พบกับสามนักมวยหญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น Powerpuff Girls แห่งค่ายมวย Fairtex

Switch Language: English

ใครจะรู้ว่า Powerpuff Girls ในการ์ตูนจะมีตัวตนอยู่จริงในค่ายมวย Fairtex 

3 สาวที่ถือกำเนิดมากับศิลปะการป้องกันตัว ทั้งฝีไม้ลายมือแบบไทยแท้ดั้งเดิม หรือศิลปะการป้องกันตัวแบบประยุกต์ จะมวยสไตล์บราซิลเลียนยูยิตสู (BJJ) หรือมวยแบบศิลปะการต่อสู้ผสม (Mixed Martial Arts) ก็ไม่ทำให้ 3 สาวเลือดนักสู้ก็แรงตกเลยแม้แต่น้อย เพราะดีกรีทั้งแชมป์โลก แชมป์ประเทศ รวมกันแล้ว ณ ค่าย Fairtex แห่งนี้ ถือเป็นเหล่าสาวน้อยที่พลังเหลือล้นแบบเห็น ๆ โดยในครั้งนี้ EQ พาคุณมาผจญภัยไปกับสาวน้อยสุดมหัศจรรย์อย่าง น้องแสตมป์ , น้องนัท และน้องดรีม จากค่าย Fairtex นั่นเอง

เส้นทางมวยของสามสาว

เด็กสาว 3 คนที่ดูภายนอกอย่างผิวเผินก็เหมือนเด็กสาวทั่วๆ ไป ไม่มีใครอาจรู้ได้ว่าจริงๆแล้วเธอแอบเก็บงำศิลปะป้องกันตัวไว้ ทั้ง 3 สาวนักมวยหญิงของเราที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์ในวันนี้ ล้วนแล้วแต่ก็มีบุคลิกลักษณะแตกต่างกันไปอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อไรที่มีการขยับตัว เมื่อนั้นแหละถึงรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่ง 

น้องนัท ณัชกมล จันทาศรี หรือฉายาในวงการมวยคือ “วันเดอร์เกิร์ล” เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นการมาชกมวยคือการได้เริ่มต่อยมวยเป็นกิจกรรมยามว่างกับคุณพ่อ (อดีตนักมวยเก่า จรูญศักดิ์ ส.วรพิน) เพื่อให้นัทได้รู้จักออกกำลังกาย และเพิ่มทักษะการป้องกันตัว หลังจากที่นัทเริ่มทำชกมวยกับคุณพ่อบ่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าอยากลงสนามจริง แต่คุณพ่อก็เลือกที่จะดึงดันไม่ยอมให้ต่อย ด้วยสถานการณ์ตอนนั้นที่นักมวยหญิงยังไม่ได้รับการสนับสนุน เงินที่ได้กับบาดแผลที่ได้รับจึงไม่คุ้มค่ากัน แต่เลือดนักสู้อย่างนัทก็ยังยืนยันที่จะลงสนามจริง อ้อนไปอ้อนมาคุณพ่อก็ยอมใจอ้อนและยอมให้ขึ้นชกสนามจริง ความฝันของนัทก็เกิดขึ้นบนเวที ถึงแม้จะไม่ได้รับชัยชนะกลับมา แต่ก็ยังขยันและอดทนเพื่อจะฝึกฝนจนมาเป็นนักมวยอาชีพในที่สุด

น้องดรีม บัณฑิตา วีระเชียรโชติ หรือ “อภิเดช” แค่เห็นชื่อฉายาก็รู้เลยว่าแข็งแกร่งขนาดไหน ดรีมเล่าว่านักมวยทุกคนต้องมีฉายามวยเป็นเรื่องปกติ ซึ่งตอนนั้นดรีมเองเริ่มจากการชกมวยตามงานวัด แล้วทุนเดิมก็ดรีมก็เป็นคนเตะขวาหนักเอาการ จนครูฝึกเริ่มทักว่าเธอเตะหนักเหมือนนักมวยที่ชื่ออภิเดชสิทธิ์ นิรัน จึงแนะนำให้เธอใช้ฉายามวยว่า “อภิเดช” อย่างทุกวันนี้ 


