เมื่อเราพาคนฟิลิปปินส์มากินอาหารฟิลิปปินส์ในกรุงเทพฯ บรรเทาความคิดถึงบ้าน

Switch Language: English

“มีแค่คนฟิลิปปินส์เท่านั้นแหละที่อยากกินอาหารฟิลิปปินส์ แต่โชคดีที่ฉันเจอร้านอาหารที่ทำเสิร์ฟด้วยใจและความชอบจริงๆ”

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเดนีซ เป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชาวฟิลิปปินส์ มาทำงานที่ไทย และไม่ได้กลับบ้านมาราวๆ 15 เดือนแล้วค่ะ

การไม่ได้กลับบ้านไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติขนาดนั้นสำหรับฉัน เพราะก่อนหน้านี้ฉันสามารถกลับบ้านเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ แถมงานของฉันเองก็ต้องกลับไปทำที่ฟิลิปปินส์ด้วยในบางไตรมาส ชีวิตก็เคยดีก่อนที่โควิดจะมา ทันใดนั้นความสามารถในการกลับบ้านของฉันก็หายไปในอากาศ ทั่วโลกต่างประกาศล็อคดาวน์ ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเต็มไปหมด นอกจากจะไม่ได้กลับบ้านแล้ว ฉันยังอดกินอาหารฟิลิปปิโนของแท้ที่ฉันรัก

ด้วยสถานการณ์ไวรัสตอนนี้ที่กลายเป็นที่มาของความกลัวและความเครียดอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก สิ่งหนึ่งที่หลายคนไม่ได้พูดถึงคือมีคนต่างชาติจำนวนมากที่ติดอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเราคิดถึงบ้าน เราคิดถึงอาหาร ความอยากอาหารฟิลิปปินส์ของฉันได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนยากเกินจะหาสิ่งใดมาทดแทน มันเหมือนกับมีจุดคันตรงกลางหลัง จะเกาเท่าไหร่ก็เกาไม่ถึง ต้องเบี่ยงเบนความสนใจไปที่อื่นแทน แต่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอก และความต้องการนั้นนับวันก็จะทำให้ฉันอยากจะเป็นบ้าเข้าไปทุกที  

ในตอนเช้าฉันจะรู้สึกอยากอาหารเช้าสไตล์ฟิลิปปินส์ อย่างเช่น ตับสิล็อก (Tapsilog เมนูทาปาสไตล์ฟิลิปปินส์ พร้อมกับข้าวผัดและไข่ดาว) ไม่ก็ บังสิล็อก (ฺBangsilog ปลานวลจันทร์ทอด กับข้าวผัดและไข่ดาวเช่นกัน) อาหารเช้าแบบนี้มันหากินไม่ได้ในกรุงเทพ อาจจะใกล้เคียง แต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว

ฉันอยู่เมืองไทยมา 3 ปีแล้ว และถึงแม้จะรักอาหารไทยแค่ไหน แต่ก็ไม่มีอะไรจะทดแทนอาหารฟิลิปปิโนได้ เพราะสำหรับฉัน มันคือบ้าน พอไม่ได้กินอาหารที่เหมือนบ้านนานๆ มันก็ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนเร่ร่อนเหมือนกันนะ

หากไปงานเลี้ยง ฉันก็จะอยากอาหารปาร์ตี้ฟิลิปปินส์อย่าง เลชอน (หมูอบ) ลุมเปี๊ยะ (ป๊อเปี๊ยะกรอบๆ สไตล์ฟิลิปินส์) ปินอย สปาเก็ตตี้ และ ปาต้ากรอบ (ขาหมูทอดกรอบ) และอีกเพียบ 

หากวันไหนฝนตกหรือวันที่อยากกินข้าวเที่ยงง่ายๆ ฉันจะนึกถึง สิณีกัง (ซุปหมูกับผัก) อะโดโบ (หมูอบคล้ายๆ พะโล้) แน่นอนค่ะ ฉันพยายามจะทำเองที่บ้าน แต่ส่วนผสมต่างๆ ก็หายากเหลือทน ทำอาหารเองก็เป็นทางเลือกที่ดี แต่มันก็ไม่เหมือนไปกินที่บ้านค่ะ

แม้จะดูไม่น่าเศร้าขนาดนั้น แต่มันก็เศร้าใจจริงๆ นะ แต่พอได้ข่าวว่ามีร้าน Lola’s Kitchen ซึ่งเป็นร้านอาหารฟิลิปปินส์ที่หากินยากในไทยมาเปิดฉันเลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ

ร้านอาหารฟิลิปปินส์ขนานแท้เปิดในกรุงเทพเนี่ยนะ ในที่สุดมันก็มีให้กินซักที! มีแค่คนฟิลิปปินส์เท่านั้นแหละที่อยากกินอาหารฟิลิปปินส์ ไม่เหมือนร้านอาหารเกาหลีที่คนไทยเปิดกันเต็มไปหมด แต่ก็ยังโชคดีนะ ที่มีร้านอาหารฟิลิปปินส์ร้านนี้ทำเสิร์ฟด้วยใจและความชอบจริงๆ 

คำว่า Lola เป็นคำที่ใช้เรียก “คุณยาย” สำหรับเรา เจ้าของร้าน Lola’s Kitchen เปิดร้านนี้เพื่ออุทิศให้กับคุณยายที่ล่วงลับที่ทำอาหารอร่อยเลิศ เจ้าของร้านเขาอยากจะนำ comfort food สไตล์ฟิลิปปินส์มาให้คนฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพได้ลิ้มลอง ฉันเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้เป็นที่สุด เลยอยากจะไปลองเองให้ได้รู้

“สำหรับฉันร้านนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้ไปดิสนีย์แลนด์สไตล์ฟิลิปปินส์เลย”

มีอาหารมากมายให้เลือกสั่ง ตั้งแต่ กัลเดอเรต้า ลุมเปี๊ยะ ปันซิทบิฮน ขาหมูซีซิก ปาต้ากรอบ อะโดโบ และอีกเพียบ ทุกๆ ช้อน ทุกๆ คำ ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านเลย

สำหรับใครที่รู้สึกเหมือนคนพลัดถิ่นแบบฉัน ฉันขอแนะนำ Lola’s Kitchen ลองมาทานกันดูนะคะ มันไม่ได้มีแค่อาหาร แต่มันให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบที่หลายคนต้องการ

แม้มันจะไม่เหมือนกับการได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวและเพื่อนๆ และร่วมมืออาหารกับพวกเขา หรือได้กลับไปเหยียบบ้านจริงๆ แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เข้าใกล้บ้านได้แบบไม่เหมือนที่อื่น อาหารมื้อนี้ทำให้ฉันเกิดความเข้มแข็ง ที่จะอดทนรอวันที่ฉันจะได้กลับบ้านจริงๆ เสียที Crossed fingers นะ

ขอขอบคุณร้าน Lola’s Kitchen ที่เอื้อเฟื้อให้เราได้กินอาหารอร่อยๆ ตามแบบฝีมือคุณยายฟิลิปปิโนขนานแท้ในครั้งนี้ ขอบคุณนะคะ