This error message is only visible to WordPress admins
Error: No posts found.

“SUGXR BVBBLE” เพราะใครๆ ก็ต้องเคย “บ้ง” ! (แร็ปเปอร์ LGBTQ+ กับตัวตนที่ก้าวผ่านความบ้ง!)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็น Golder Era ของวงการฮิปฮอปในไทย มีรายการประกวดแร็ปเปอร์ในไทยเกิดขึ้นหลายรายการ เกิดศิลปินและค่ายเพลงหน้าใหม่ขึ้นมากมาย วัฒนธรรมใต้ดินถูกนำขึ้นมาบนดินให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น เท่านั้นยังไม่พอความเฟื่องฟูวงการฮิปฮอปนี้ ยังได้ปลุกความกล้าของคนที่เคยเป็นคนชายขอบ ในวงการฮิปฮอปให้กลับเข้ามาสร้างพื้นที่ยืนของตัวเอง ในวัฒนธรรมที่เขาชื่นชอบ วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแร็ปเปอร์ LGBTQ+ รุ่นใหม่ ที่พร้อมสร้างมิติใหม่ๆ ให้กับวงการฮิปฮอปไทย

(ปัจจุบันเพลงฮิปฮอปในไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก อดีตเราอาจรู้จักในฐานะเพลงอันเดอร์กราว แต่ตอนนี้เพลงฮิปฮอปเป็นที่นิยมของคนฟังเพลงรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก กลายเป็นเพลงแมสติดชาร์ตเพลงยอดนิยมทุกแฟลตฟอร์ม มีแร็ปเปอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ภาพของแร็ปเปอร์ที่เราเห็นส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ชาย วันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับแร็ปเปอร์ LGBTQ+ รุ่นใหม่ ที่มาเพื่อรันวงการฮิปฮอปให้หลากหลายมากขึ้น)

ชูการ์ – ทักษิณ ราชคำ อายุ 20 ปี หรือที่ใครหลายคนรู้จักในนาม “SUGXR BVBBLE” แร็ปเปอร์ LGBTQ+ ที่สร้างสไตล์การแร็ปให้เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมกับผลงานเพลง “บ้ง” ที่เธอก็แอบกระซิบกับเราว่า มีใครเคยไม่บ้งด้วยเหรอ? 

กำเนิด SUGXR BVBBLE

ชูการ์เล่าถึงที่มาของชื่อ SUGXR BVBBLE ให้เราฟังว่า คำว่า SUGXR มาจากชื่อเล่นของตัวเอง ส่วน BVBBLE ชื่อตัวละครจากภาพยนตร์เรื่อง Valerian ซึ่งตัวละครชื่อ Bubble เป็นเอเลี่ยนที่สามารถแปลงร่างเป็นใครก็ได้ เป็นตัวละครที่มีความ LGBTQ+ สูง แต่ก็มีความดาร์กอยู่ในตัว Bubble จึงเหมือนเป็นตัวที่เสริมในความเป็นชูการ์ขึ้นมา

“SUGXR BVBBLE เหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่ช่วยทำให้การแสดง การขึ้นเวที การแร็ปของชูการ์ให้ประสบความสำเร็จ โดยส่วนตัวนิสัยเป็นคนไม่ชอบเข้าสังคม แต่การเป็นแร็ปเปอร์มันต้องเข้าสังคม  ชูการ์เลยสร้าง SUGXR BVBBLE เป็นหนึ่งตัวตนของเรา”

“SUGXR BVBBLE เป็นอีกบุคลิกหนึ่งที่สร้างขึ้นเพื่อให้งานของเราสำเร็จ”

เส้นทางสู่การเป็นแร็ปเปอร์

ชูการ์เริ่มต้นเข้าวงการฮิปฮอปและเป็นที่รู้จักจากรายการ Show me the money ทั้งซีซั่น 1 และ 2 ชูการ์เล่าว่าสำหรับการไปแข่งขันซีซั่นที่สองนั้นเป็นเพียงการประกาศและยืนยันยืนยันตัวตนในฐานะ LGBTQ+ เพราะว่าซีซั่นแรกความเป็นตัวเองยังไม่ชัดเจน 

