“Sukhumweed Industries” ฟาร์มกัญชาสู่อุตสาหกรรมอาหารและยารักษาโรค

“กัญชามันไม่จบแน่นอน มันยังอีกไกล เพราะ “กัญชา” เป็น Super Food”

คำกล่าวหนักแน่นของผู้ก่อตั้ง Sukhumweed Industries ที่ยึดมั่นในอุดมการณ์และพร้อมจะขับเคลื่อนกัญชาให้ไปสู่อุตสาหกรรมอาหารและตำหรับยารักษาโรคที่ยั่งยืนของ เบียร์ – สรณัฐ มัสยวานิช เขาและทีมงานหลงใหลในกัญชาเป็นอย่างมาก พวกเขาพยายามต่อสู้และดิ้นรนเพื่อให้กัญชายังคงอยู่อย่างมีคุณค่าและเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย 

ย้อนกลับไปปี 2007 ตอนที่สกัดกัญชาออกมาและสามารถนำไปรักษามะเร็งได้ เขารู้สึกว่าสิ่งนี้มันเปลี่ยนโลก! ในช่วงวัย ณ ตอนนั้น ที่การรักษาต้องพึ่งพาเพียงแค่ยาแผนปัจจุบัน บวกกับผลข้างเคียงของยาที่มีผลกระทบในวงกว้าง และค่ารักษาพยาบาลที่แสนสาหัส เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เขาอยากปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตัวเองและทุกคนให้ดียิ่งขึ้น โดยเริ่มทำมาประมาณ 2 ปีแล้ว

ประสบการณ์และออแกนิก

“จุดเด่นคือประสบการณ์ เพราะทุกคนที่อยู่ใน Sukhumweed อยู่กับกัญชามานานมาก แม้กระทั่ง T-REX ที่ทำปุ๋ย ทำดิน ตัวผมเองก็เป็นที่ปรึกษาให้กับหมอมารุต มัสยวาณิช ซึ่งเป็นกรรรมมาธิการสาธารณสุข เป็นส่วนหนึ่งที่ดูแลกฎหมายกัญชา และพยายามจะเอาตัวอย่างจากต่างประเทศให้ดูว่าต้องแก้ไขยังไง ทุกคนในทีมคือ Global และมีประสบการณ์สูงมากๆ ส่วนจุดแข็งคือออแกนิคเพราะเราจะไม่ไปทางเคมี เรายอมสู้ ยอมเจ็บเพื่อหาทางออกให้ได้ ที่จะเข้าไปใช้ชุมชนเพื่อผลิตอาหารต่างๆ และได้รายได้อย่างแท้จริงโดยไม่ต้องไปทำแล๊ปหรือให้หมอปลูก”

ที่มาของชื่อ Sukhumweed Industries

“เพราะมัน Represent ชื่อของเรา และผมก็โตที่สุขุมวิท ใช้กัญชา สูบกัญชา หรือ ทำอะไรเกี่ยวกับกัญชาก็ทำที่สุขุมวิท เรารู้สึกว่าเราอยู่ตรงนี้มานาน ค่อนข้างที่จะรู้จักคนย่านนี้เยอะ สุขุมวิทก็เป็นชื่อที่อยู่คู่กับ Sukhumweed มานานมากครับ ให้ไปคิดเอาเอง (หัวเราะ)”

การนำเสนอเรื่องกัญชา

“งานบริษัทและการทำคอนเทนต์ มีพนักงานอยู่แค่ 2 คน คือผมกับแฟน (หัวเราะ) เราไม่ใช่นักทำออนไลน์คอนเทนต์มืออาชีพ ผมเป็นคนปลูก แฟนก็ไม่เคยทำออนไลน์คอนเทนต์มาก่อน แต่ผมจบดิจิทัลมีเดียเลยนั่งทำเว็บไซต์เอง ทำให้มีภาพลักษณ์ มียูนิฟอร์มในบริษัท มีโลโก้ เพราะอยากให้ดูเป็นมืออาชีพ เรามีชื่ออยู่แล้วในวงการกัญชา และมีหน่วยงานเข้ามาช่วยขยายความในสิ่งที่เราทำ เรามาในรูปแบบบริษัท แต่จริงๆ เราเป็นแค่วิสาหกิจชุมชน อยากจะลองสู้ดูว่าจะเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ได้ยังไง”

“ผมมองอุปสรรคเป็นเหตุผลที่จะได้เรียนรู้ ก็เลยลองดู”

เข้าไปทำงานร่วมกับวิสหากิจชุมชนได้ยังไง?

