GUYGEEGEE กับเส้นทางสายแร็ปเปอร์ ที่มีเวที Rolling Loud เป็นเส้นชัย

จากเพลง ‘ทน’ ผลงานของ SPRITE กับ GUYGEEGEE เพลงแร็ปไทยเพลงแรกที่เข้าไปติดชาร์ต Billoard Global ได้สำเร็จ สู่เพลง ‘ทักครับ’ ของวง Lipta feat. GUYGEEGEE เพลงสุดน่ารักที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ทำให้ชื่อของ ‘GUYGEEGEE’ กลายเป็นชื่อคุ้นหูสำหรับคอเพลง แต่ความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่ได้มาโดยง่าย และการเดินเฉิดฉายบนเส้นทางสายดนตรีก็ต้องแลกด้วยอะไรหลายๆ อย่าง นี่คือเรื่องราวของ GUYGEEGEE หรือ ‘กาย – กล้าไม้ ไมเกิ้ล’ แร็ปเปอร์มาดกวน ผู้ใฝ่ฝันอยากจะขี้นเวที Rolling Loud สักครั้งในชีวิต

ชื่อ ‘GUYGEEGEE’ มีที่มาที่ไปยังไง

“กายคือชื่อของผม ส่วน GEEGEE ย่อมาจากคำว่า Good Game คือช่วงเด็กๆ ผมชอบโดดเรียน ไปนั่งเล่นเกมกับเพื่อนๆ แล้วพอเราชนะอีกฝั่งได้ เราก็จะพิมพ์ไปบอกเขาว่า GG ก็คือ Good Game เหมือนขิงว่าเกมจบแล้วนะ แล้วกายนี่แหละก็เป็นคนบอกว่าเกมมันจบแล้ว ก็เลยกลายเป็น GUYGEEGEE เวลาไปที่ไหนผมก็จะบอกว่า Good Game ตลอด”

ตกหลุมรักเสียงดนตรีตั้งแต่ตอนไหน

“ผมรู้สึกว่าชอบดนตรีครั้งแรกเลย คือตอนที่โรงเรียนสอน มันมีเพลงหนึ่งที่เขาให้จำเนื้อเพลง แล้วก็จะเป็นฟีลที่ต้องร้องเร็วๆ หน่อย หลังจากนั้นเราก็เริ่มอินกับเพลงและเสียงดนตรี พอเป็นอะไรที่เกี่ยวกับวิชาดนตรี ผมได้เกรดดีตลอดเลยนะ แต่วิชาอื่นจะเน่าๆ หน่อย (หัวเราะ) แล้วก็มาอินกับเสียงดนตรีจริงๆ ก็คือช่วง ม.ปลาย ที่ผมเริ่มแร็ปฟรีสไตล์กับเพื่อนๆ แล้วก็มีคนเชียร์เยอะขึ้น”

“ผมรู้จักเพลงแร็ปมาตั้งแต่ช่วง ม.ต้น แต่มาฟังจริงจังคือช่วง ม.ปลาย แล้วก็ฟังแร็ปเปอร์เมืองนอก อย่าง ‘วิซ คาลิฟา’ (Whiz Khalifa) หรือ ‘แม็ก มิลเลอร์’ (Mac Miller) แต่ถ้าแร็ปเปอร์เมืองไทย ผมก็ฟังพวก ‘ดาจิม’ (Dajim) ‘บุดด้าเบลส’ (Buddha Bless) หรือ ‘ไทเทเนี่ยม’ (Thaitanium)”

ชอบการแร็ปแต่ทำไมไปลงเอยที่ค่ายกามิกาเซ่ได้

“วันหนึ่งผมไปเดินเล่นที่ห้าง แล้วก็มีแมวมองมาถามว่า “สนใจไปลองแคสต์ไหม” ผมก็บอกว่า “โอเค ไปดิ” พอไปถึงก็มีเด็กอยู่กันเต็มเลย ส่วนผมก็ไปแบบ “ร้องเพลงอะไรดีวะ” ไม่ได้แร็ปด้วยซ้ำตอนนั้น เหมือนเขาให้เลือกเพลงอะไรสักอย่าง ผมก็ไปร้อง พอผ่านไปสักอาทิตย์หนึ่ง เขาก็โทรมาตาม บอกว่าเราได้นะ แล้วพอเราไปถึงก็มีเด็กหลายแบบ ซึ่งเขารับเราไปอยู่ในวงที่เป็นสไตล์วงดนตรี ให้ผมร้องนำ

ตอนนั้นก็งงๆ แต่ก็แบบว่าเอาสิ let’s go เขาก็ให้เราฝึก แต่คราวนี้ไม่ได้ร้องนำอย่างเดียว ต้องเต้นด้วย มีนู่นมีนี่เยอะไปหมด พอผ่านไปสักพัก เราก็รู้สึกว่ามันฝืน มันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ ก็เลยร่ำลากัน แล้วตอนที่ผมออกมา เขาก็บอกแม่ผมว่า “จะให้ออกจริงเหรอ ออกไปก็เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งเลยนะ” ”

