Remember “SOPHIE” ศิลปินทรานส์เจนเดอร์ ‘Hyper-Pop’ แห่งอนาคต

Photo credit: Spotify

SOPHIE คือศิลปินทรานส์เจนเดอร์ (Transgender) ซึ่งทำดนตรีประเภท ‘Hyperpop’ เธอเสียชีวิตในปี 2021 จากอุบัติเหตุด้วยการปีนขึ้นไปชมพระจันทร์เต็มดวง การจากไปของเธอคือความสูญเสียครั้งใหญ่ในวงการดนตรีและ LGBTQ+ ทั่วโลก เพราะเธอคือศิลปินไอคอนที่บุกเบิกแนวทางดนตรีแห่งอนาคต ทลายกรอบความเป็นไปได้ของเพศและวงการดนตรีโลก 

ในบทความนี้ เพื่อเฉลิมฉลองเดือนไพรด์ เราอยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักเพื่อจดจำ SOPHIE แนวทางดนตรี Hyperpop และย้อนฟังผลงานอัลบั้มชิ้นเอกของเธอ “Oil of Every Pearl’s Un-Insides”

Photo credit: GENIUS

SOPHIE เกิดวันที่ 17 กันยายนปี ค.ศ. 1986 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ตั้งแต่วัยเด็กพ่อของเธอจะชอบพาเธอไป ‘Rave’ ปาร์ตี้ที่เปิดเพลงเทคโน ฮาร์ดคอร์เฮ้าส์ และ อัลเทอร์เนทีฟแดนซ์ ดนตรีเทคโนฯ ส่งผลต่อเธอเป็นอย่างมาก เธอเคยเล่าว่าเวลาฟังดนตรีเทคโนฯ  มันเหมือนได้วาร์ปไปอีกมิติ ช่วงเวลาวัยเด็กของเธอเติบโตมากับความชอบในดนตรีเทคโนฯ  หนังไซไฟ วัฒนธรรมโลกอนาคต และซีรีส์ X-Files 

เมื่ออายุ 9 ปี เธอบอกกับครอบครัวเธอว่าจะลาออกจากโรงเรียน เพื่อเป็นโปรดิวเซอร์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เริ่มทำดนตรีด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ พร้อมกับเรียนรู้ที่จะเป็น DJ ด้วย

Photo credit: DJ Mag

เธอเล่าถึงดนตรีที่อยากทำในสัมภาษณ์ ‘Teen Vouge’ ปี 2017 ไว้ว่า “ในผลงานหลายอย่างที่ฉันทำ มันมีแนวคิดของเพลงดิสโก้ผสมผสานอยู่ ฉันพยายามจะทำให้เพลงมีเสียงของโลกอนาคต เพราะทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่แตกต่างจากเดิมแล้ว ฉันเลยพยายามจะนึกถึงเพลงที่มีพลังบวก อิสระภาพ แปลกประหลาด ดาร์ก แล้วก็เรียลพอที่จะเป็นเพลงที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ได้” 

ปี 2008 เป็นปีที่เส้นทางดนตรีของเธอเริ่มต้น เมื่อเธอตั้งวงดนตรีที่ชื่อว่า “Motherland” ร่วมกับ Sabine Gottfried, Matthew Lutz-Kinoy และ Marcella Dvsi โดยเล่นที่เบอร์ลินและอังกฤษ ต่อมาเธอก็ได้ทำดนตรีมิกซ์มาเรื่อยๆ จนได้มาทำงานกับศิลปินค่าย “PC Music” ที่ทำให้เธอได้ร่วมงานกับ A.G. Cook และ Danny L Harle

(จากซ้ายไปขวา: A.G. Cook – Charli XCX- SOPHIE) | Photo credit: Dazed

ในปี 2013 เธอก็ได้ปล่อยซิงเกิลแรกของออกมาในชื่อว่า “Nothing More to Say” และปล่อยซิงเกิลเพลง “Bipp” ออกมา ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นศิลปินผู้บุกเบิกแนวทางดนตรี Hyper-pop ซึ่งเป็นแนวดนตรีทดลอง ที่ใส่ความจัดจ้านมหัศจรรย์ลงไปในดนตรีป็อป แล้วบวกมันกับการทดลองของเสียง ทดลองความเป็นไปได้ที่ไม่รู้จบลงไปสู่ดนตรี มีหลายคนเรียกแนวดนตรีนี้ว่า ‘ดนตรีเแห่งโลกอนาคต’