“ตัวผมเองอยู่ฝั่งสส. หนองคาย และไปบวชอยู่หนองคายด้วย ไม่รู้ทำไมชีวิตต้องกลับมาหนองคาย เราเลยรวมกับวิสาหกิจกับคนที่เรารู้จัก รวมตัวกับชาวบ้านมาทำร่วมกัน และมีคนใหม่ๆ ที่สนใจมาเข้าร่วมด้วย เราก็ดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง เช่น ตอนนี้ปลูกอ้อยแล้วไม่ได้ราคา มาปลูกกัญชาจะมีปัญหาไหม ตอนนี้ปลูกยาสูบอยู่ เขาก็สนใจที่จะเปลี่ยนมาเป็นกัญชา เพราะยาสูบเป็นธุรกิจที่กำลังจะตายไปในที่สุด”

ความยากง่าย ความท้าทาย

“โฆษณาของหน่วยงานรัฐว่า กัญชาจะมากอบกู้เกษตรกรให้เติบโต และด้วยราคาใบที่เว่อร์กว่าความเป็นจริง มันทำให้เราทำงานยาก เพราะชาวบ้านจะสนใจการผลิตใบมากกว่าดอก เราต้องผ่านด่านแรกคือ ส่งให้รัฐฟรีให้ได้ 10 กิโลกรัมก่อน จาก 50 ต้น อย่างน้อย 5 กิโลกรัม เพื่อล็อตหน้ารัฐจะรับซื้อเรา ซึ่งตอนนี้ราคากลางยังไม่ออก ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ เรื่องดอกจะรับซื้อชาวบ้านเท่าไหร่ ราคาใบที่มันงี่เง่าเกินไป ที่เราไม่สามารถเอามาแปรรูปผลิตภัณฑ์ราคาดีๆ ได้ ทำให้ชาวบ้านได้ผลกลับมาที่มันไม่เป็นจริงกับ Biomass ของผลผลิตครับ”

การลงมือทำคือ การแก้ปัญหา

“เราต้องเข้ามาทำทุกอย่าง เข้ามาแก้ปัญหา เข้ามาทำผลิตภัณฑ์ ซึ่งจริงๆ แล้วเราคิดว่าจะเป็นบริษัทที่ปลูกแล้วขายดอก แต่ตอนนี้เรามุ่งไปที่ผลิตภัณฑ์จากชุมชน อย่างที่บอกตอนแรกราคาใบที่เว่อร์ไปกว่าความเป็นจริง แล้วถ้าวันหนึ่งราคาใบมันไม่มีค่าแล้ว หรือกัญชงฮิตขึ้นมา ทุกคนปลูกกันเยอะ แล้ววันหนึ่งมันไม่มีค่าแล้ว เขาจะอยู่กันยังไง เราเลยต้องมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายในชุมชนเข้ามาเพื่อให้ราคามันเท่าเดิม”

แนวคิดการสร้างสรรค์อาหารจากกัญชา

“ผมชอบทำบาบีคิวเนื้อมาก วันนั้นไม้บาร์บีคิวหมด เลยใช้ก้านกัญชามาใช้สโมคเนื้อ 12 ชม. ออกมาหอมและมีกลิ่นแบบกัญชา อีกสิ่งที่ค้นพบในวันที่ทุกคนวุ่นวายกับใบ เพราะค่อนข้างแพง เราพบว่า ราก มันเอามาทำอาหารได้หลายอย่าง มันทำให้เกิดความอูมามิ ใบก็เอามาโรยพิซซ่าโรยหรือทำผงชูรส ซึ่งมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันเป็นเจ้าของร้านอาหาร Zomoso Yum Bistro & Bar เขากำลังหาน้ำปลาร้ากัญชา เราเลยทำน้ำปลาร้ากัญชา ที่เป็นไอเดียอยากจะทำอยู่แล้ว เราอยากสอนวิสาหกิจเลยลองเอาไปทดสอบ ซึ่งเชฟก็ชอบและกลายเป็นเครื่องปรุงในร้าน โดยปลาที่ใช้ทำน้ำปลาร้ากัญชามาจากปลาแม่น้ำโขง ผมตั้งใจอยากให้มันกลับไปและเกิดการพัฒนาในที่ๆ ผมไปทำจริงๆ” 