กลัวไหม ตอนที่เขาบอกว่า “ออกไปก็ไปเป็นเด็กธรรมดาเลยนะ

“ไม่กลัว ผมไม่ได้เซ็นใบลาออกด้วย ผมออกมาเลย เพราะตอนนั้นผมก็ไม่ได้ดังอะไร เขาก็เหมือนจะระงับสัญญาเอาไว้ ก็เลยไม่ได้เซ็นสัญญาตั้งแต่แรก ตอนออกมาผมก็เลยทำเล่นเอง ทำเพลงด้วยแพชชั่นล้วนๆ เพราะก่อนหน้านั้นรู้สึกว่ามันมีคนสั่งให้เราทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่ชอบ สู้ออกมาทำเองดีกว่า 

พอออกมา ก็ถ่ายเล่นเองไปเรื่อยเลย คุณภาพงานอย่างกาก จนผมเริ่มมีเงิน ก็เลยเริ่มลงทุนกับ MV ของตัวเอง เริ่มไปจ้างทีมกล้อง ทีมไฟ เราคิดเองหมด ไปบุกบ้านเพื่อนว่าขอฉากหนึ่งนะ ก็เริ่มถ่ายเอ็มวีของเรา แล้วก็ปล่อยในโซเชียลฯ ตอนแรกคิดว่าดังแน่นอน แต่สุดท้ายได้ยอดวิวหลักพัน แล้วพอมีโอกาส ผมก็ไปออกพวกรายการต่างๆ ไปแร็ปแบทเทิลเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดี ตอนนั้นเรารู้สึกว่าอย่างน้อยก็ต้องหาตังค์ให้ได้สักนิดหนึ่ง เราไปแล้วต้องชนะแน่นอน แต่ก็โดนตบกลับบ้าน ซึ่งมันเป็นแบบนี้หลายรอบเหมือนกันนะ ที่เหมือนมีอะไรมาขัดเยอะ แต่เราก็ทำไปเรื่อยๆ เพราะชอบ เราสนุกกับมัน” 

โมเมนต์ไหนที่รู้สึกว่าเริ่มประสบความสำเร็จแล้ว 

“โมเมนต์ที่เพื่อนให้ความสนใจครั้งแรก เหมือนเราไปแร็ปที่ After Party แล้วทุกคนก็ชอบ ทุกคนเอนจอย แล้วเราไม่เคยรู้มาก่อนว่า รีแอคชั่นของคนฟังจริงๆ มันเป็นยังไง ซึ่งแม่งมันว่ะ โมเมนต์ต่อมาก็คงจะเป็นตอนที่ได้เข้าในรายการ ได้เข้าไปทำเพลงกับค่าย แล้วเราก็รู้จักคนมากมาย ได้ไปเห็นมุมมองของเขา ตอนเพลง ‘ทน’ ติดบิลบอร์ด ผมช็อกไปเลย เพราะไม่คิดว่าจะติด แล้วมันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ผมเคยอยู่จุดนี้ แล้วผมเด้งไปอยู่อีกจุดหนึ่งเลย ซึ่งมันเหมือนกับตอนที่พี่ๆ วง Lipta ทักมา บอกว่าอยากได้ผมไปฟีทด้วย ซึ่งผมไม่อยากจะเชื่อ ผมถามก่อนเลยว่าปั่นไหมเนี่ย แล้วอีกโมเมนต์หนึ่งคือ ตอนที่เรารู้ว่าตัวเองทำเงินจากสิ่งที่ชอบได้จริงๆ ผมรู้สึกว่าให้เวลากับตรงนี้เยอะจนไม่สามารถปล่อยมันทิ้งไปได้แล้ว เพราะอยู่กับตรงนี้มานาน แล้วพอวันหนึ่งหาเงินจากมันได้จริงๆ ก็เป็นจุดที่ดีมาก”

จริงไหมที่ดอกไม้มาพร้อมกับก้อนอิฐ​ มีคำชื่นชมแล้วก็ต้องมีคำวิพากษ์วิจารณ์

“มีคนด่าอยู่ครับ ไม่ได้เยอะมาก แต่ก็มีมาเรื่อยๆ ทนไม่ไหวก็ด่ากลับ (หัวเราะ) มันมีอันหนึ่งที่ด่าว่า “มาเกาะเด็กนี่หว่า” หรือ “ก๊อบฯ ซาวด์ของคนอื่นว่ะ คิดเองบ้างไหมเนี่ย” ซึ่งถ้าเราตอบกลับไป มันจะยาวและจะไม่จบ เพราะเขาไม่ได้เห็นว่าเราทำงานยังไง เรารู้ดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร ผมว่าหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด หรือบางครั้งก็ไม่ไปอ่านเลย

