ภาพจำเมืองไทยเป็นอย่างไรในสายตาชาวโลก? หนังต่างชาติเหล่านี้บอกเราได้

Photo credit: Digitista Mediawave

ทุกครั้งที่นึกถึงประเทศใดประเทศหนึ่ง ‘ภาพจำ’ ที่เรามีต่อประเทศนั้นๆ มักจะโผล่ขึ้นมาในหัวเป็นอันดับแรกๆ ก่อนเสมอ เช่น ถ้าพูดถึงฝรั่งเศสก็จะนึกถึงหอไอเฟล หรือถ้าเป็นอินเดียก็จะต้องมีภาพของหนังบอลลีวูด – แล้วประเทศไทยของเราล่ะ ถ้าถูกพูดถึงขึ้นมา ชาวต่างชาติจะนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก? แน่นอนว่าคงไม่พ้นต้มยำกุ้ง มวยไทย หรือช้างที่ถูกหยิบขึ้นมาฉายผ่านจอแก้ว สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยในสายตาต่างชาตินั้นเป็นอย่างไร EQ เลยลองหยิบเอาภาพยนตร์ต่างๆ จากเมืองนอกที่ถ่ายทำหรือพูดถึงประเทศไทย มาดูมุมมองของพวกเขากันดีกว่าว่าบ้านเรามีภาพจำแบบไหนอีกบ้าง

The Elephant King (2006)

Photo credit: IMDb

เป็นที่รู้กันดีว่าประเทศไทยนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของโลก ด้วยภูมิประเทศที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งทะเลและภูเขา แถมยังมีเทศกาลอันน่าตื่นตาตื่นใจตลอดทั้งปี ที่สำคัญคือมีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบไทยๆ ที่ถ้าไม่มาเยือนประเทศนี้ก็จะไม่ได้สัมผัสจากที่ไหนอีกเลย อย่างในภาพยนตร์ ‘The Elephant King’ กำกับโดย ‘เซธ กรอสแมน’ (Seth Grossman) ที่ฉายเรื่องราวของ ‘โอลิเวอร์’ (Oliver) หนุ่มนักเขียนผู้พยายามต่อสู้กับอาการซึมเศร้าและมีภารกิจตามพี่ชาย ‘เจค’ (Jake) ผู้อาศัยในประเทศไทยกลับบ้านที่สหรัฐอเมริกา แต่เมื่อมาเหยียบสยามเมืองยิ้มแล้ว เขาก็ได้พบกับ ‘เล็ก’ หญิงสาวชาวไทยที่เข้ามาทำให้ใจไขว้เขวจนไม่อยากกลับไปเสียอย่างนั้น ระหว่างทางการใช้ชีวิตในประเทศไทยของโอลิเวอร์มีทั้งสุขเศร้า และความรักของเขากับเล็กก็เพิ่มพูนขึ้นตอนที่ได้ไปไหนต่อไหนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยนก นั่งรถตุ๊กตุ๊ก เที่ยวชมสถานโบราณ นอกจากนี้ The Elephant King ยังแสดงให้เห็นถึงชีวิตกลางคืนของชาวกรุงเทพฯ ในไนต์คลับ สนามมวย คาบาเรต์และนางโชว์ ฯลฯ ที่ชาวต่างชาติต้องแวะมาเยี่ยมเยือนสักครั้ง จึงจะเรียกได้ว่าถึงไทยแล้วจริงๆ 

Fistful of Vengeance (2022)