ผลิตภัณฑ์ของ Sukhumweed Industries มี ผงชูรสกัญชา น้ำปลาร้ากัญชา ชากัญชาหญ้าหวาน และขนมหม้อแกง ซึ่งผงชูรสกัญชาขายดีมากที่สุด! จนร้าน Zomoso Yum Bistro & Bar ต้องนำใบกัญชาสดจากทางร้านไปทำเซมเบ้ เพื่อเป็นผงชูรสกัญชา และยังมีร้านก๋วยเตี๋ยวนำผลผลิตของทางร้านไปประกอบอาหาร สายเครื่องดื่มอย่างร้านค็อกเทลก็นำผลผลิตจากทางร้านไปทำค็อกเทลและชากัญชาด้วย นอกจากนี้ยังมีสินค้าแนวแฟชั่นที่เกิดจากแพชชั่นของคุณเบียร์ อย่าง เสื้อผ้า กระเป๋า หรือ เก้าอี้ปิกนิค ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ทำขายเฉพาะในไทย แต่ยังส่งออกไปไกลยังอเมริกาแบบ out of stock!

นึกถึงผลิตภัณฑ์และสินค้ากัญชาต้อง Sukhumweed Industries

“มันไปถึง Fine dining และมิชลินสตาร์แน่นอน เพราะเขาใช้น้ำปลาร้ากัญชาของเรา เชื่อว่ามันต้องไปไกลมากสำหรับตลาดอาหาร ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นออแกนิกและปลอดภัย ในเมื่อจุลินทรีย์ไม่ตายสักตัวผลิตภัณฑ์ของเราคงไม่ทำให้ใครตายแน่ๆ ผมค่อนข้างซีเรียสเรื่องคุณภาพ พอมาถึงอาหารที่มีกัญชาผมแคร์มากเพราะมันเข้าไปในร่างกายเรา ถ้ามันไม่ดีจริงในระยะยาวมันมีปัญหากับร่างกายเราแน่นอน มันทำให้เราทำงานยากกว่าคนอื่น แต่เราทำให้ผลผลิตมีคุณภาพเพราะจากงานวิจัยการใช้ปุ๋ยเคมีจะทำให้ตัวยาที่สกัดทำให้คนไข้เกิดอาการประสาทหลอนมากกว่าปกติ”

กัญชาในอุตสาหกรรมบ้านเรา

“ถ้าเราทำแบบมีคุณภาพจริงๆ ผมว่ามันก็ไปได้ แต่ถ้าทำแบบขายตรง มันก็จะกลายเป็นไม้ด่าง เป็นทิวลิปเหมือนของฮอนแลนด์ ซึ่งในอนาคตจริงๆ มันเป็นได้หลายอย่าง ก้าน ใบ ราก มันเป็นน้ำมันได้ เป็นไบโอดีเซลก็ได้ ไม่ใช่แค่อาหาร มันยังไม่จบหรอกกัญชา ส่วนที่เราตั้งใจปลูกแบบออแกนิก ถ้าตั้งใจดูแลมันดีๆ ก็จะมาถึงตลาดอาหาร ซึ่งจะไปไกลกว่านี้ถ้าเขาอนุมัติให้ใส่พวกสาร THC ซึ่งตามกฎหมายใส่ 0.2 % มันน้อยมาก ถ้าเชฟสามารถทำน้ำมัน ทำเชฟเทเบิ้ล มีกัญชาจริงๆ ให้ลูกค้าลอง ถ้าทำได้จริงๆ ผมว่ามันน่าจะไปไกลมาก เพราะคนจากทั่วโลกต้องมา ผมก็หวังว่าวันหนึ่งเราต้องทำได้”