แต่ถามว่ามีกระทบใจไหม ก็มีนะ เราอยากให้เขาได้เห็นความจริง แต่มันก็ยาก เพราะคนเลือกที่จะมองอีกแบบหนึ่งไปแล้ว เราจะไปอธิบายหรือโชว์หลักฐานก็เท่านั้น สุดท้ายเราก็ต้องเลือกสิ่งที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตน่ะครับ ตรงนี้น้องๆ เอาไปใช้ได้เหมือนกันนะ คนที่เข้ามาในชีวิตของเราก็จะมีพลังงานบางอย่างที่เด้งมาหาเราด้วย มันอยู่ที่ว่าเราจะทำอะไรกับพลังงานพวกนี้ ถ้าเราเลือกรับแต่พลังงานลบๆ เสพแต่เรื่องไม่ดี มันก็เน่าอยู่ข้างในเรา”

GUYGEEGEE ในวันนี้เข้มแข็งกว่าคนเมื่อวานอย่างไรบ้าง 

“(นิ่งคิด) ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ผมว่าบางทีตัวเราในอดีตอาจจะเข้มแข็งกว่าในตอนนี้ก็ได้ คือมันเข้มแข็งขึ้นแหละครับ แต่ก็มีบางอย่างในอดีตที่ตอนนี้เราเอามันมาใช้ไม่ได้ อย่างเช่นเพลงที่เราทำ เมื่อก่อนเราทำเพราะความสนุกแบบ 100% เลย แต่ตอนนี้มันก็ต้องมีบ้างที่ต้องดูว่าใครจะฟังเพลงเรา คนกลุ่มไหน เพลงนี้จะขายได้หรือเปล่า หลายคนอาจจะปฏิเสธว่าไม่ได้คิดหรอก แต่ผมว่ามันต้องมีบ้างแหละ แล้วมันจะกลายเป็นว่า เราไม่ได้ทำเพลงเพื่อความสนุก หรือทำได้เต็มที่แบบเมื่อก่อน คือสุดท้ายมันก็เป็นอาชีพหนึ่งที่ต้องคิดถึงตรงนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลย”

แล้วเส้นชัยในชีวิตล่ะ?

“ผมอยากลองทำอะไรเยอะแยะเลย ล่าสุดผมให้สัมภาษณ์เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน เขาถามว่าผมอยากไปเล่นคอนเสิร์ตที่ไหน ผมก็บอกว่า Rolling Loud แล้วพอ 2 อาทิตย์หลังจากนั้น Rolling Loud ก็ประกาศว่าจะมาเล่นที่เมืองไทย แล้วผมก็ได้มีโอกาสไปเล่นในงานเปิดตัวของเขา มันเลยทำให้รู้สึกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้จริงๆ นะ ใครจะไปคิด แล้วที่ผมบอกว่าอยากไปเล่นคอนเสิร์ตที่นี่ เพราะมันเป็นคอนเสิร์ตฮิปฮอปที่มีศิลปินเมืองนอกเยอะที่สุด ผมก็เลยอยากมีโอกาสได้ขึ้นเวทีนั้น ไปรวมกับศิลปินที่ผมฟังเพลงของเขาอยู่ แล้วก็อยากเดินไปบอกว่า “หวัดดีค้าบ Welcome to Thailand, bro!” ”

ข้อคิดชีวิตจาก GUYGEEGEE 

“แต่ละคนเก่งไม่เหมือนกันครับ ก็ต้องดูว่าตัวเองเก่งยังไง ดียังไง เด็ดกว่าคนอื่นยังไง ชอบอะไร แล้วก็ลองทำตามสิ่งที่ชอบดู เราต้องแน่วแน่ แต่อย่าให้มันไปเดือดร้อนใคร มุ่งตรงไปเรื่อยๆ อย่างผมก็ค่อยทำไป วันละ 0.01% ถึงมันจะทำได้น้อยมากในแต่ละวัน แต่ถ้าเติมทุกวัน ยังไงมันก็เต็มร้อย”

และสุดท้ายก่อนจะร่ำลากันไป GUYGEEGEE ก็กระซิบบอกกับเราว่า ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีเซอร์ไพรส์มาฝากแฟนเพลงของเขากับ SPRITE อย่างแน่นอน ขอให้แฟนๆ อดใจรอกันอีกนิด แล้วมาสนุกกับเพลงที่ทำด้วยความตั้งใจจากหนุ่มมาดกวนและน้องชายสุดที่รักของเขาได้เลย

ติดตาม ‘GUYGEEGEE’ ได้ที่

Youtube: HYPE TRAIN GROUP

Facebook: GUYGEEGEE

Instagram: guygeegeeggg