Slow Life in PRIDI – ของอร่อยกับกาแฟสักแก้ว ในวันสบายๆ ที่ PRIDI

พอนึกถึงคำว่า slow life ก็มักจะนึกถึงกลิ่นหอมของกาแฟที่เพิ่งชงเสร็จ กับบรรยากาศเงียบๆ ตอนเช้า นั่งจิบกาแฟอย่างเชื่องช้า นึกถึงความเรียบง่ายของชีวิต เป็นการเริ่มต้นวันที่สมบูรณ์แบบเสียนี่กระไร หากว่าใครเคยมาที่ถนนปรีดีพนมยงค์แห่งนี้ คงได้รับรู้ถึงความวุ่นวาย แต่เมื่อเข้ามาในซอยปรีดี 25 จะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบเพราะเป็นซอยที่เป็นบ้านพักอาศัยซะส่วนใหญ่

แต่เมื่อเข้ามาเกือบสุดซอยจะเจอบ้านสีขาวประตูไม้พร้อมป้ายสีแดง PRIDI ติดอยู่ข้างๆ พร้อมกลิ่นกาแฟคั่วใหม่โชยเข้ามาชวนให้เข้าไปในร้าน ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายให้ความรู้สึกแบบมินิมอล พร้อมด้วยกระจกบานใหญ่ยาวนำสายตาไปสู่สวนเขียวขจีหลังบ้าน เมื่อได้นั่งจิบกาแฟชมสวนด้านนอกคำว่า slow life มันผุดเข้ามาในหัวอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ คุณเอ็ม – กนต์ธร นิโลดม หนึ่งในสี่ผู้ก่อตั้ง PRIDI จะมาเล่าถึงความเรียบง่ายแต่แฝงไปก้วยความพิถีพิถันของสถานที่แห่งนี้ให้ฟังกัน

โรงคั่วและเบเกอรี่

“ตอนแรกเราหาที่ทำโรงคั่วกาแฟเพราะต้องย้ายจากที่เก่า ก็เลยหาบ้านเพราะทุกคนอยากได้บ้าน มันดูชิลกว่า แล้วตอนนั้นเราประกาศไปในคลับเฮาส์ว่าอยากได้บ้านแถวทองหล่อ เอกมัย เพราะโรงคั่วเก่าก็อยู่สุขุมวิท พวกเราก็ใช้ชีวิตแถวนี้อยู่แล้ว ก็มีคนรู้จักเขาปล่อยเช่าบ้านอยู่แถวนี้ สภาพค่อนข้างเก่า แต่โครงสร้างและสวนข้างหลังยังสวยอยู่ แล้วก็เงียบสงบ แถมทำโรงคั่วในโรงรถได้ด้วย ก็เลยมาคุยกัน 4 คนว่าจะทำอะไรบ้าง พี่ต้อยติ่ง (หนึ่งในผู้ก่อตั้ง) เขาอยากทำเบเกอรี่ขายแบบจริงจัง ก็เลยมาลงตัวที่เบเกอรี่กับโรงคั่วกาแฟ และพี่ต้อยติ่งก็ยังอยากทำอาหารด้วยนิดหน่อย ก็เลยคิดว่าควรจะมีหน้าร้าน มันเลยกลายมาเป็นคาเฟ่”

คอนเซปต์ของร้าน

“จริงๆ แล้วเราก็ไม่ได้มีคอนเซปต์อะไรมากมาย มันก็แค่ว่าเราทำสิ่งนี้ได้ อาจจะเป็นการทำของที่เราอยากกินโดยที่ไม่ได้ประนีประนอมกับเรื่องคุณภาพและราคา เหมือนกับทุกอย่างที่เราทำ เราก็ไม่ได้ทำตามกระแส เราทำของที่คุณภาพดีที่เรารู้จักและคุ้นเคย เราก็จะเสิร์ฟแบบนี้”