กัญชากับอุตสาหกรรมอาหาร

“เราเพิ่งเริ่มก้าน ใบ ราก และอีกไม่นานเราจะใช้สารจากพวกนี้ได้ ยังไงกฎหมายมันต้องเปิดไปเรื่อยๆ ในตลาดอุตสาหกรรม Healthcare ส่วนของอาหารพวก Healtfood มาอยู่แล้ว และยังไปได้อีกไกล แต่ที่ไม่พูดถึงกันเลย คือ เมล็ด ยังไม่มีใครทำซุปเปอร์ฟู๊ดกัญชาที่เป็นอาหารจากเมล็ดกัญชาเราอยากให้คนผลิตเมล็ดของเราเป็นชาวม้งเพราะเขาปลูกมาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว ผมก็หวังว่าจะมีคนเห็นคุณค่าของเมล็ดกัญชา และอาหารกัญชามันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมแล้วถ้าโยงไปเรื่องการท่องเที่ยวมันต้องเจ๋งแน่นอน”

“ปีแรกเราเรียนรู้ ปีที่สองเราทำอาหาร ปีที่สามเราทำยา นี่คือแพลนของบริษัทเรา” 

จากอาหารกัญชาไปสู่ยารักษาโรค

“สกิลของพวกผมคือการปลูกของที่ดีมาก ผมอยากให้เป็นยารักษาคน ตัวผมเองก็ป่วย มีปัญหาเรื่องเส้นประสาท ซึ่งไม่มีการผ่าตัดไหนหรือหมอที่ไหนจะช่วยได้ ขนาดหมอที่ผ่าตัดเขายังใช้กัญชาเองเลยและเขาต้องใช้น้ำมันที่แรงพอ ที่เราทดลองมันยังไม่ถูกกฎหมายและไม่มีใครขายอยู่ในตำหรับยา เราต้องวิจัยให้มันเป็นตำหรับยาจริงๆ เพราะจะช่วยคนได้เยอะมาก ผมเสียคนรักไปหลายคนมาก จากไปด้วยมะเร็งและเราไม่มียาให้เขา และล่าสุดสาธารณสุขประกาศแล้วว่า รากรักษาปอดติดเชื้อโควิด ช่วยฟื้นฟูปอดที่เคยติดเชื้อโควิด เพราะมี CBG หรือ CBN เดี๋ยวจะได้รู้กันต่อไปในขั้นตอนตรวจของรัฐรอบนี้”

อุปสรรคและปัญหา

“เรื่องราคาใบที่ไม่เป็นจริง เราพยายามทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ปีแรกปัญหาที่หนักสุดคือทุกคนไม่เคยทำกัญชา เราต้องเป็นอาจารย์สอน และทำความเข้าใจแม้กระทั่งสิ่งที่คนมองว่าเป็นยาเสพติดด้วยซ้ำ ทุกคนไม่กล้ายุ่งกับมัน กลัวติดคุกเพราะไม่มีใบอนุญาติ ต้องลบภาพเก่าๆ ของกัญชาออกให้หมด และเราเป็นทีมแรกๆ รัฐยังไม่รู้จะทำงานยังไง ตอนนั้นทุกอย่างนานมาก แต่ตอนนี้เขารู้และเริ่มเร็วขึ้นแล้ว อีกเรื่องคือขายดอกไม่ได้ น่าจะเป็นอุปสรรคที่หนักที่สุด เพราะมันทำให้เราไม่มีทางออก แต่พอเราเริ่มทำและมีผลงานให้คนดู จะเริ่มมีอะไรที่ชัดเจนขึ้นก่อนจะลงเดือนมกราคม 65 ให้รัฐ” 

“ผมไม่อยากทำยาที่มันอ่อนเกินไปแบบที่รัฐให้ตอนนี้ เราจะวิจัยยาให้เป็นแผนปัจจุบันให้ได้ น่าจะเป็นขั้นตอนที่เจ็บแต่สำคัญมากสำหรับผม”