Photo credit: The Quietus

ปี 2017 SOPHIE ได้ปล่อยเพลง “It’s Okay to Cry” พร้อมมิวสิกวิดิโอที่ใช้เสียงกับภาพของเธอเป็นครั้งแรก และเปิดตัวว่าเป็นผู้หญิงข้ามเพศ เพลงนี้เป็นเพลงสำคัญในวงการ LGBTQ+ เพราะมันเป็นแรงบันดาลใจที่ชวนให้ทุกคนได้เฉลิมฉลองถึงความงามของทุกๆ เพศ นับเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนให้กล้าที่จะยอมรับในเพศของตัวเอง หลังจากที่ปล่อยเพลงนี้ออกมา เธอก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ ‘Paper Magazine’ ต่อคำถาม “การยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้หญิงข้ามเพศส่งผลอย่างไรกับชีวิตบ้าง” ไว้ว่า

“การยอมรับไอเดียของความเป็นคนข้ามเพศมันเปลี่ยนทุกๆ อย่างในชีวิตฉัน เพราะมันหมายความว่าฉันไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ที่ขึ้นอยู่กับร่างกายที่ฉันเกิดมา ชีวิตของฉันควรจะเป็นไปยังอย่างไร หรือมันควรจะจบลงอย่างไรตามกรอบครอบครัวแบบดั้งเดิม หรือกรอบโครงสร้างที่ควบคุมไว้ มันหายไปหมด เมื่อฉันยอมรับความเป็นทรานส์ (Trans) ของตัวเอง”

Photo credit: imgur

เธอเล่าต่อในคำถามถัดไป “ความเป็นทรานส์มีความหมายอย่างไรกับเธอ” ว่า:

“สำหรับฉันแล้ว ความเป็นทรานส์คือการควบการคุมร่างกายภายนอกของเราให้ลงรอยกับจิตวิญญาณภายใน เพื่อร่างกายและจิตวิญญาณจะได้ไม่ต้องต่อสู้กัน ในโลกใบนี้ความเป็นทรานส์ทำให้ฉันได้เข้าถึงแก่นแท้ของตัวเอง ที่ไม่ต้องถูกแรงกดดันจากสังคมซึ่งกดขี่ฉันไว้ในบทบาทชีวิตตามเพศกำเนิด มันหมายความว่า เราไม่ได้จะต้องเป็นแม่หรือพ่อ เราเป็นแค่ปัจเจกที่มาใช้ชีวิต และรับรู้ความรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่รู้สึกเป็นมนุษย์มากขึ้น แล้วก็รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับทุกๆ อย่างด้วย นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้สึก”

ปี 2018 เธอปล่อยอัลบั้มผลงานชิ้นเอก “Oil of Every Pearl’s Un-Insides” ออกมา อัลบั้มนี้เต็มไปด้วยดนตรีที่มีเซอร์ไพรส์มากมาย อัดแน่นด้วยอารมณ์ความรู้สึก การแหกกฎเกณฑ์ กรอบขนบทางดนตรี ความคิด เพศ และความเชื่อที่จะพาทุกคนไปแดนซ์สุดมันในโลกอนาคตต่างมิติ

Photo credit: The Times

อัลบั้มนี้ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลแกรมมี (Grammy Awards) สาขาอัลบั้มแดนซ์/อิเล็กทรอนิกส์ยอดเยี่ยมแห่งปี ซึ่งทำให้ SOPHIE ได้สร้างประวัติศาสตร์การเป็นศิลปินทรานส์เจนเดอร์คนแรกที่ได้เสนอชื่อในรางวัลแกรมมี  

ปี ค.ศ. 2021 เหล่าแฟนๆ ดนตรีของเธอได้ทำแคมเปญรวบรวมรายชื่อกว่า 95,000 ชื่อ เพื่อขอให้ The International Astronomical Union ที่ค้นพบ ‘TOI 1338 b’ ตั้งชื่อดาวเคราะห์ดวงใหม่นี้ตามชื่อ SOPHIE

Photo credit: mel

ในปี ค.ศ. 2022 แฟนเพลง ‘Christian Arroyo’ ผู้ทำแคมเปญนี้ ได้อัปเดตว่า แม้คำเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อดาวเคราะห์ TOI 1338 b จะไม่เป็นผล แต่ปีนี้ดาวเคราะห์น้อย ‘RE1’ ที่ถูกค้นพบโดย ‘Antonín Mrkos’ ที่ประเทศสาธารณรัฐเช็ก ได้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น ‘Sophiexeon’ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เพื่อจารึกศิลปินทรานส์เจนเดอร์ที่บุกเบิกดนตรีแห่งโลกอนาคต

อ้างอิง

NyTimes

TeenVogue 

Paper Magazine

NME