ชวนคุยเรื่อง (ภู) เขา และ Trekking กับ เขาคนนี้ ‘ฟ้า ปัณณวิช’ 

รูปใบหนึ่งของคนอื่น เป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้ชายคนหนึ่งออกไปปีนเขา

รูปใบหนึ่งของเขา เป็นจุดเริ่มต้นให้เราอยากเขียนเรื่องนี้

รูปใบหนึ่ง ทำให้เราและผู้ชายคนนั้นได้มาพูดคุยกัน

บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นจากสิ่งง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน แต่เชื่อว่ามันจะจุดไฟให้ผู้อ่านกล้าที่จะออกไปปีนเขา เข้าป่า สัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติได้ง่ายๆ เช่นกัน เพราะเราจะชวนไปคุยกับ ‘ฟ้า — ปัณณวิช สุวัฒนานันท์’ หนึ่งในทีมแอดมินกลุ่ม Thailand Mountain Lovers และเจ้าของเพจ The Walking LIFE ที่ทำให้เราอยากลองไป trekking ดูสักครั้ง ด้วยรูปใบเดียวของเขา

(ฟ้า — ปัณณวิช สุวัฒนานันท์)

แรงบันดาลใจจากรูปถ่าย

“เส้นทางที่เลือกส่วนใหญ่จะเริ่มมาจากรูปๆ เดียวก่อน ไปเห็นรูปจากสักที่หนึ่ง หรือเปิด YouTube เจอของฝรั่งที่เคยไปเส้นนี้มา เรารู้สึกว่ารูปมันสื่อสารกับเรา อยากจะไปเห็นสิ่งนี้ด้วยตา แล้วเราก็จะเริ่มศึกษาหาข้อมูลว่าต้องใช้เวลากี่วัน งบเท่าไหร่ ไปเองได้ไหม ค่อยๆ ต่อยอดจากรูปนั้น” คุณฟ้า พี่ฟ้า หรืออาจารย์ฟ้าในวงการ trekking เปิดบนสนทนาด้วยการเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เขาไปพิชิตภูเขาในหลายประเทศมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

Trekking Lover 

เมื่อรูปถ่ายเป็นเชื้อไฟให้ ‘อยาก’ แล้วอะไรที่เป็นพลังให้ออกไปทำความ ‘อยาก’ นั้นให้เป็นจริง และเป็นสิ่งที่ติดใจ

“เพราะเป็นคนชอบธรรมชาติ การเดินอยู่ในป่า เห็นวิวภูเขา มันสบายใจ และรู้สึกเป็นอิสระ แล้วพอเราได้ไปเส้นทางหนึ่งมันก็จะมีความอยากไปอีกเส้นหนึ่งต่อไปเรื่อยๆ พอเราไปแล้วก็จะยิ่งชอบ แล้วก็จะหาเส้นใหม่ต่อไปเรื่อยๆ อีก เชื่อว่าคนที่ชอบ trekking น่าจะมีอาการเดียวกัน”

ความยากในการเริ่ม Trekking

“ถ้าเป็น 7 ปีก่อน ที่ผมเริ่มกลับสู่วงการ trekking หลังจากหยุดไปนาน ก็ถือว่ายากกว่าสมัยนี้ เพราะข้อมูลน้อยมาก มีแค่ในพันทิปนิดๆ หน่อยๆ ที่เหลือก็จะเป็นพวกรีวิวของฝรั่ง แต่ถ้าเป็นสมัยนี้ผมว่าไม่ยากแล้วนะ เพราะข้อมูลมันเยอะ”

“เส้นที่ไปเป็นเส้นแรกคือ Annapurna Base Camp (ABC) เนปาล ตอนนั้นมันก็เป็นเส้นฮิตนะ แต่คนไทยยังไม่ได้ไปกันเยอะเหมือนปัจจุบัน ตอนนั้นเริ่มมีคนไทยมารีวิวในพันทิปบ้าง ก็จะหาข้อมูลจากตรงนั้น แล้วตามไปอ่านรีวิวของฝรั่งบ้าง ซึ่งตอนหาข้อมูลครั้งแรกก็คือมั่ว เสื้อผ้าการแต่งตัวก็เตรียมไม่ถูก อุณหภูมิก็ไม่คุ้น เดินในหิมะยังไงก็ไม่รู้ แต่นับว่าเป็นทริปแห่งการเปิดโลกเลยว่าแถวนี้มันมีเสน่ห์ มีวัฒนธรรม ภูเขาสวย”

ความท้าทายระหว่างเดินทาง

“ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งท้าทาย คิดว่าสภาพจิตใจเวลาเดินขึ้นเขานี่คือที่สุดแล้ว มันจะคิดบ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่จะถึงวะ แล้วก็การต้องขุดตัวเองให้ตื่นเช้า มาเดินขึ้นเขาแบบเหนื่อยๆ หนาวๆ เพื่อถ่ายรูปก่อนแสงหมด ต้องเอาชนะใจตัวเองให้ได้ ซึ่งอุณหภูมิตอนตื่นก็ติดลบ แค่เดินออกมาข้างนอกแล้วลมปะทะ โอ้โห อยากกลับไปนอนแล้ว”

