“Bunny Be Fly” ปลดปล่อยแฟชั่นแดร็กสู่อิสระทางสุนทรีย์

“จุดมุ่งหมายที่เราทำชุดแดร็กคืออยากให้แดร็กไทยได้ใส่ชุดที่มีเกรดคุณภาพเทียบเท่ากับแดร็กต่างชาติ ที่เราออกแบบเยอะๆ” คือจุดมุ่งหมายพลังที่ทำให้ ‘บันนี่บีฟลาย (Bunny Be Fly)’  แดร็กควีนดีไซน์เนอร์ไทยที่มีลายเส้นทางศิลปะ เป็นสุนทรียะเอกลักษณ์ของเสื้อผ้าแดร็กที่ดังไปไกลถึงนานาชาติ บทความนี้เราชวนบันนี่มาสัมภาษณ์เพื่อแลกเปลี่ยนกันว่า แฟชั่นแดร็กมันเป็นอย่างไรบ้าง ดีไซน์เนอร์แดร็กทำอะไรบ้าง แดร็กควีนจำเป็นต้องทำชุดเองได้ไหม และ คำแนะนำถึงซีนแดร็ก

ก่อนจะมาเป็นแดร็กอาร์ตติส บันนี่เริ่มเล่าว่าจริงๆแล้วก่อนจะไปเรียนคณะจิตรกรรมที่ศิลปากรนั้น บันนี่เคยเอนเอียงที่จะไปเรียนทางแฟชั่นมากกว่า เพราะสนใจอยากทำชุดในงานแฟชั่นมาตั้งแต่แรกและมีดีไซน์เนอร์ที่เป็นแรงบันดาลใจคือ ‘Thierry Mugler’ และ ‘Alexander McQueen’ แต่ก็มาตัดสินใจว่า อยากจะศึกษาหัวน้ำหอมก่อนซึ่งหัวน้ำหอมนี้ก็คือศิลปะ ถ้าเราเป็นหัวเชื้อน้ำหอมก็จะปรุงกลิ่นต่างๆต่อยอดได้ภายหลังอีกเยอะ ในระหว่างเรียนมหาลัยก็มีอาชีพเสริมคือทำชุดทำให้มีประสบการณ์ด้วยมีจุดเริ่มต้นที่ วันหนึ่งพอเอาคอนเซปชุดไปหาช่างแล้วช่างตัดให้ไม่ได้ จึงตัดสินใจลงมือทำชุดเอง

สุนทรียะของบันนี่บีฟลายคืออะไร

“สุนทรียะของเราคือ passion และ  process ที่มีที่มาจากความสามารถทางศิลปะ  ความเป็นผลงานศิลปะที่ถูกคิดมาแล้ว อย่างการแต่งแดร็กของเราก็จะคิดอย่างรอบคอบในการวางลุคต่างๆ ตั้งแต่ หัวจรดเท้าว่าแมทช์กันไหม สีทุกอย่างมันไปด้วยกันหมด ไม่ว่าจะใส่อะไรก็ตามก็ดูมีคอนเซปในเชิงงานศิลปะ 

สุนทรียะ มันคือความสร้างสรรค์ ทุกคนสร้างสรรค์หมด แต่มันลงตัวหรือไม่? มีแรงปะทะไหม? ก็อีกเรื่องหนึ่ง และคำว่า ความงาม ในแบบของแดร็กก็ไม่ได้แปลว่า ต้องถม! ไม่ใช่การใส่อะไรลงไปในตัวเองเยอะๆ เอาแต่เล่นใหญ่ ต้องเยอะถึงจะปัง ทุกอย่างปังได้หมดถ้าเข้าใจว่าสุนทรียะของเราคืออะไรและตัวเราเหมาะกับอะไร เราต้องรู้จักตัวเองและเข้าใจความชอบตัวเองเป็นอันดับแรก”

การออกแบบเสื้อผ้าประสบความสำเร็จดังไปถึงนานาชาติ  

“อันดับแรกเราเองเป็นแดร็กควีน พอเราเป็นแดร็กเช่นเดียวกันกับกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ เราแต่งตัวออกมาก็จะเปรียบเสมือนตัวเราเป็นดิสเพลย์หรือหุ่นโชว์ พอแดร็กด้วยกันเห็นว่าชุดมันสวย เขาก็อยากได้บ้าง นี่คือได้ผลที่สุดและด้วยความที่เป็นแดร็กควีนเอง เราจะเข้าใจสรีระว่าทำชุดอย่างไรให้แดร็กควีนใส่แล้วดูดีที่สุด เข้ากับสรีระ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มาจากความรู้ด้านอนาโตมี่ที่ได้เรียนมานั้นแหละ  ทั้งสองอย่างนี้กลายมาเป็นจุดขายว่า แดร็กเอาชุดเราไปใส่แล้วมันจะส่งเสริมและเข้ากับสรีระแล้วออกมาสวยจริงๆ”

“อันดับสอง พลุแรกที่ทำให้งานดัง คิดว่าคือชุดงาน Chromatica Thailand Live Event ที่ Universal Music Thailand จัด ชุดที่ทำมันดังกลายเป็นไวรัล มีคนเห็นชุดแล้วก็ตามหาว่าใครทำชุดแล้วก็ติดต่อเรามา แต่จริงๆเราก็มีออเดอร์ทำชุดแดร็กมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่านี่คือพลุแรก ต่อมาก็มีควีนต่างประเทศเห็นแล้วก็มาจ้างทำชุดกันจากในกลุ่มแดร็กคอมมูนิตี้ต่างประเทศด้วย คือในกลุ่มนั้น เราก็เอาพอร์ทผลงานไปวางพร้อมบอกว่า รับทำชุดแดร็กนะแล้วก็ได้คอนเนคชั่นเรื่อยๆจนมาถึง ‘Jan’ แดร็กควีนผู้เข้าแข่งขันรายการรูพอลแดร็กเรซออลสตาร์ซซีซั่น 6 ที่ออเดอร์ชุดไปใส่ลุคโปรโมทที่ทำให้คนเห็นงานเราและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” 

