Cannabis – The Lost Culture in Japan: กัญชา วัฒนธรรมที่ถูกทำให้หายไปจากสังคมญี่ปุ่น

Photo credit: Zamnesia

ถ้าให้คิดถึงประเทศใดสักประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด กวดขัน และเคร่งครัดเรื่องของกัญชา หนึ่งในนั้นก็คงจะหนีไม่พ้น ‘ประเทศญี่ปุ่น’

เราได้ยินเรื่องความดุเดือดของการจับกุมและปราบปรามกัญชาในญี่ปุ่นกันอย่างเนืองๆ ตั้งแต่คนดังอย่าง ‘เซอร์ เจมส์ พอล แมคคาร์ตนีย์’ (Sir James Paul McCartney) ที่โดนจับกุมคาสนามบินนาริตะเมื่อปี ค.ศ. 1980 และแน่นอนว่าเขาต้องนอนคุกในข้อหานำกัญชาเข้าประเทศปริมาณครึ่งปอนด์ ถัดมาอีก 40 ปี ทางการญี่ปุ่นได้บุกเข้าจับกุม ‘ยูซึเกะ อิเซยะ’ (伊勢谷 友介) ดารานักแสดงชาวญี่ปุ่น ในข้อหามีกัญชาในครอบครอง ตามมาด้วยบิลค่าปรับ 28,000 ดอลล่าห์สหรัฐ

Photo credit: 10Buds

แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาถึง 40 ปี แล้ว ความเข้มงวดและการบังคับใช้กฏหมายของญี่ปุ่นในคดีกัญชานั้นยังมีความสม่ำเสมอและเข้มข้นอย่างน่าตกใจ ตัวอย่างบทลงโทษสำหรับผู้ที่ปลูกต้นกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นต้องจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี ซึ่งเป็นบทลงโทษที่แรงกว่าการยักยอกทรัพย์หรือทำร้ายร่างกายเสียอีก 

ไม่แปลกใจเลยว่า ในปัจจุบันคนญี่ปุ่นมองเรื่องของกัญชาเป็น sub-culture ที่ค่อนไปทางใต้ดินแล้วด้วยซ้ำไป จากการผลิตซ้ำของตัวบทกฎหมาย การลงโทษ มาเกือบครึ่งศตวรรต บวกกับความเพิกเฉยที่มีต่อประวัติศาสตร์ของกัญชาทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะกัญชาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงก่อร่างสร้างตัว จนถึงช่วงพัฒนาประเทศ แทรกซึมลงไปในทุกอนูของการใช้ชีวิต ศิลปะ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ จนไปถึงเรื่องของความเชื่อและพิธีการ คิดว่าเราคงเกริ่นกันมานานพอสมควรแล้ว ไปดูกันว่าประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดเรื่องกัญชา แท้จริงแล้วได้เคยผสานรวมเข้ากับพืชสีเขียวนี้อย่างแนบแน่นเพียงใด 

กัญชง กัญชา กับความอยู่รอดของชนชาติญี่ปุ่น 

Photo credit: Wikiwand

ถ้าให้ย้อนกลับแล้วคุยกันบนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ คงต้องล่วงไปถึงตั้งแต่ยุคโจมง (縄文時代 ช่วงประมาณ 14,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึง 300 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ที่ยังอยู่ในช่วงของยุคเหล็ก บรอนซ์ มีการค้นพบภาพบนเกาะคิวชูที่พอจะบอกได้ว่านั่นคือใบกัญชา และยังพบหลักฐานการนำเอาเส้นใยของกัญชงมาทำเป็นสายธนูกับสายเบ็ด เพื่อใช้ในการดำรงชีพ และยังพบเส้นใยกัญชงอยู่ภายในเครื่องปั้นดินเผาของคนในยุคนั้นอีกด้วย กับพืชที่มีวงจรชีวิตค่อนข้างรวดเร็ว ปลูกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เก็บเกี่ยวช่วงหน้าร้อน รวบรวมเอาไว้ ตากให้แห้ง และเอาไปแช่น้ำให้อ่อนตัวลงเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ เพียงเท่านี้ก็พร้อมนำมาสร้างสิ่งประดิษฐ์ในการดำรงชีวิตได้ เราพอจะเห็นภาพได้ว่ากัญชง ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งและพัฒนาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการใช้ชีวิตของคนยุคนั้นได้อย่างไร

