Patcha ตัวตนที่หล่อหลอมต่างจังหวัดและเมืองผ่านเสียงเพลงอย่างภาคภูมิใจ

จากเด็กต่างจังหวัดผู้รักในเสียงเพลง สู่การเดินทางเข้าเมืองใหญ่เพื่อตามความฝัน เกิดเป็นแรงบันดาลใจเบื้องหลังการสร้างสรรค์อัลบั้มใหม่ของ Patcha โดย พัดชา – ชนุดม สุขสถิตย์

ศิลปินมากความสามารถจัดจ้านไปด้วยพลังเสียงและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ จากหลากหลายผลงานทั้งการแสดงกับละครเวที Hedwig and the Angry Inch และการเป็นนักร้องนำวง Chanudom จนมาถึงวันนี้ พัดเป็นศิลปินเดี่ยวเต็มตัว พร้อมสร้างสรรค์ผลงานล่าสุดที่ร่วมกับค่าย Red Clay Recordings ถ่ายทอดเล่าเรื่องราวตัวตนของเขาผ่านบทเพลง  เปิดโลกให้แฟนเพลงได้รู้จักตัวตนและส่งผ่านความสุขด้วยดนตรี ให้กับอีกหลายคนที่กำลังหมดหวังในช่วงโควิด 

Patcha ตัวตนที่เปลี่ยนผ่าน (Crossover) ระหว่างต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ

พัดมาจากจังหวัดตราด ด้วยความรักการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก และโชคดีที่ทางคุณพ่อคุณแม่สนับสนุนความรักในเสียงเพลงของเรา จนส่งพัดเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ และพัดเลือกเรียนสาย Performing Arts ทำให้ต่อเติมความฝันสู่เส้นทางการทำงานในวงการดนตรี การได้ใช้ชีวิตทั้งต่างจังหวัดและในเมืองใหญ่ ทำให้พัดมองเห็นความน่าสนใจของทั้งสองสถานที่ คือที่ต่างจังหวัดเราใช้ชีวิตกับธรรมชาติ  มีความเข้าถึงง่ายและจริงใจ แต่การใช้ชีวิตในกรุงเทพมีความซับซ้อน แต่พัดก็ชอบการมีสีสันของเมือง มันทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น แล้วก็เอนจอยไปกับลูกเล่น และความซับซ้อน รวมไปถึงตัวผู้คนในเมืองเอง สุดท้ายมันทำให้เรารู้สึกว่า ถึงแม้ทั้งสองอย่างจะมีสิ่งที่แตกต่างกัน แต่ก็มีสิ่งที่เรามองหาอินสไปเรชั่นได้เหมือนกัน

การเดินทางที่หล่อหลอมตัวตนของ Patcha 

ตอนเข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯ ช่วงแรกๆ พัดยังไม่ชินกับการใช้ชีวิต จากการใช้ชีวิตต่างจังหวัดที่เราวิ่งเล่นตามต้นไม้ ใต้ถุนบ้าน ไปเล่นน้ำทะเล เห็นฟ้าเห็นภูเขามันทำให้จิตใจเราสบายขึ้น แต่พอมาอยู่กรุงเทพฯ เรามาเรียนและใช้ชีวิตท่ามกลางตึกระฟ้า เราเห็นรถติดและเห็นตึกรามบ้านช่องที่มันบดบังท้องฟ้า ทำให้เรารู้สึกว่าปรับตัวไม่ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่สอนและช่วยปรับเราได้ดีมากนั่นคือ ‘ดนตรี’ ดนตรีทำให้เรารู้สึกอินสไปร์ได้มากขึ้นและปรับให้เรารู้สึกชินกับสถาพใหม่ๆ ได้ พอเรารู้สึกว่าเราเจออะไรในกรุงเทพที่ทำให้รู้สึกอึดอัดปรับตัวยาก พัดเลือกที่จะเอาเพลงที่เราเคยฟังที่ต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเพลงลูกทุ่ง เพลงลูกกรุงมาจากคุณพ่อคุณแม่ การฟังเพลงมันช่วยบรรเทาเราให้เราหายคิดถึงบ้านต่างจังหวัด ต่อมาเราก็เริ่มโตขึ้น ได้เรียนรู้ปรับตัวอยู่ในเมืองและสร้างสรรค์งานศิลปะนั่นทำให้พัดมองโลกได้กว้างขึ้น และพบว่าจริงๆ แล้วเราจะอยู่ในเมืองใหญ่ก็ได้นะ เมืองก็มีสิ่งดีๆ ของเขาอยู่ เรามองเห็นความสวยงามของเขาได้เหมือนกัน เพลงเราจึงไม่จำเป็นต้องฟังลูกทุ่งอย่างเดียวก็ได้นะ จริงๆ เรารู้สึกว่าสีสันของดนตรีในเมืองเป็นสีสันอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเข้าถึงความเป็นเมืองได้ และทำให้เราก็มองเห็นความสวยงามของเมืองได้เช่นกัน