ดรีมพูดไปพร้อมกับหัวเราะแก้เขินว่าตอนที่ครูฝึกตั้งชื่อให้ ตอนนั้นนั้นร้องไห้อย่างหนัก ไม่อยากได้ชื่อนี้เลย เพราะอภิเดชมันเป็นชื่อของผู้ชาย ดรีมเป็นผู้หญิงก็อยากได้ชื่อที่มันเหมาะสมกับเรา แต่สุดท้ายก็จำยอมใช้ชื่อนี้ตามครูฝึกบอก ก็ไม่ได้รู้สึกภูมิใจ จนกระทั่งขึ้นชกบนเวทีชื่อที่โฆษกขานดันสวนทางกับบุคลิกลักษณะของดรีม กลายเป็นว่า เรื่องราวกลับพลิกผันดรีมดูแตกต่างออกไปจากนักมวยคนอื่นๆ สมญานามที่ได้รับ กลายเป็นภาพจำของทุกคน

น้องแสตมป์ ณัฐวรรณ พานทอง หรือ “แสตมป์ Fairtex” ไม่ต้องมีฉายาใดๆ แค่ใช้ชื่อเดิม เติมชื่อค่าย น้องแสตมป์ต่างก็เป็นที่รู้จักในวงการมวย เพราะแสตมป์เป็นแชมป์โลกของ ONE Championship ในรายการ Kick Boxing และมวยไทย ซึ่งได้รับเข็มขัดมาถึง 2 เส้น โดยที่เข็มขัด 2 เส้นนี้ ถือเป็นอนุสรณ์ที่บ่งบอกถึงการหมั่นฝึกฝนของเธอได้เป็นอย่างดี เพราะตั้งแต่ที่เธอก้าวเข้ามาในวงการมืออาชีพแล้วนั้น เป้าหมายเดียวของเธอคือการพุ่งชน เพื่อมุ่งทะยานไปสู่เข็มขัดเส้นที่ 3 นั่นก็คือรายการ BJJ ซึ่งเป็นศิลปะการป้องกันตัวแบบผสมผสาน โดยมีมวยปล้ำเข้ามาเกี่ยวพันด้วย 

จุดสูงสุดของแสตมป์คือการคว้าชัยชนะเข็มขัดทั้ง  3 เส้น หมายความว่า แสตมป์ต้องการกวาดทุกรายการนั่นเอง 

อัพเดทวงการมวยหญิงตอนนี้ให้เรารู้หน่อย

น้องดรีม : แต่ก่อน ในวงการมวยก็จะมี 2 ประเภท คือ มวยสากล กับ มวยไทยค่ะ แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ถูกแบ่งออกป็นแบบนี้แล้ว เพราะมวยก็เหมือนศิลปะ ไปจับแขนงกับอันนั้นกับอันนี้ก็เกิดเป็นสิ่งใหม่ อย่างดรีมมีพื้นฐานมวยไทยมาก่อน มันถือว่าเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับต่อยอดค่ะ

น้องแสตมป์ : มวยไทยคือทำได้ทุกอย่าง หมัด ศอก เตะ ต่อย ถือว่าเป็นมวยแบบหนักเลย ส่วนมวยสากลจะเป็นมวยที่ใช้ฝีไม้ลายมือแค่หมัด แต่พอเรามาอยู่ Fairtex ก็ได้รู้จักมวยหลายแขนงมากขึ้น อย่างที่บอกว่าแสตมป์เองก็มีไปต่อยที่ ONE Championship และต่อยในรายการ “Kick Boxing” จะทำได้แค่เตะกับต่อยเท่านั้น เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างคาราเตกับมวยไทยเข้าด้วยกัน 

น้องนัท : ตั้งแต่มาอยู่ค่าย Fairtex ก็ได้รู้ว่ามีมวยประเภท MMA กับ BJJ เพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่ง MMA หรือ Mixed martial art เป็นการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย มวยสากล มวยปล้ำ ฯลฯ มีทั้งการเตะต่อยผสมโรงอยู่รวมกัน ซึ่งเป็นมวยที่จะต้องพยายามทำให้คู่ต่อสู้ร้องขอให้แพ้หรือสลบไป ส่วน BJJ หรือบราซิลเลียน ยูยิตสู คือการควบคุมผู้ต่อสู้จากท่อนบน โดยการล็อคเป้าหมายให้นิ่งและทุ่มคู่ต่อสู้ให้ลงพื้น เหมือนกับกีฬายูโด เราเรียกวิธีเล่นแบบนี้ว่า Ground Game 

