขกประดู่ เลี้ยงวัวนมอยู่ที่หัวป้อม มีภรรยาชื่อ นางประแดะ วันหนึ่งแขกลันไดกับประดู่เกิดการวิวาทเรื่องการแย่งนางประแดะ ทั้งแขกลันไดและแขกประดู่เป็นคนเสพกัญชาทั้งคู่

ตัวอย่างบทปประพันธ์ที่แสดงให้เห็นว่าแขกลันไดใช้กัญชา

“เที่ยวสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง             เป็นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย

บรรทมเหนือเสื่อลำแพนแท่นมณี               ภูมีซบเซาเมากัญชา”

ตัวอย่างบทประพันธ์ที่แสดงให้เห็นว่าแขกประดู่ใช้กัญชา

“เมื่อนั้น                                    นางประแดะหูกลวงดวงสมร

ครั้นรุ่งเช้าท้าวประดู่ภูธร              เสด็จจรกาจากเวียงไปเลี้ยงวัว

โฉมเฉลาเนาในที่ไสยา                  บรรจงหั่นกัญชาไว้ท่าผัว

แล้วอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว             หวีหัสหาเหาเกล้าผมมวย”

Photo credit: silpa-mag

4. เสเพลบอยชาวไร่ – ผู้มียี่เกในหัวใจ

Photo credit: paifarlovebook

ผลงานเด่นของ ของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ที่ถูกจัดให้เป็น “หนึ่งในร้อยเล่มในรอบร้อยปีหนังสือดีที่คนไทยควรอ่าน” เป็นหนังสือรวมเรื่องสั้นประกอบด้วย 2 เล่ม จำนวน 63 เรื่องสั้น ภายในหนังสือบอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนในชนบทสมัยอดีต สะท้อนให้เห็นถึงกิเลส กามอารมณ์ และสิ่งเสพติดที่แยกกันไม่ขาด เรื่องสั้นแต่ละเรื่องเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดสีปนขบขัน เมื่อพูดถึงสิ่งเสพติดในเรื่อง ตัวละครในหนังสือแสดงให้เห็นถึงการใช้กัญชาเป็นเรื่องปกติในสังคมนั้นคือ ฝืด ตำแย ผู้ชำนาญการใช้กัญชา ทอง มะขาม ผู้ที่แอบใส่กัญชาเพื่อให้คนอื่นยิ้ม เฉ่ มะเขือพวง ผู้ที่นำกัญชามาทำเป็นอาหาร และ ชิน ชุ่มงวง ผู้ที่เสพกัญชาจนไม่ยอมมีคู่ครอง

นอกจากเรื่องเสเพลบอยชาวไร่ – ผู้มียี่เกในหัวใจแล้ว รงค์ วงษ์สวรรค์ ยังเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับกัญชาอีกจำนวนมาก เช่น หลงกลิ่นกัญชา, จากแชมเพญถึงกัญชา และกัญชาธิปไตย เป็นต้น เรียกได้ว่าเป็นศิลปินแห่งชาติที่หยิบเอากัญชามาเขียนถึงในหลายแง่มุมที่หลอมรวมไปกับชีวิตผู้คนในสังคมที่เป็นเรื่องปรกติ

5. พันธุ์หมาบ้า 

Photo credit: Readery

นวนิยายของ ชาติ กอบจิตติ เรื่องนี้มีเค้าโครงจากประสบการณ์จริงของชาติ กอบจิตติและผองเพื่อน เป็นเรื่องราวและมิตรภาพของกลุ่มวัยรุ่นพันธุ์หมาบ้า เรื่องในนวนิยายเริ่มต้นจาก ชวนชั่ว (ตัวแทนของชาติ กอบจิตติ) เดินทางเพื่อหาแรงบันดาลใจในการเขียน ชวนชั่วไปหาผองเพื่อนตอนวัยรุ่น เล่าย้อนถึงเรื่องราวและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตทั้งสุขและเศร้า

แน่นอนว่าเรื่องราววัยรุ่นพันธุ์หมาบ้าหนีไม่พ้นเรื่องสารเสพติด กัญชาเป็นสิ่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่เสมอในเรื่อง เล็กฮิป หนึ่งในแก๊งพันธุ์หมาบ้าที่โดดเด่นเรื่องการใช้กัญชา ฉายา “เล็กฮิป” มาจาก กลุ่มวัฒนธรรมฮิปปี้ที่แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่นช่วงปีค.ศ. 1960 คนที่เรียกตนเองว่าฮิปปี้มักบูชาเสรีภาพในชีวิต รักเสียงดนตรี และใช้กัญชา ตัวละครเล็กฮิปในพันธุ์หมาบ้าได้รับการกล่าวถึงจากผู้อ่านนวนิยายเป็นอย่างมาก กลายเป็นต้นแบบการใช้กัญชาของใครหลายคน

Photo credit: oknation.nationtv

วรรณกรรมที่ยกมาทั้ง 5 เรื่อง สะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนไทยมีใช้กัญชามาอย่างช้านาน และเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับผู้คนมาโดยตลอด ตั้งแต่ชนชั้นล่างในสังคมไทยตามแบบที่วรรณกรรมข้างต้นเล่ามา และยังมีหลักฐานการใช้กัญชาของชนชั้นสูงในหลากหลายตำรับยา แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของสังคมไทยกับต้นกัญชาที่เป็นทั้งสมุนไพรที่มีสรรพคุณและการใช้งานที่หลากหลาย พืชต้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงต้นไม้เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อของหลากหลายวัฒนธรรม สังคม และชนชั้นอีกด้วย 

อ้างอิง

https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JTTAM/article/download/232443/158828/

http://www.korbooks.com/article/13/ผลงานของ-รงค์-วงษ์สวรรค์

https://www.silpa-mag.com/history/article_35893

https://www.silpa-mag.com/culture/article_23442

https://readery.co/9786164781030

https://www.the101.world/lekhip-interview/