“พอกลับไปต่างจังหวัด เราได้อินสไปรเรชั่น เราได้หัวใจที่พองโตจากธรรมชาติที่คุ้นชินจากบ้านเกิดเรา พอเรากลับสู่เมืองเราได้พลังจากตรงนั้นมาปรับใช้กับประสบการณ์ในเมืองได้”

บางครั้งที่เราเจอปัญหากับคน เจอปัญหาในการทำงาน เราใช้ความอิ่มเอมจากการอยู่กับธรรมชาติมาช่วยปลอบประโลมเรา เพราะความเป็นจริงพัดต้องใช้ชีวิตอยู่ในเมืองต้องไขว่คว้าและตามหาความฝัน แต่บางครั้งที่เราเจออุปสรรค เราก็อาจจะกลับบ้านเรา หรือกลับไปอยู่ตรงที่มีภูเขา มีทะเล มันทำให้เรารู้สึกว่าได้กลับบ้านล่ะ และทำให้เรารู้สึก อ่า….ได้หายใจ โล่งใจแล้วกลับมาสู้ต่อ 

“จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียว เราสามารถสร้างแพชชั่นกับที่ใหม่ๆ ได้ และมองหาสิ่งดีของมัน”

ต่างจังหวัด VS เมืองใหญ่

ถ้าให้เลือกจริงๆ ตอนนี้พัดยัง 50/50 ไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ต่างจังหวัดหรือเมือง พัดคิดว่าต่างจังหวัดมีสเน่ห์มาก แต่ถ้าสมมุติพัดต้องอยู่ในเมือง พัดก็จะเอาคาแรคเตอร์ความเป็นต่างจังหวัด มาให้คนเมืองได้สัมผัส แล้วพัดก็จะเอาคาแรคเตอร์ความเป็นเมืองไปให้คนต่างจังหวัดได้ส้มผัสด้วยเช่นกัน พัดว่าส่วนผสมตรงนี้มันมีความน่ารัก คิดว่าคนเรามีความ belong กันได้ทั้งสองสถานที่

พัดได้ฝึกฝนเรียนรู้ชีวิตเมืองทั้งการใช้ประสบการณ์ทำงาน และการได้รู้จักคน เป็นพาร์ทการเรียนรู้ของชีวิตที่หนักเหมือนกัน พอไปต่างจังหวัดสิ่งหนึ่งที่พัดเริ่มสังเกตได้คือ พัดได้เจอภาพซ้ำๆ สมัยเด็ก ภาพภูเขา ทะเล และบ้านตัวเอง เรารู้สึกว่าเราได้อยู่คนเดียวจริงๆ มันทำให้เราได้เรียนรู้ตัวเอง วิเคราะห์สิ่งที่มันเกิดขึ้นในเมืองว่า ปัญหานี้มันเกิดขึ้นยังไง การอยู่ต่างจังหวัดมันทำให้เราสงบจิตใจกับหัวใจตนเองได้มากขึ้น สุดท้ายเราเลยได้เรียนรู้ว่าก่อนที่จะทำอะไร หัวใจเราต้องเต็มปริ่มไปด้วยความสุขจริงๆ แล้วมันจะส่งเอนเนอร์จี้ความรักออกมาให้ตัวเองและผู้อื่น 

สถานการณ์โควิดกับการทำงานดนตรี

โควิดเปลี่ยนชีวิตทุกคนจริงๆ สำหรับพัดปีที่แล้วจนถึงปีนี้มีอะไรเปลี่ยนเยอะมาก สิ่งหนึ่งที่เรียนรู้คือเรามองเห็นว่าทุกคนกำลังตกที่นั่งลำบาก และหมดความหวัง จากสถานการณ์โควิดทำให้พัดอยากแต่งเพลงและร้องเพลงให้มันเกิดประโยชน์ อยากให้เพลงของตัวเองช่วยปลอบประโลมกันและกันได้ บางครั้งที่พัดรู้สึกท้อ แต่พอกลับไปมองทุกคนแล้วเห็นว่าทุกคนท้อและหมดหวังเหมือนกันเลย ถ้าพัดไม่ทำอะไรเลย มัวแต่นั่งจมอยู่กับความท้อไปเรื่อยๆ มันเสียดายเวลาทำในสิ่งที่เราถนัด ปีที่แล้วพัดเลยนั่งเขียนเพลงเรื่อยๆ จนได้มาเจอ กวิน – กวิน อินทวงษ์ แห่งค่าย Red Clay ที่กำลังเปิดใหม่ เราทำงานร่วมกันได้ดีมาก รู้สึกว่าการทำเพลงต่อยอดพลังของเราขึ้น ตอนนั้นเรารู้ว่าเราทำได้ และเราอยากช่วยคนในแบบของเรา ด้วยการแชร์ความรักผ่านบทเพลง ต่างจากเมื่อก่อนเวลาพัดแต่งเพลง พัดคิดแค่ว่าเพลงไหนจะสนุก เพลงไหนจะเข้าหูคน แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นเพลงที่ส่งพลังให้คนฟัง เพลงที่จรรโลงใจและปลุกความหวังกลับมาอีกครั้ง

