If You Wish Upon Me – ความปรารถนาครั้งสุดท้าย

‘If You Wish Upon Me’ ซีรีส์เกาหลีความยาว 16 ตอน ใหม่ล่าสุดจาก Viu Original ได้ออกอากาศเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ. 2022 ที่ผ่านมา ทางสตรีมมิ่งชื่อดังที่เรารู้จักกันดีอย่าง ‘Viu’ (วิว) เพียงแค่เห็นไลน์อัปนักแสดงมากฝีมืออย่าง ‘จีชางอุค’ (지창욱) และ ‘ชเวซูยอง’ (최수영) ผู้กำกับและนักเขียนบทชื่อดัง ‘คิมยงวาน’ (김용완) และ ‘โจรยองซู’ (조령수) ทั้งยังอำนวยการสร้างโดย ‘Climax Studio’ ที่ได้สร้างผลงานซีรีส์น้ำดีอย่าง ‘D.P’ และ ‘Hellbound’ มาแล้ว รับประกันคุณภาพของซีรีส์ได้เลยว่าคุ้มค่าแก่การรอคอย

‘If You Wish Upon Me นำเสนอเรื่องราวของ ยุนกยอเร (윤겨레 – นำแสดงโดย จีชางอุค) ชายหนุ่มที่ประสบปัญหาชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ชีวิตวัยเด็กของเขาอาศัยอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และเติบโตมาในศูนย์กักกันเยาวชน เรื่องราวชีวิตผกผันทำให้เขาได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือสังคมในฐานะเจ้าหน้าที่ประจำสถานพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และเข้าร่วม ‘ทีมจีนี่’ โดยหน้าที่หลักคือการทำความปรารถนาสุดท้ายก่อนตายของผู้ป่วยให้เป็นจริง

“โรงพยาบาลบริบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแห่งนี้มีคนพิเศษอยู่ค่ะ คนที่ทำหิมะกลางฤดูร้อน”

เรื่องราวของซีรีส์จากที่ดูมาในช่วง 4 ตอนแรก จะดำเนินไปรอบตัวของผู้ป่วยระยะสุดท้าย และเสริมปมเรื่องราวของตัวละครหลักลงไปได้อย่างพอดี ทำให้การดำเนินเรื่องน่าติดตาม อีกทั้งยังทำให้รู้สึกร่วมกับความปรารถนาของผู้ป่วยในระยะสุดท้ายอีกด้วย และดูเหมือนซีรีส์เองจะเน้นการทำให้เรื่องราวต่างๆ ออกมาดูสมจริง ไม่ได้ปั้นแต่งให้ดูเป็นไปไม่ได้จนเกินไป นักเขียนเองก็สัมผัสได้ว่านักเขียนบทมักจะสอดแทรก หรือจะพูดถึงประเด็นทางสังคมมากมายในเกาหลีผ่านเลนส์ของสถานพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายไว้ค่อนข้างดี และแนวคิดของ ‘ทีมจีนี่’ ที่ต้องการทำให้ความปรารถนาของผู้ป่วยระยะสุดท้ายเป็นจริงนั้นช่างอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน

“ความตายน่ะ บอกตามตรงผมกลัวนะ แต่ว่าการมีชีวิตอยู่น่ากลัวยิ่งกว่า” – ยุนกยอเร

นักเขียนชอบตรงที่ If You Wish Upon Me ไม่ได้ดำเนินเรื่องแบบอารัมภบทอะไรมากมาย ไม่เวิ่นเว้อ แต่ตรงเข้าจุดสำคัญและขยายความรู้สึกของคนดูในบทพูดของนักแสดง มันดึงคุณเข้ามาและแสดงให้คุณเห็นว่าตัวละครเหล่านี้คืออะไร ต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร อีกทั้งยังทำให้รู้สึกว่าซีรีส์เรื่องนี้ดูง่าย และทำให้ไม่ต้องใช้เวลาในการพยายามในการเข้าใจเนื้อเรื่องมากขนาดนั้น และในฐานะ Animal lover จะรู้สึกจี๊ดๆ ในใจทุกครั้งที่เห็นยุนกยอเรคุยกับเจ้าลูกชาย (อาดึล – 아들) สุนัขตัวน้อยแสนน่ารักที่ป่วยระยะสุดท้าย เปิดเรื่องมาก็เล่นกับอารมณ์ของคนดูตั้งแต่เนิ่นๆ เลยทีเดียว แม้ว่าซีรีส์จะดำเนินเรื่องโดยมีการสูญเสียของผู้ป่วยเข้ามาเกี่ยวข้องเสียส่วนใหญ่ แต่มันไม่ได้หดหู่อย่างที่คิด ตัวบทต่างๆ สื่อให้เห็นถึงการเผชิญหน้ากับความจริงและมองเห็นคุณค่าของเวลาที่กำลังจะหมดไป อีกทั้งเตือนใจคนที่ยังอยู่ว่าให้รักษาช่วงเวลาอันมีค่านี้เอาไว้ อย่าละเลยคนที่เรารัก เพราะมันไม่สามารถย้อนเวลากลับไปตอนที่เขายังอยู่ได้

การแสดงของทุกคนในเรื่องนั้นไร้ที่ติ แม้จะเป็นบทเล็กๆ ก็สามารถส่งความรู้สึกออกมาได้ดีมากๆ และนักเขียนเองก็ชอบการแสดงของ ‘ซองดงอิล’ (성동일) ที่รับบทเป็น ‘คังแทชิก’ (강태식) เป็นพิเศษ เป็นนักแสดงที่มีคุณภาพและมักจะได้เห็นหน้าเขากันบ่อยๆ ในซีรีส์ แม้แต่ในภาพยนตร์ดังๆ ของเกาหลี ไม่ว่าจะได้รับบทอะไรก็ตาม การแสดงของเขาก็ยังคงถ่ายทอดออกมาได้ดีเสมอ และมันก็สนุกที่ได้ดูละครที่เขาแสดง 

จีชางอุคเองก็แสดงได้ดีและสมบาทมาก จากเรื่องราวของซีรีส์ที่ปูความเป็นมาของตัวละครยุนกยอเรทำให้ตัวนักเขียนเข้าใจนิสัย ความเป็นมาของท่าทาง การแสดงออก และพฤติกรรมต่างๆ ของตัวละครได้ทันที คงจะดีไม่น้อยที่ได้เห็นเขาปล่อยวางอดีตและมีความสุขอีกครั้ง กล่าวถึงซูยอง การแสดงของเธอพัฒนาขึ้นทุกครั้งที่ได้ชมผลงานใหม่ๆ ความเป็นธรรมชาติและบุคลิคของเธอเข้ากับบทพยาบาลสาว ‘ซอยอนจู’ (서연주) ได้เป็นอย่างดี 

“เจ็บก็บอกว่าเจ็บ ไม่งั้นใครจะรู้ อยู่ที่นี่ไม่ต้องทนหรอก ใครมันจะบอกให้คนอื่นทนใช้ชีวิตแบบทรมานๆ กัน” – ซอยอนจู

เคมีของตัวละครหลักผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องและองค์ประกอบต่างๆ ที่คลุกเคล้าไปด้วยทั้งความสุข อิ่มเอมหัวใจ ความปรารถนาสุดท้ายที่เป็นจริงของผู้ป่วยระยะสุดท้าย และความโศกเศร้าเสียใจของการจากไปของคนที่ยังอยู่ ทำให้ซีรีย์ If You Wish Upon Me คุ้มค่ากับการดูเป็นที่สุด คนดูเองก็อาจจะได้ข้อคิดและอะไรบางอย่างจากซีรีส์เรื่องนี้โดยไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ การดำเนินเรื่องราวของซีรีส์ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่น่าติดตาม ทั้งปมของตัวละครหลักที่ยังไม่ถูกเปิดเผย สามารถติดตามซีรีส์ If You Wish Upon Me ได้ผ่านทางสตรีมมิ่ง Viu ออกอากาศทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 21.00 น. ใครที่ชอบซีรีส์แนวนี้ต้องห้ามพลาด!

ขอบคุณรูปภาพจาก Viu