แต่ละทริปใช้เวลานานแค่ไหน

“ขึ้นอยู่กับเส้นทางและภูมิประเทศ ถ้าพื้นที่ห่างไกล เช่น ปากีสถาน กว่าจะนั่งรถไปถึงจุด Trekking ก็ใช้เวลาหลายวันแล้ว ทริปหนึ่งควรจะประมาณ 15 วันเป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าเป็นประเทศที่เจริญหน่อย บินไปถึงปุ๊บ นั่งรถต่อไปอีกวันก็เริ่ม trekking ได้เลย เอาจริงๆ ผมไม่ค่อยชอบนั่งรถหรือนั่งเครื่องบินนานๆ นะ มันน่าเบื่อ แต่ก็ต้องทน เพราะวิวข้างทางมันสวยมาก”

“ส่วนชั่วโมงการเดินก็จะต่างไปในแต่ละรูท ถ้าเป็นรูทที่ต้องขึ้นที่สูงระดับ 3,000 เมตรขึ้นไปอย่างเนปาล มันก็จะมีกฎเลยว่าไม่ควรกระโดดเกินวันละ 500 เมตร หรือถ้าเกินก็ต้องมีวันพักเพิ่ม แต่ปกติเวลา trekking เส้นเนปาลก็จะเดินประมาณวันละ 6-7 ชั่วโมงขึ้นไป หรือถ้าเป็นจอร์เจียในฤดูร้อน กลางวันยาว ก็สามารถลากได้ 12-15 ชั่วโมงต่อวัน”

งบที่ต้องเตรียม

“งบต่ำสุดก็จะเป็นอินโดนีเซีย สำหรับค่าทริปอย่างเดียว จะมีตั้งแต่หลักหมื่นปลายๆ แต่สูงสุด ถ้าไม่นับการปีนพีค 70,000-80,000 บาทก็มี ขึ้นอยู่กับความลำบาก จำนวนทีมงาน ระยะเวลา จำนวนวัน”

ประสบการณ์หลงทางกลาง EBC

ถ้าไม่มีไกด์แล้วต้องเดินเอง เคยหลงทางหรือเจออุบัติเหตุบ้างไหม แล้วเคยกังวลหรือเปล่า?

“เราก็เจออุบัติเหตุตลอดเวลา แต่ที่พีคที่สุดก็คือ Everest Base Camp (EBC) ตอนนั้นไปเดินคนเดียว ซึ่งมันมีช่องเขาหนึ่งที่เรียกว่า Kongma la เป็นที่ที่มีคนหลงทางบ่อย ผมก็ด้วย หาทางออกไม่เจอ เพราะธารน้ำแข็งเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เส้นทางเปลี่ยนตลอด ต้องไปด้นสดเอาหน้างาน วันนั้นผมต้องไปนอนบนธารน้ำแข็ง 1 คืน แต่โชคที่แบกของเอง มันมีพวกถุงนอน เลยรอดตรงนั้นมาได้”

(Everest Base Camp)

“ถามว่า Trekking อันตรายไหม ก็ประมาณหนึ่ง แต่ถ้าเรารู้จักจัดการกับความเสี่ยง ศึกษาเส้นทางเป็นอย่างดี ประเมินร่างกายตัวเอง ประเมินวันต่อวันได้ว่าอาการแบบไหนไม่ควรไปต่อ ไม่ฝืนร่างกาย มันก็ไม่ได้น่ากลัว”

เส้นทางที่ประทับใจและอยากให้ผู้อ่านได้ไปลองสักครั้ง

“Udziro lake, Georgia ประทับใจเส้นนี้เพราะบรรยากาศดี และเป็นเส้นทางที่คนไม่ค่อยไปกัน บนเขาไม่มีใครเลย มีแค่ผมกับเพื่อนอีก 2 คน ตลอด 3 วัน 2 คืน ซึ่งระหว่างทาง วิวทิวทัศน์ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีทั้งภูเขาหิมะ ภูเขาหินสวยๆ แต่ถ้าในไทย แนะนำเป็นดอยหลวงเชียงดาว สวยและอากาศดี”

แบ่งปันตาราง Trekking ปีนตามฤดู

ก่อนจากกัน คุณฟ้าได้แบ่งปันตาราง Trekking ทั้งปีว่า ม.ค.-ก.พ. ประเทศที่ไปได้ คือ มาเลเซีย ไทย สปป.ลาว มี.ค.-เม.ย. เป็นช่วงเปิดซีซั่นของเนปาล พ.ค.-ส.ค. อินโดนีเซีย จอร์เจีย ยุโรป เอเชียกลาง อินเดียเหนือ ก.ย.-พ.ย. เริ่มกลับสู่ฤดูของเนปาลอีกรอบ ธ.ค. ไทย ตะวันออกกลาง ซึ่งทั้งหมดอ้างอิงจากสภาพภูมิอากาศที่จะทำให้การปีนเขาสนุกและไม่ทรมาน

Dos & Don’ts ที่คนอยาก Trekking ต้องรู้

Dos

  • ถ้าอยากไปปีนเขาแล้วรู้สึกโอเคก็ควรออกกำลังกาย
  • เตรียมข้อมูลให้พร้อมว่าเส้นทางเป็นอย่างไร จุดไหนอันตราย และเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม
  • ถ้า Trekking ความสูง 3,000 เมตรขึ้นไป ควรจะรอบคอบเรื่องอาการแพ้ความสูงของตัวเอง

Don’ts 

  • ถ้าเป็นคนที่ไม่เคยขึ้นที่สูงเลย อย่าเสี่ยงขึ้นเร็วเกินไป 

ขอบคุณรูปภาพจาก

Facebook: Punnawit Suwattananun / The Walking LIFE / SkyTale

ติดตามคุณฟ้าได้ที่

Facebook: Punnawit Suwattananun 

Your email address will not be published. Required fields are marked *