Patcha อัลบั้มของตัวตนที่แท้จริง

หลากหลายเรื่องราวที่หล่อหลอมเป็นตัวตนของพัดออกมาในอัลบั้ม Patcha เป็นเพลงส่งพลังบวกที่ดีมาก ในส่วนดนตรีที่กวินมาโปรดิวซ์ให้ ฟังแล้วมันสดใสและให้พลัง ส่วนเนื้อหาก็มีความแตกต่างและน่าตื่นเต้นมาก พัดทำอัลบั้มนี้แล้วอยากรีบปล่อยวันละเพลงเลย (หัวเราะ) พอเรามีเวลาอยู่กับตัวเอง ตอนกลับไปอยู่ต่างจังหวัดที่เขาใหญ่ 2 เดือน มันทำให้หัวใจพัดเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง แล้วมันฟูลมาก ทำให้พัดเขียนเพลงได้หลากหลาย พัดสามารถจับประเด็นเล็กๆ น้อยๆ เอามาขยายขึ้นเป็นเรื่องราว และยิ่งได้มาทำงานกับกวิน พัดรู้สึกว่าเราทำงานเข้ากันดีมาก กวินสามารถเอาเนื้อร้องที่พัดเขียนมาทำดนตรีได้อย่างลงตัว ทำให้พัดเจอพาร์ทของตัวเองที่ไม่เคยเจอมาก่อน 

“เมื่อก่อนเพลงพัดอาจจะแบบดีฟๆ หน่อย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเราได้เจอพาร์ทของความ powerful มีพลังที่พร้อมส่งต่อ จุดประกายความคิดและอินสไปร์เรามากๆ”

ตัวคอนเซ็ปต์คร่าวๆ ของอัลบั้ม พัดขอแย้มบอกนิดหน่อย อัลบั้มจะแบ่งเป็นสองพาร์ทคือ ความ ต่างจังหวัด (Local) กับความเมือง (City) เรื่องราวการเดินทางในแบบฉบับของ Patcha จากทุ่งนาบ้านเกิด จากความมินิมอล จากความออแกนิค สู่เมืองที่มีความน่าตื่นเต้น สู่ซาวน์สังเคราะห์มาพร้อมสีสันจัดจ้าน แล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างจะขมวดมารวมกับจบเป็นทั้งอัลบั้ม คิดว่าน่าจะคุ้มค่ากับการรอคอยของแฟนเพลง กับเวลาหนึ่งปีครึ่งที่หายไป

ซิงเกิ้ล “มือ (Hands)” ส่งต่อพลังบวก

เพลงนี้เป็นเพลงแรกของอัลบั้มที่พัดแต่ง พัดแต่งเพลงนี้ตอนนั่งบนโซฟามองออกนอกระเบียงเห็นภาพบ้านเกิดของพัดที่จังหวัดตราด ตอนนั้นที่รู้สึกคือ ช่วงโควิดที่ทุกคนคือขาดพลัง พัดคิดถึงสิ่งที่มันธรรมดามากๆ ที่เราเคยทำมันอยู่ทุกวัน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่พิเศษขึ้นมา นั่นคือเราเคยจับกัน กอดกัน เราเคยแสดงความรักด้วยการสัมผัสกัน บางคนอาจจะแค่กอดกัน จับมือ แต่ตอนนี้พัดรู้สึกว่าเราไม่สามารถจับมือกันได้แล้ว เราต้องอยู่ห่างๆ กัน กลายเป็นว่าเราพูดแค่ว่า ฉันคิดถึงเธอนะตามมือถือ ตามโซเชียล ตอนนี้สิ่งที่เราโหยหามากคือ ‘เห้ยย กูอยากกอดมึงอ่ะ’ พัดรู้สึกว่าเพลงมือมันสำคัญมาก 

“พัดอยากมอบเพลงมือให้กับทุกคน ถ้าเราได้กลับมากอดกันอีก จับกันอีก เราแสดงความรู้สึกให้เขาได้รู้สึกเลยะ บีบมือกันแน่นๆ และช่วยฉุดขึ้นมานะ”