ลูกค้าที่มาร้าน

“ลูกค้าร้านเรามีหลายแบบนะ ก็มีทั้งคนที่มาถ่ายรูป คนที่ชอบทานอาหาร คนที่ชอบกาแฟ มันก็มีหลายแบบ ส่วนตัวเราเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าใครจะต้องเป็นคนแบบไหนที่มานั่งในร้านเรา”

ความพิเศษของอาหาร

“วัตถุดิบของที่นี่ เราเลือกใช้ของที่คุณภาพค่อนข้างดีมากๆ แล้วที่เมนูเรามีน้อยก็เพราะของบางอย่างมันมาตามฤดูกาล ประกอบกับพนักงานของเราที่ยังน้อยอยู่ มันเป็นเรื่องของการโฟกัสด้วย ตอนนี้เราทำไหวเท่านี้ แต่ในอนาคตก็อาจจะขยายต่อไป”

เมนูที่ต้องลอง

Chicken Confit

ทำจากไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย (free range) นำมากงฟีแล้วทอดจนหนังกรอบเหลือง และถั่ว buttery bean ซึ่งหากินไม่ได้ง่าย ผสมผสานด้วยซอส carmalized apple เมนูเรียบง่าย แต่ทุกอย่างเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม

Fish and Butter

เมนูสุดเรียบง่ายแต่หรูหรา ทำจากปลากระพงทอดคลุกเคล้ากับเนยและซอสพอนซึ ท็อปด้วยเห็ดซอลเท (Sautéed mushrooms) ให้ความรู้สึกคล้ายจาน chicken confit ตรงที่ส่วนผสมทุกอย่างมันเข้ากันอย่างพอดิบพอดี ไม่มีขาดไม่มีเกิน รู้สึกได้ถึงความประณีต พิถีพิถัน ของวัตถุดิบและคนทำ

Lots of Tomato

ทำจากมะเขือเทศสองชนิด เดรสซิ่งทำจากน้ำ Lacto Tomato ที่หมักไว้ ผสมด้วยซอสลับของทางร้านอีก 2-3 อย่าง เรียบง่าย น้ำลายสอ คนที่ชอบทานมะเขือเทศห้ามพลาด!

Endive and Preserved Nutmeg  

เป็นผักทรงผักกาดแต่ว่าจะกรอบแล้วก็ขมเบาๆ ทานคู่กับเดรสซิ่งที่ค่อนข้างสดชื่นกับนัทเม็กที่อยู่ด้านล่าง หากทานกับ chicken confit รสจะตัดเข้ากันได้อย่างพอดี

กาแฟ

“กาแฟที่ร้านไม่ได้ทำแบบ blend มันเป็น single origin ทั้งหมด เราเลือกเมล็ดจากแหล่งปลูกเดียวแล้วนำมาใช้ โดยที่เราไม่ได้มีให้เลือกเยอะมากสำหรับ espresso มีแค่ 2 ตัว เหมือนเราอยากแนะนำให้ลูกค้าทานตัวนี้ แล้วเราก็ไม่มีกาแฟคั่วเข้ม จะเป็นกาแฟคั่วอ่อนทั้งหมด แต่ถ้าเป็นพวก hand drip filter bar ก็สามารถเลือกเมล็ดได้ เราก็มี range ให้เลือก จะเวียนมาเรื่อยๆ

ถ้าใครอยากหลีกเลี่ยงความวุ่นวายของชีวิตใจกลางเมืองมานั่งจิบกาแฟกับเบเกอรี่ หรืออาหารอร่อยๆ พร้อมกับชมสวน ชะลอเวลาให้เชื่องช้าลงแม้เพียงชั่วครู่ ที่ PRIDI สามารถเติมพลังให้คุณกลับไปสู้กับชีวิตอันเร่งรีบของเมืองได้”

ติดตามและสอบถามเกี่ยวกับคาเฟ่ได้ที่ pridi.bkk