ลีล่าท่าทางที่เป็นเอกลักษณ์ก่อนขึ้นเวที

น้องแสตมป์ : ถ้าเป็นเมื่อก่อน ก่อนขึ้นชกจะต้องทาปากแดง จนได้ฉายาว่า “นักมวยปากแดง” แต่พอเริ่มมาต่อยเวทีระดับโลก เราก็ต้องอยู่ในกฎระเบียบเขา ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แต่ก็ทำให้มีภาพลักษณ์ใหม่ของแสตมป์เกิดขึ้น คือในช่วงก่อนเดินขึ้นเวที แสตมป์ชอบ Blackpink มาก ก็จะเต้นในช่วงที่ก่อนเดินขึ้นเวทีเสมือนเป็นอีกภาพจำ เรีกย “Queen of dance” ก็มี และแสตมป์เป็นคนที่เปลี่ยนสีผมบ่อยมาก คนเห็นคนก็จะรู้เลยเพราะแสตมป์เปลี่ยนมาทุกเฉดแล้ว

น้องนัท : เสน่ห์ของนัทน่าจะเป็นรอยยิ้ม จะยิ้มเยอะมาก ยิ้มทีนึงตาเป็นสระอิเลย ส่วนที่ทำให้คนจำได้น่าจะเป็นตอนไหว้ครู เพราะเราไหว้ครูสวย จนไปแข่งไหว้ครูแล้วก็ด้รับรางวัลมาด้วย

น้องดรีม : หนูก็จะมีเอกลักษณ์คือชุดส่วนใหญ่มักเป็นสีชมพู เพราะเป็นสีที่ชอบนั่นเอง พยายามทำผมให้สวย ทำให้เราดูดีก่อนขึ้นชกด้วย 

เป็นนักมวยต้องเตรียมความพร้อม

น้องนัท : มวยหญิงเราต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี บางทีเตรียมร่างกายให้พร้อม ซ้อมมาดี รู้รายการชกล่วงหน้า แต่จู่ๆ ประจำเดือนก็ดันมา บอกตามตรงว่าสิ่งนี้ก็อาจทำให้ร่างกายเราไม่มีแรง ชกได้ไม่ดีเหมือนกัน เราก็ต้องรู้จักเตรียมความพร้อม อาจจะต้องกินยาเพื่อเลื่อนประจำเดือน ถึงแม้เราจะไม่มีแรงแต่โอกาสมันมาถึงมือเราแล้ว เราก็จำเป็นต้องต่อย จำเป็นต้องสู้

น้องแสตมป์ : ซ้อมและคุมอาหารทั้งหมด 6 วัน ส่วนอีก 1 วันจะเป็นวันพักเพื่อฟื้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อ ใน 1 วันที่แสตมป์ว่างส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการนอนเล่น หรืออะไรอร่อยๆ กิน เพราะพอผ่านวันนี้ไป แสตมป์ก็ต้องกลับไปซ้อมใหม่อยู่ดี (หัวเราะ) ก็เลยไม่ค่อยอยากใช้ชีวิตทำอะไรนอกจากมีเวลาให้ตัวเอง

น้องดรีม : ของดรีมจะต้องดูกลยุทธ์ด้วย ถ้าเรารู้จักคู่ต่อสู้มาก่อนเทรนเนอร์ก็จะช่วยเราแก้จุดบกพร่องหรือเสริมตรงไหนที่สามารถจะแก้เกมให้เราชนะได้ แต่ถ้าเราไม่รู้จักคู่ต่อสู้มาก่อนในยกแรกเราก็ต้องทำความคุนชินกับเขาให้มากๆ จะได้รู้ว่าเราควรต้องแก้เกมอย่างไร

ถ้าหากชกครั้งนี้ไม่ชนะ มีวิธีปลอบใจตัวเองอย่างไร

น้องนัท : ทุกครั้งที่มีการแข่งขัน เรารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ามันมีแพ้และชนะ เพราะมันเป็นกีฬา แต่ในช่วงที่จะถึงวันขึ้นชก จะมีเสียงหลายเสียงถาโถมเข้ามาที่เรา บ้างก็มีทำนายมวยว่าเราจะไม่ชนะบ้าง วิจารณ์เราบ้าง ใครได้ยินแบบนั้นก็ต้องนอยด์เป็นธรรมดา สิ่งที่นัทจะทำต่อจากนี้คือขึ้นชกให้เต็มที่ ไม่ฟังเสียงรอบข้าง ทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้มันดีก็พอ ถึงตอนนั้นที่แพ้ก็ไม่เป็นไรนัทก็แค่ให้เวลาตัวเองสักนิด แล้วก็ลุกขึ้นมาสู้ใหม่ บางครั้งการแพ้มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้