Medical practice

“ผมหวังว่ามันจะดีขึ้นเพราะทำด้วยความหวัง เราเป็นแค่ส่วนปลูกและคิดว่าจะไปถึงฝันเร็ว ๆ นี้ Sukhumweed ปีที่แล้วคือการเรียนรู้ และก้าวมาสู่อาหารอย่างแท้จริง โดยแปรรูป Biomass ทั้งหมด ปีหน้าเราจะแยกทีมทำผลิตภัณฑ์จริงจัง มีอย. เพื่อส่งออกได้จริง เพราะเรามีตลาดอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ภายในปีหน้าจะให้ Sukhumweed ก้าวไปสู่คำว่า ‘Medical Practice’ เราอยากวิจัยยาที่มีคุณภาพ เราอยากทำยาที่แรงพอจะรักษามะเร็งได้” 

Movement กัญชาตอนนี้เป็นอย่างไร

“ทางด้านกฎหมายเอกชนมีสิทธิ์ที่จะขยับตัวได้มากขึ้น ผมเชื่อว่าเราก็เหมือนกฎหมายทั่วประเทศ เลยไม่ได้ใจร้อนอะไร เหมือนเราเรียนรู้ไปด้วยกัน ไม่ใช่แค่ประเทศไทยแต่มันทั้งโลก กัญชามันแค่ผิดกฎหมายมาไม่กี่สิบปีเอง เดี๋ยวมันก็เปิดครับ ยังไงก็ต้องเปิด มันต้านกระแสน้ำไม่ได้ครับ”

รู้สึกยังไงกับการใช้กัญชาผิดวิธี 

“ถ้ากัญชาถูกกฎหมาย มันจะถูกควบคุมได้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้เยาวชนในวัยเรียนใช้มันอย่างผิดวิธี เพื่อเป็นยาใช้กับคุณหมอ มันจะถูกควบคุมได้ก็ต่อเมื่อรัฐให้มันถูกกฎหมายจริงๆ ปัญหาหลักๆ ของกัญชาที่น่ากลัวตอนนี้คือ การขายตรงและการขายฝัน เราต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงครับ เพราะการไปหลอกคนมันจะบดบังคนที่ทำจริงๆ ซึ่งคนที่ทำจริงๆ คือ เกษตรกร กัญชาใต้ดินมันอาจมีราคา แต่บนดินมันก็คือพืชชนิดหนึ่งที่ทำเกษตรกรรม เราไม่ได้ปลูกทอง ถ้าเราปลูกทองคนทั่วไปจะมีเงินซื้อทองเหรอครับ”

แพลนในอนาคต

“เราแบ่งกันเป็นทีมครับ ส่วนผมจริงๆ แล้ว ความสามารถสูงสุดคือ นักเพาะพันธุ์พืช และเป็นนักวิจัยแบบถูกกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ก็กำลังวิจัยพันธุ์พืชและหวังว่า เราจะมีพันธุ์พืชเป็นของตัวเองให้คนไทยได้ใช้และทำยาได้ นี่คือสิ่งที่ทำอยู่ เริ่มปลูกและทำการทดลองเพื่อผลิตยาให้คนไข้และเป็นตำหรับยาให้ได้ ตอนนี้กำลังทำการวิจัยสายพันธุ์กัญชา ซึ่งเร็วๆ นี้จะเริ่มเปิดตัวแล้ว ในปีหน้าน่าจะได้เห็นผลงานอะไรกันบ้างครับ หวังว่าปีหน้าเราจะเริ่มขยายและขายได้ และเริ่มมีพนักงานเยอะขึ้น จะเข้าไปสู่อาชีพมากขึ้น” 

นิยาม Sukhumweed Industries

“ไม่เมาเราไม่ทำครับ ทุกคนชวนเราทำสิ่งดีๆ ครับ ขอให้ทุกคนรอทั้งเนื้อทั้งตัวของ Sukhumweed ด้วยครับ ให้มันไปถึงทุกคนให้ได้ในสักวันหนึ่ง (หัวเราะ)”

ติดตามและอัปเดตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับกัญชาทั้งหมดได้ที่ Sukhumweed Industries