Photo credit: Geeks of Color / Wallpaper Abyss

หนังแอคชั่นแฟนตาซีใหม่ล่าสุดของ Netflix อย่าง ‘Fistful of Vengeance’ เองก็เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศไทย แถมยังได้ ‘หญิง – รฐา โพธิ์งาม’ มารับบทเป็น ‘คู อันฉี’ (Ku An Qi) เจ้าแม่แห่งโลกใต้ดินของกรุงเทพฯ อีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลเริ่มต้นขึ้นจากการที่ ‘ไค’ (Kai) และเพื่อนของเขา ‘ทอมมี่’ (Tommy) ต้องการเอาคืนฆาตกรที่ฆ่าคนที่พวกเขารักไป ทั้งสองจึงได้ตามล่าและปล่อยมัดแห่งความแค้นในประเทศไทย สถานที่ที่เชื่อว่าฆาตกรปักหลักอยู่ สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้เห็นฉากบู๊ในหลากหลายโลเคชั่นซิกเนเจอร์ของไทย โดยเฉพาะในตลาดที่ตัวละครต่างสู้กันจนแผงขายของแตกกระจาย และยังมีซีนต่างๆ ที่หยิบเอาความเป็นไทยมาใส่ element ของหนังบู๊ได้อย่างพอดิบพอดี เช่น พระพุทธรูปที่เข้ามาช่วยเสริมความขลัง หรือเหล่าตัวเอกที่นั่งเรือล่องแม่น้ำตามล่าผู้ร้าย

Only God Forgives (2013)

Photo credit: IMDb / Medium / Collider / Variety

หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดีกับโปสเตอร์หนังเรื่อง ‘Only God Forgives’ ที่มีใบหน้าของ ‘ไรอัน กอสลิ่ง’ (Ryan Gosling) และคำว่า ‘ห้างทอง’ ที่เด่นเสียจนเพียงแค่มองก็รู้ว่าถ่ายทำในเยาวราช แถมยังเป็นภาพยนตร์แอคชั่นอีกเรื่องที่เกี่ยวกับการล้างแค้น ด้วยความที่พี่ชายของ ‘จูเลี่ยน’ (Julien) ถูกกำจัดให้หายไปจากเหตุที่เคยฆ่าข่มขืนเด็กสาวในไทย แม่ของจูเลี่ยนซึ่งเป็นมาเฟียจึงต้องการตามหาตัวฆาตกร นอกจาก Only God Forgives จะมีนักแสดงคนไทยเป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว (หญิง รฐา, วิทยา ปานศรีงาม, สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ฯลฯ) มันยังสื่อให้เห็นถึงธุรกิจใต้ดินในไทยที่ไร้การควบคุม ทั้งค่ายมวยที่เป็นฉากหน้าของการค้าขายผิดกฎหมาย โสเภณี และอาชญากรรม แม้แต่ตำรวจไทยก็ยังถือตัวอยู่เหนือกฎหมาย เมื่อบวกกับฉากและพร็อพไทยๆ ที่โผล่มาบ้างตลอดทั้งเรื่องอย่างร้านอาหารข้างทางหรือผ้าขาวม้า ก็ถือว่าผู้กำกับ ‘นิโคลัส วินดิง เรเฟิน’ (Nicholas Winding Refn) ทำการบ้านเกี่ยวกับประเทศไทยมาดีมากเลยทีเดียว

The Road to Mandalay (2016)

Photo credit: Film Movement / The Road to Mandalay / Movie Nation / MUBI

เรียกได้ว่า ‘The Road to Mandalay’ ภาพยนตร์ฝีมือผู้กำกับชาวพม่า ‘มิดี ซี’ (Midi Z) นี้ได้นำเสนอมุมมองของประเทศไทยที่แปลกใหม่ แตกต่างจากหนังเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับไทยที่เคยมีมา เพราะมันสะท้อนถึงชีวิตของแรงงานชาวพม่าที่ลี้ภัยความยากจนเข้ามาทำงานในประเทศไทย ผ่านตัวละคร ‘เลี่ยนชิง’ หญิงสาวชาวพม่าเชื้อสายจีนที่สู้เพื่อไต่บันไดฝันสู่อนาคตที่ได้ทำงานดีๆ ในตัวเมือง เธอทำทุกทางเพื่อให้ได้ใบอนุญาตทำงานกับบัตรประชาชน ขัดกับ ‘อากู่’ ผู้เพียงแค่ต้องการมีเงินมากพอจะเปิดร้านขายของเล็กๆ ในพม่าบ้านเกิด บนถนนสู่มัณฑะเลย์ของทั้งคู่ เราจะได้เห็นประเทศไทยผ่านสายตาของชาวพม่าในโรงงานทอผ้าที่อยู่ใต้การปกครองของนายจ้างคนไทย ต้องคอยหลบหนีตำรวจที่ใช้ความรุนแรง และดิ้นรนอีกมากเพื่อเอกสารไม่กี่แผ่นที่อนุญาตให้พวกเขาใช้ชีวิตบนแผ่นดินสยาม