น้องแสตมป์ : การกดดันของแสตมป์มักจะเกิดจากความหวังของคนรอบข้าง ตัวเราเองก็คาดหวังด้วย แต่มันก็ทำให้เราซ้อมหนักขึ้นนะ เพราะก็อยากทำให้สำเร็จ แต่พอซ้อมหนักขึ้นก็มีบาดเจ็บบ้างทั้งที่ใกล้จะถึงวันแข่งขันแล้ว มันก็ทำให้กดดันเพิ่มเพราะร่างกายที่อาจจะไม่พร้อม แสตมป์ก็ต้องกัดฟันสู้ แล้วก็พยายามให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ 

กว่าจะเป็นเพาว์เวอร์พัฟเกิร์ลอย่างทุกวันนี้

น้องดรีม : ดรีมเริ่มจากต่อยมวยตามต่างจังหวัด อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามวยเป็นกีฬาที่ต้องใช้ร่างกาย ต้องเจ็บตัว คนก็จะรู้สึกว่าเป็นกีฬาที่ไม่เหมาะกับผู้หญิง บางทีเราไปต่อยมวยก็โดนล้อว่าอยากมีแฟนเป็นนักมวยบ้าง ที่ไปซ้อมมวยก็เพราะว่าอยากอยู่กับผู้ชาย ดรีมบอกตามตรงว่าโดนคำพูดดูหมิ่นดูแคลนแบบนี้เยอะมาก เคยคิดจะเลิกต่อยเหมือนกัน แต่ดรีมก็เริ่มกลับมาฉุกคิดกับตัวเองได้ว่าเราต้องไม่เป็นแบบนั้น ดรีมต้องทำให้คนอื่นเห็น ดรีมก็เลยอยากต่อยไปเรื่อยๆ เพื่อพัฒนาตัวเอง เพราะคำดูถูก คำสบประมาทก็เลยดันมาให้เราอยู่จุดนี้

น้องนัท : แรกๆ ครอบครัวนัทก็ไม่อยากให้ต่อย เพราะเงินที่ได้กับร่างกายมันไม่สัมพันธ์กัน ถ้าต่อยมวยชายก็ได้เงินดีกว่า จนกระทั่งวันหนึ่งมวยหญิงเริ่มมีกระแส และนัทเองก็คิดอยู่ตลอดว่าอยากขึ้นชกจริง ครอบครัวก็ดันเราเต็มที่ แต่ไม่วายเสียงรอบข้างจากคุณลุง คุณป้า หรือเพื่อนบ้าน เขาก็จะคิดว่าพ่อบังคับให้เราต่อยมวย แต่จริงๆ นัทเองนี่แหละที่อยากต่อยเอง บางคนก็บอกให้เราล้มเลิก ต่อยไปก็ไม่ประสบความสำเร็จหรอก จนกระทั่งนัทมาเป็นวันเดอร์เกิร์ลอย่างทุกวันนี้ คนที่เคยว่าเรา เขาก็มาคอมเม้นท์ใต้รูปภาพแสดงความยินดี ตอนนั้นนัทก็คิดนะก็ยังดีที่ไม่เป็นไปตามคำพูดของเขา

เส้นทางมวย หรือเส้นทางฝันของแต่ละคนล้วนเกิดจากสิ่งเล็กๆ ที่เราอาจไม่ได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบด้วยซ้ำ ก็แค่ลองทำจนเกิดคำถามในใจกับตัวเองว่านี่เป็นสิ่งที่ใจเราค้นหาหรือไม่ การได้มาคุยกับ 3 สาวเพาร์เวอร์พัฟเกิร์ลแห่ง Fairtex ก็ทำให้ได้เห็นเส้นทางนักมวยหญิงที่ไม่ง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว 
บางครั้งคนไม่มองว่ามวยเป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถเข้าไปเล่นได้ แต่ตัดสินด้วยการแบ่งเพศให้กับกีฬา ว่าสิ่งไหนเหมาะสมกับอะไร อย่างที่ทั้ง 3 คน ได้บอกเราไปว่าทุกอย่างเกิดจากความต้องการของตัวเอง เป็นความชอบส่วนตัวซึ่งตอนนี้สิ่งที่น้องๆ ได้ทำล้วนแล้วแต่มีองค์ประกอบที่เรียกว่า Passion อยู่และปรากฏให้เราเห็นในตอนนี้เป็น Passion รูปแบบใหม่ที่ขนานนามว่า “วันเดอร์เกิร์ลอภิเดช และแสตมป์ Fairtex