Photo credit: Tokyo Weekender

กัญชง กัญชง กับการกอปรของวัฒนธรรม 

กัญชาได้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนญี่ปุ่นเรื่อยมาจนกระทั่งถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์ในช่วงศตวรรตที่ 8 ในบันทึก ‘มันโยชู’ (万葉集) หนังสือรวบรวมบทกลอน กวี ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งถูกนำมาใช้อ้างอิงหลักฐานทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นในหลายครั้ง ก็มีการกล่าวถึงสายพันธ์ุพืชพันธุ์และต้นไม้มากกว่า 150 ชนิด และกัญชาก็เป็นหนึ่งในนั้น

Photo credit: Green Shinto / Wikipedia

กัญชงยังได้มีอิธิพลในด้านความเชื่ออีกด้วย โดยนักบวชศาสนาชินโตจะร้อยกัญชาเข้าเป็นพวงเพื่อขับไล่ปิศาจ ใน ‘เทศกาลโอบ้ง’ หรือเทศกาลแห่งความตาย ครอบครัวจะเผากัญชาที่ทางเข้าบ้านเพื่อเชิญดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับให้เดินทางกลับบ้านได้อย่างถูกต้อง แต่ปัจจุบันพิธีกรรมนี้ถูกลดทอนให้เหลือแค่การก่อกองไฟ หรือจุดเพียงคบเพลิง เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีบันทึกของนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกัน ‘จอร์จ ฟุต มัวร์’ (George Foot Moore) ได้บันทึกไว้ว่า ผู้แสวงบุญในญี่ปุ่นจะวางใบกัญชาไว้ในศาลเล็กๆ ตลอดเส้นทางที่แสวงบุญ เพื่อเป็นเครื่องเซ่นไหว้และขอพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ จะเห็นได้ว่ากัญชาเป็นเหมือนตัวแทนของความบริสุทธิ์ที่คอยขับไล่สิ่งอัปมงคล ทำให้ในงานแต่งงานของคนญี่ปุ่นสมัยก่อน เจ้าสาวจะสวมผ้าคลุมหน้าที่ทำจากกัญชา เพื่อให้เจ้าสาวเป็นตัวแทนที่แสดงถึงความบริสุทธิ์

Photo credit: Etsy

ในศตวรรษที่ 18 เมื่อการพิมพ์ผ้าเริ่มเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น ได้มีการออกแบบลายที่ชื่อว่า ‘อาสะโนะฮะ’ (麻の葉) ที่ ‘อาสะ’ หมายถึง กัญชง ‘ฮะ’ หมายถึง ใบ จึงรวมกันแล้วแปลตรงตัวได้ว่า ‘ใบกัญชง’ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในสมัยเอโดะ (江戸時代) ด้วยความหมายที่ว่าต้นกัญชงนั้นเติบโตได้ไวและมีความแข็งแรง จึงนิยมนำเอาลายนี้ไปทำผ้าอ้อม ผ้าปูที่นอน เพื่อให้เด็กได้เจริญเติบโตแข็งแรงเหมือนกับต้นกัญชง พร้อมช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายหรือปิศาจให้พ้นจากเด็กๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น 

เหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเพียงเล็กน้อย ที่กัญชา กัญชง ได้เติบโตและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในญี่ปุ่น ยังมีอีกมากมาย หลากหลายความเชื่อ หลายหลายคติ ที่ยังคงมีอยู่และสูญหายไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา

กัญชาในญี่ปุ่น หายไปไหนและกลายเป็นเรื่องผิดได้อย่างไร

Photo credit: Herb

หลังจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ตกเป็นผู้แพ้ในสงครามครั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้ควบคุมประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาเกือบ 7 ปี ในช่วงการดูแลญี่ปุ่นนี้ แนวคิดและทัศนคติต่างๆ จากอเมริกาได้หลั่งไหลเข้าสู่ญี่ปุ่นอย่างท่วมท้น ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี การศึกษา การเมือง หรือแม้แต่กฎหมาย ในช่วงนั้นการปราบปรามยาเสพติดเป็นเรื่องที่ทางการให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ส่งผลให้ทางญี่ปุ่นต้องมีการออกพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาในปี ค.ศ. 1948 ทำให้เกิดการปราบปรามครั้งใหญ่ ไม่ต่างกับที่สหรัฐอเมริกาหรือไทยทำให้เกษตรกรต้องเลิกปลูกกัญชา ภูมิปัญญา ความรู้เกี่ยวกับกัญชา และสายพันธ์ุกัญชาเกือบจะสูญหายไป บวกกับโฆษณาชวนเชื่อล้างสมอง ที่บอกว่า ‘กัญชา เท่ากับโคเคน และเฮโรอีน’ ยิ่งทำให้กัญชาที่อยู่คู่กับคนญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานต้องสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์