Hangover 2 (2011)

Photo credit: Sanook / IMDB 

เปลี่ยนมู้ดมาที่ความเฮฮากันบ้าง กับภาพยนตร์คอมเมดี้ชื่อดัง ‘The Hangover’ ที่ทำภาคต่อและเลือกเซตติ้งเป็นประเทศไทยนั่นเอง สามสหาย ‘ฟิล’ (Phil), ‘อลัน’ (Alan), และ ‘ดั๊ก’ (Doug) ได้เดินทางมาที่สยามเมืองยิ้มเพื่องานแต่งงานของ ‘สตู’ (Stu) หนึ่งในสมาชิกของแก๊งพวกเขา ทุกอย่างดูเป็นไปได้สวยจนกระทั่งพวกเขาเมา (อีกแล้ว) ก่อนจะตื่นขึ้นมาในโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมลิงหนึ่งตัวและอริเก่าจากหนังภาคแรก เรื่องราวสุดป่วนจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ตลอดทั้งเรื่องอัดแน่นไปด้วยความเป็นไทยแบบที่เราคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลมเย็นๆ ในถุงพลาสติก พระสงฆ์ เรือหางยาว หรือแม้แต่นางโชว์สาวข้ามเพศที่ทำเอาฝรั่งตาน้ำข้าวตกตะลึง แถมทั้งสามคนยังขึ้นเหนือล่องใต้ จนเราได้เห็นทั้งทะเล ภูเขา และความวุ่นวายของตัวเมือง โชว์เสน่ห์ความเป็นประเทศท่องเที่ยวของไทยแบบครบจบในหนังเรื่องเดียว

Back Street Girls: Gokudols (2018)

Photo credit: Wallpaper Cave / Netflix Anime

คออนิเมะคงไม่พลาดกับ ‘Back Street Girls: Gokudols’ ที่ตัวมังงะโด่งดังมากเสียจนได้ทำเป็นอนิเมชั่นและหนังฉบับคนแสดงไปเป็นที่เรียบร้อย ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งยากูซ่าเพื่อนซี้ทั้งสามจะทำภารกิจผิดพลาด จนถูกหัวหน้าแก๊งจับแปลงเพศให้มารับบทบาทไอดอลสาว เกิดเป็น ‘ไอริ’ ‘จิกะ’ และ ‘มาริ’ แห่งวง Gokudols ส่วนสถานที่ที่พวกเขาถูกจับส่งไปแปลงเพศนั้นจะเป็นที่ไหนได้ ถ้าไม่ใช่ประเทศไทย! เห็นได้ชัดเลยว่าบ้านเราขึ้นชื่อเรื่องคนข้ามเพศและการศัลยกรรมมากแค่ไหน จึงได้ถูกกล่าวถึงในแง่มุมนี้จากผู้แต่ง ‘จัสมิน กยู’ (Jasmine Gyuh) ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น มาถึงจุดนี้คงพูดได้เต็มปากเลยว่า ladyboy ฝีมือหมอไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ภาพประเทศไทยของเราถูกมองด้วยแง่มุมที่หลากหลาย เป็นดินแดนที่ทั้งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยว เลื่องลือในเรื่องที่ชาติไหนๆ ก็คงต้องยอม ในขณะเดียวกันก็เป็นเซตติ้งหนังบู๊ชั้นดี และเป็นแหล่งอโคจรที่มีทั้งความอันตรายกับแสงสี ภาพยนตร์เหล่านี้อาจจะไม่ใช่มุมมองที่จริงแท้หรือนำเสนอประเทศไทยได้ทั้งหมด เพราะยังมีอีกหลายมุมที่เราชาวไทยได้เห็นกันในชีวิตประจำวัน ที่เห็นกันนี้เป็นเพียงสายตาที่คนนอกมองเข้ามา ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเจ้าบ้านอย่างเราๆ นี่เอง