“รู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องปิดบังในยุคนี้ สังคมเปิดกว้างเรื่อง LGBTQ+ มากขึ้น การเปิดตัวไปเลยอาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้เรามีจุดขายเพิ่มมากขึ้นในวงการนี้ และรู้สึกว่าการที่เราเป็นเกย์และเป็นแร็ปเปอร์ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แค่รสนิยมทางเพศของเราเฉยๆ ไม่ได้ทำให้วงการเสียหาย ไม่มีการกำหนดว่าวงการแร็ปเปอร์จะต้องเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเท่านั้น”

การเป็นแร็ปเปอร์ LGBTQ+ ในไทย

“ตอนแรกเราคิดไว้ในแง่ลบมากเลย แต่ผลตอบรับออกมาคือ เขาค่อนข้างปฏิบัติกับเราดีเป็นพิเศษด้วยซ้ำ ทำให้เรารู้สึกว่ามันไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เขาพร้อมที่จะเปิดรับเรามากๆ และยินดีด้วยซ้ำว่าวงการแร็ปเปอร์เปิดกว้างมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าทุกคนเป็นแบบนี้ทั้งหมดไหม ตอบเลยว่าไม่ อาจจะมีสักประมาณ 80 เปอร์เซ็น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่จะชอบหรือไม่ชอบ”

คิดว่าการเปิดเผยว่าเราเป็น LGBTQ+ จำเป็นไหม

“ถ้ามองในมุมของชูการ์คิดว่ามันไม่จำเป็น เพราะว่าเป็นเรื่องของตัวเรามากกว่า แต่พอมาเป็นศิลปินที่มีค่าย เราคิดเรื่องในเชิงธุรกิจและการตลาดด้วย เราจะขายงานยังไงให้เราผ่าน มันต้องมีเรื่องของเอกลักษณ์ ความเฉพาะตัวที่มากพอจนทำให้เราสามารถเป็นจุดขายได้ เพื่อที่ค่ายจะได้เอาไปทำต่อ มันจึงต้องมีเรื่องของการเปิดเผยตัวตน เปลี่ยนแปลงทั้งการแต่งตัว วิธีการแร็ป น้ำเสียง ท่าทาง กริยาต่างๆ ให้มีความเป็น LGBTQ+ ที่ชัดเจนเพื่อที่จะได้เป็นจุดขายของเราในการไปขายงานลูกค้า”

ใช้พื้นที่ศิลปินเรียกร้องสิทธิให้กลุ่ม LGBTQ+ 

สำหรับมุมมองของชูการ์ แม้คิดว่าการเปิดเผยตัวตนสู่พื้นที่สาธารณะจะเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่เรื่องหนึ่งที่ชูการ์ต้องการใช้พื้นที่ศิลปินในการเรียกร้องสิทธิให้กลุ่ม LGBTQ+ คือ การสมรสเท่าเทียม

“ถึงแม้เราจะมองเรื่องเพศเป็นเรื่องปกติมากแค่ไหน แต่เรายอมรับจริงๆ ว่า กฎหมาย LGBTQ+ ในไทยมันยังไม่เท่าเทียม ส่วนเรื่องการให้ทุกคนต้องยอมรับเรา เราควรยอมรับกันเองให้ได้ก่อน เพราะว่าทุกวันนี้มีคอมเมนต์ด่าเรา ก็กะเทยด้วยกันทั้งนั้น ฉะนั้นถ้าจะเรียกร้องความเท่าเทียม ควรเรียกร้องการมองคนอื่นด้วยความเท่าเทียมให้กับพวกตัวเองก่อน ค่อยไปหาความเท่าเทียมจากคนอื่น”