ดีเอนเอแบรนด์ของบันนี่คืออะไร 

“ถ้าติดตามจากผลงานการออกแบบชุด คนจะติดภาพจำดีเอ็นเอว่าแบรนด์เสื้อผ้าของบันนี่นั้นจะทำแนวชุดเกราะ Futuristic ไม่ก็งาน Antique แต่จริงๆแล้ว ดีเอนเอแบรนด์ของเรามา ‘ลายเส้น’ ที่ได้จากการเรียนศิลปะ ตอนนี้อุปสงค์ลูกค้าเขาเชื่อมั่นกับชุดเกราะมากกว่า คนเลยคิดว่าเราถนัดแต่ทำชุดเกราะอย่างเดียว ชุดเกราะจึงมีออเดอร์บ่อยที่สุด แต่ว่าชุดแนวอื่น ชุดราตรีก็ทำได้หมด โยนคอนเซป โยนสี โยนโจทย์มาเราก็ทำให้ได้”

คิดว่าอะไรที่ทำให้รู้สึกสำเร็จในฐานะดีไซน์เนอร์ 

“ความสำเร็จในฐานะดีไซน์เนอร์ของเราคือ ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะวางแค่คอนเซปและสีที่ต้องการให้เรา นอกเหนือจากนั้นเขาจะปล่อยให้เราเป็นอิสระสร้างสรรค์งานให้เต็มที่ แสดงถึงความเชื่อใจในฝีมือ สำหรับเรามันคือความภูมิใจมากๆในฐานะดีไซน์เนอร์คนหนึ่ง”

คิดอย่างไรกับประโยค ‘เป็นแดร็กควีนต้องทำชุดเองให้ได้’ 

“คิดง่ายๆ ทำเสื้อผ้าได้หรือไม่ ไม่สำคัญแต่ต้องครีเอทลุคเองได้ให้เมคเซนส์ที่สุด แม้แต่ ‘Violet Chachki’ ซึ่งเป็นลุคควีนก็ไม่ได้ตัดชุดเอง แต่เขามีเซนส์ในการคิดลุค ถ้าจะให้พูดตรงๆ ทำชุดได้หรือไม่ได้ ไม่สำคัญ แต่ต้องคิดให้ได้   ถ้าเป็นแดร็กคิดอะไรไม่เป็นเลย เอาแต่โยนให้ดีไซน์เนอร์คิดให้หมด มันขาด C’U’N’T (Charisma,Uniqueness,Nerve and Talent) สำหรับการเป็นแดร็ก 

‘แดร็ก’ ทุกวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง 

บันนี่เล่าว่าทุกวันนี้ ทุกคนสามารถเป็นแดร็กได้ มันคือศิลปะที่ไม่มีการแบ่งแยก เพราะมันคือ personality มันไม่ใช่อาชีพแล้วอย่างแต่ก่อน ความสุขแดร็กสำหรับบันนี่คือการได้เห็นบุคลิกที่ตัวเองในแบบที่อยากเป็นตามสุนทรียะของตัวเองหรือรู้สึกได้เป็นในอีกหนึ่งบุคลิกภาพตัวเองต้องการ และ สิ่งสำคัญที่อยากฝากไว้ถึงแดร็กในทุกวันนี้จากบันนี่ก็คือ 

“แดร็กมันเป็นงานศิลปะ มันไม่ใช่เรื่องของเพศ ไม่ใช่เรื่องการแบ่งแยก มันเป็นเรื่องของสุนทรียะ การเป็นแดร็กทุกวันนี้มันต้องหนักแน่น ต้องรู้จักตัวเองให้ดีว่าชอบอะไร ทำอะไรแล้วมีความสุขจากภายใน และมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ไม่เปรียบเทียบคนอื่น เพราะนั้นจะทำให้หลงทาง ต้องเอาความสุขและความชอบตัวเองเป็นหลัก แดร็ก คือ ตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของเราที่เราเปลี่ยนไปแล้วทำให้ตัวเองมีความสุขพอใจ”

คำถามสุดท้าย ‘เทรนด์แฟชั่นอะไรที่อยากหายไป’

“เราอยากให้เทรนด์แฟชั่นที่เป็นความงามแบบพิมพ์นิยมในวงการแดร็กสาบสูญไปเสีย แดร็กมันคือเรื่องของตัวตน ความหลากหลายคือความพิเศษ ความสร้างสรรค์สำคัญกว่าความงามตามกรอบขนบ ความงามมันคือเรื่องอุดมคติที่คนมีต่างกัน มันไม่ควรจะมีบรรทัดฐานมาจำกัดศิลปิน อยากเห็นแดร็กได้สร้างสรรค์ เป็นปัจเจก รักในสิ่งที่ตนเป็น ความพิเศษคือความหลากหลาย ให้เกิดความรู้สึกโลดแล่นและมีสีสันมากขึ้น ถ้าหากการแต่งแดร็กคือศิลปะ แดร็กควีนก็คือศิลปิน”

ติดตามและอัพเดทแฟชั่นแดร็กของบันนี่ทั้งหมดได้ที่ bunnism