ในภาคของมิวสิควิดีโอ พัดสนุกกับการทำเอ็มวีนี้มาก เพราะพัดได้ทำงานกับผู้กำกับพี่ Fawn และทีมงานทุกคนที่ทำด้วย passion มากๆ  ซึ่งพัดโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับทีมออกแบบท่าเต้น นำโดย ‘หลอดไฟ’ Choreographer ผู้ก่อตั้งบางกอกแดนซ์ ที่เธอทุ่มฝึกซ้อมท่าเต้นให้ทีมออกมาได้อย่างสวยงาม พัดหวังว่าทุกคนจะเห็นถึงรายละเอียดที่เราทุกคนใส่ใจกันมาก รวมถึงน้องๆ แดนเซอร์และนักแสดงที่มาให้เราด้วยฟรีๆ เรารู้สึกว่าทุกคนมาด้วยความรัก มันเหมือนทุกคนอยากแสดงให้โลกรู้ว่าเรากำลังเจอปัญหาอยู่ และทุกคนมาจะมาช่วยซับพอร์ตกัน ยิ่งฟังเพลงนี้พร้อมดูเอ็มวีไปด้วย มันส่งเป็นพลังบวกมหาศาลมาก

เตรียมตัวเดินทางกับบทเพลงของ Patcha

พัดแพลนจะปล่อยเป็นซิงเกิ้ลเพลงมาเรื่อยๆ พัดอยากให้แฟนเพลงเห็นถึงการเดินทางจากต่างจังหวัด สไตล์ Local ของเรา พื้นหญ้า พื้นฟาร์ม เข้าสู่อิฐปูนของเมืองใหญ่ ในแต่ละเพลงจะได้กลิ่นอายพาผู้ฟังเดินทางไปกับเรา ซึ่งจะได้ฟังเพลงใหม่ของ Patcha กันเรื่อยๆ จากค่าย Red Clay แน่นอน ทุกเพลงในอัลบั้มนี้พัดทำเต็มร้อย ต้องขอบคุณทีมงาน Red Clay ทุกคนอย่าง กวิน, หลอดไฟ, ทีม PR, ทีม Marketing, ทีม Red Clay ทุกคนที่ช่วยสนับสนุนกันเกินร้อย พัดอยากให้ทุกคนเห็นว่าอัลบั้มนี้เป็นตัวตนและเป็นสิ่งที่พัดทำแล้วมีความสุขที่สุด

มอง Patcha ในอีก 10 ปีข้างหน้า

ในอีก 10 ปีข้างหน้า พัดคงอยากทำตามความฝันของพัด อยากแชร์เรื่องราวตัวเองกับเพลง อยากเป็นนักร้องไปเรื่อยๆ พัดอยากทำงานกับทีมกวิน เราน่าจะออกอัลบั้มไป 5-6 อัลบั้มได้แล้วมั้ง ถึงจุดนั้นพัดหวังอยากให้เสียงของเราไปไกลจากไทย ทำให้คนอื่นบนโลกได้ฟังกัน มันทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้น อยากให้ทุกคนมองเห็นว่าทั้งเราและทีมของเรามีอะไรที่น่าตื่นเต้นและน่าค้นหา เราอยากโชว์ว่าเราเป็นคนไทยคนหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยกว่าใคร เนื้อเพลงเราไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย แต่เราภูมิใจว่าเราสามารถไปได้อีก อยากให้คนตื่นเต้นไปกับเพลงเราทั่วโลก

นิยามการใช้ชีวิตในแบบ Patcha

เราต้องรักษาหัวใจตัวเองให้ดีตลอดเวลา พอใจมันเต็มอิ่มจนฟูลมากแล้วมันจะส่งออกไปข้างนอก ส่งผ่านให้ผู้คนรอบข้างได้รับพลังบวกจากเรา คติของพัดคือเราต้องรักษาหัวใจของตัวเองให้ดีอยู่เนืองๆ และรักไปเรื่อยๆ พอเป็นแบบนั้นแล้วเราจะไม่รู้สึกโกรธ หรือถ้าเรารู้สึกโกรธแล้วเราจะรีบขอโทษ ทั้งขอโทษตัวเองและขอโทษคนอื่น พัดรู้สึกว่าโลกมันก็จะน่าอยู่ด้วยตัวเองถ้าไม่มีใครทำร้ายกัน

“พัดว่ามันออกมาจากข้างใน ออกมาที่หน้าตา และเอนเนอจี้ของเรา เป็นนิยามที่พัดยึดมั่นเพราะหัวใจเราสำคัญมาก”

EQ หวังว่าผู้อ่านจะได้รับพลังบวกจากการพูดคุยกับพัดไปเช่นกัน ติดตามเรื่องราวอัพเดทข่าวสารของ Patcha และฟังเพลงใหม่ได้ที่

Patcha: Facebook, Instagram

Red Clay: Facebook, Instagram