ผลงานเพลง “บ้ง” ที่มาพร้อมความปัง

เพลง “บ้ง” ปล่อยเพียงเพียงสองสัปดาห์เท่านั้น แต่ยอดวิวในยูทูบเกือบครึ่งล้าน! เรียกได้ว่า การกลับมาครั้งนี้ผลงานปังมาก ในด้านเนื้อหาของเพลงมีอินสปายมาจากการนินทาลับหลัง สำหรับชูการ์การนินทาเป็นอะไรที่งงมาก ถ้าไม่ชอบควรพูดตรงๆ ไม่ใช่การนินทาลับหลัง ชูการ์จึงใช้คำว่า “บ้ง” รวมถึงเล่นคำว่า “นะค่ะ” เพื่อสื่อถึงว่านอกจากคุณจะบ้งแล้ว ยังบ้งแบบผิดๆ ส่วนกระบวนการในการทำชูการ์เล่าว่า 

“การ์อยู่เกือบทุกกระบนการ ตั้งแต่การเขียนเพลง เราเขียนเนื้อเพลงเองทั้งหมด ร่วมทำดนตรีกับโปรดิวเซอร์ เราบอกว่าอยากได้ดนตรีแบบไหน ส่วนเรื่องของท่าเต้น เราก็ช่วยครีเอท ตัวสตอรี่บอร์ดก็มีส่วนช่วยในการบรีฟเหมือนกัน เราอยู่แทบทุกส่วน เพราะเป็นคนเรื่องมากับผลงงานตัวเอง งานทุกอย่างต้องผ่านตาก่อนที่จะอนุมัติเสมอ”

กระแสตอบรับจากแฟนอินเตอร์

กระแสตอบรับเพลง “บ้ง” เรียกว่าไปไกลถึงแถบลาตินอเมริกา เราจึงถามชูการ์ว่า คิดว่าทำไมเพลงถึงกระแสตอบรับดีจากแฟนอินเตอร์? ชูการ์บอกกับเราว่า “คิดว่าการเปิดกว้างของ LGBTQ+ ที่มากกว่าประเทศไทย วงการ LGBTQ+ กับเพลงไทยไม่ได้เปิดกว้างมากขนาดนั้นในตอนนี้ เช่น แถบลาตินมีแร็ปเปอร์ LGBTQ+ เยอะมากมานานแล้ว ไม่เหมือนประเทศไทยที่กำลังค่อยๆ เริ่มมี”

“แต่การ์ไม่ได้โฟกัสแฟนอินเตอร์มากกว่า การ์โฟกัสคนที่ชอบมากกว่า ไม่ว่าเป็นแฟนเพลงอินเตอร์หรือไทยการ์ให้ความสนใจหมด”

เรื่อง “บ้ง” ที่ Exotic สำหรับชูการ์

“จะบอกพ่อว่าเป็นตุ๊ด แต่พ่อรู้อยู่แล้ว วันนั้นเราเตรียมตัวไปนานมาก กลัวบอกว่าเป็นตุ๊ดแล้วพ่อเสียใจ เตรียมตัวร้องไห้ และพูดว่าหนูขอโทษ พ่อตอบมาคำเดียวว่า ‘ไปกินข้าว’ เหมือนโชคดีที่พ่อไม่ได้มีปัญหากับตรงนี้ วันต่อไปก็พาพ่อไปซื้อลิปสติก”

เส้นทางของการเป็นแร็ปเปอร์ของ SUGXR BVBBLE ในอนาคต

“พยายามอัปเกรดผลงานตัวเองไปเรื่อยๆ ให้เขาเห็นหลายๆ ตัวตนมากขึ้น และอาจเปลี่ยนเป็นแนวเพลงจนคาดไม่ถึงว่าจะมาในแนวไหน ทำให้เขาลุ้นทุกครั้งที่ปล่อยเพลง สัญญาว่าจะไม่ให้ซ้ำกันแน่ๆ”

ติดตามตัวตนของชูการ์และอัปเดตผลงานเพลงทั้งหมดได้ที่  

Facebook: Sugxr Bvbble

YouTube: SUGXR BVBBLE

Instagram: sugxrbvbble