พูดคุยกับ Ginn Sentaro ศิลปินชาวญี่ปุ่นแห่งวงการเพลงอินดี้ไทย

หากใครชอบฟังเพลงแนวอินดี้ไทยมาบ้าง อาจจะรู้จักกับ Ginn Sentaro ศิลปินชาวญี่ปุ่น ผู้คร่ำหวอดในวงการเพลง Underground ของไทยมานานกว่า 10 ปี ย้อนกลับไปในสมัยที่ “จินซัง” มาไทยครั้งแรก แม้จะมีกำแพงในการสื่อสารบ้าง แต่เขาก็ได้ใช้ดนตรี เป็นตัวกลางและความชอบ จนทำให้ได้กลายมาเป็นศิลปินเพลงอินดี้ในไทยจนถึงวันนี้

นอกจากจะมีวงดนตรีไทยเป็นของตัวเองแล้ว จินซังยังทำโปรเจกต์ “dessin the world” เพื่อเชื่อมต่อวงการเพลงอินดี้ไทย-อินดี้ญี่ปุ่น เข้าไว้ด้วยกัน เรียกว่าเป็นการผลักดันวัฒนธรรมดนตรีระหว่างสองประเทศ ให้เติบโตยิ่งขึ้นไปอีก EQ จิบกาแฟนั่งคุยกับจินซัง ถึงจุดเริ่มต้น และแรงบันดาลใจของหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนนี้ กับการเป็นศิลปินอินดี้ของไทย

จากพนักงานบริษัท กลายเป็นศิลปินเต็มตัว

 “จริงๆ แล้ว ผมทำงานประจำด้วย แล้วก็เล่นดนตรีด้วย ซึ่งตอนนี้มี 3 งานด้วยกัน เป็นศิลปินที่มีเพลงเป็นของตัวเอง ทำงานประจำ แล้วก็ยังมีกิจกรรมอีกคือ โปรเจกต์เชื่อมดนตรีไทยกับญี่ปุ่นเข้าด้วยกันที่ชื่อว่า dessin the world ซึ่งตอนนี้เราไม่ได้ออกมาเป็นศิลปินอย่างเดียวแต่ทำงานไปด้วย แล้วก็เล่นดนตรีไปด้วย เพราะผมรู้ว่า ดนตรีที่ผมเล่นอยู่อาจจะไม่ได้ทำเงินเยอะมากนัก เนื่องจากไม่ได้เป็นเพลงป๊อบ หรือเป็นเพลงกระแสหลักที่คนส่วนใหญ่ชอบ แต่ผมก็ยังอยากเล่นดนตรีที่ตัวเองชอบจริงๆ เลยทำงานด้วย เล่นดนตรีไปด้วยดีกว่า จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เลือกเส้นทางนี้ครับ”

วงการดนตรีอินดี้ในไทย และวงการดนตรีอินดี้ในญี่ปุ่นต่างกันไหม?

 “มีจุดที่คล้ายกันและแตกต่างกันบ้าง สิ่งที่เหมือนกัน คือ ทักษะทางดนตรี แนวเพลงหลากหลาย แต่สิ่งที่แตกต่างกัน คือ ในไทยมีไลฟ์เฮ้าส์ (Live House) พื้นที่สำหรับเล่นดนตรีไม่ค่อยเยอะ อย่างในไทยจะมีแค่ผับ บาร์ สำหรับฟังเพลงและนั่งดื่ม ไม่ค่อยมีพื้นที่จัดคอนเสิร์ตสำหรับวงเล็กๆ เท่าไหร่ แต่ในญี่ปุ่น มีไลฟ์เฮ้าส์ (Live House) เยอะมาก แม้วงจะไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่ก็ยังมีพื้นที่ให้แสดงความสามารถกันตลอดครับ”

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของจินซัง

 

“คนญี่ปุ่น เวลาแต่งเพลงจะเรียกว่า “เพลงมันตกมาจากฟ้า” หลังจากตกมาผมก็หาทำนองที่ตกมาอยู่ในหัว แล้วเอาไปเล่นในสตูดิโอให้สมาชิกฟัง แต่แน่นอนตอนนั้นเพลงยังเป็นแค่กระดูก เลยให้สมาชิกใส่ไอเดียไปด้วย สุดท้ายมันกลายเป็นเพลง ที่จริงวิธีการแต่งเพลงมีหลายแบบ แต่เวลาผมแต่งเพลงแรงบันดาลใจก็ตกมาครับ

“ในเพลงวง Faustus ที่ผมกำลังเล่นอยู่ ส่วนตัวผมชอบเพลง Rhino เป็นเพลงที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจดี เพราะสมาชิกแต่ละคนในวงคิดลายเอามารวมลงในเพลงนี้ มีไอเดียเยอะมากมายที่ผมคิดไม่ถึง เลยกลายเป็นเพลงที่ผมชอบมากที่สุดครับ”

โปรเจกต์ dessin the world เกี่ยวกับอะไร?

 “โปรเจกต์ “dessin the world” ในภาษาฝรั่งเศส dessin แปลว่า การวาดรูปด้วยดินสอ ภาพมีแต่สีขาวและดำ เราอยากทำอะไรที่ไม่เคยมีมาก่อนเหมือนสร้างโลกใหม่ อย่าง dessin ที่มีแต่สีขาวดำ ส่วนคนที่สร้างสีสัน จะเป็นนักดนตรี และ เป็นคนฟัง เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ 2010 มีกิจกรรมหลายอย่าง แนะนำวงไทยไปค่ายญี่ปุ่นเพื่อจำหน่าย CD ในญี่ปุ่น เช่น แสตมป์ อภิวัชร์, Moving and Cut, stoondio, INSPIRATIVE, Zweed n’ Roll, Safeplanet, Hariguem Zaboy ฯลฯ แล้วช่วยประสานงานจัดวงไทยในเทศกาลดนตรีญี่ปุ่นหรือจัดวงญี่ปุ่นในเทศกาลดนตรีไทย”

สิ่งยากที่สุด ตั้งแต่ทำวงในไทย คืออะไร?

 “ภาษาเป็นสิ่งที่ยาก แต่การเข้าวงการดนตรี คือ สิ่งที่ยากที่สุด เพราะตอนแรกที่มาถึงเมืองไทยผมไม่รู้เลยว่าที่ไทยมีวงการอินดี้หรือเปล่า มีที่ไหน เข้ายังไง แล้วถ้าทำวงก็หาสมาชิกยังไง หางานดนตรียังไง หาห้องซ้อมห้องอัดเสียงยังไง เรียกว่ายากทุกขั้นตอนเหมือนกัน”

ฝากถึงคนที่อยากเป็นศิลปินเหมือนจินซัง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

 “คนที่ทำงาน หรือเรียน แล้วอยากเล่นดนตรีไปด้วย ในฐานะเราที่ทำงานประจำไปด้วย เล่นดนตรีไปด้วยเหมือนกัน บอกเลยว่าทำทั้งสองอย่างได้ครับ แต่จะต้องจัดการตารางชีวิตตัวเองให้ดีด้วย ผมเคยทำงานประจำ จันทร์-ศุกร์ ก็ยังเล่นดนตรีได้ เริ่มจากความชอบก่อนและการจัดการเวลา แต่งเพลงให้คนฟังสนใจ เท่านี้ก็ประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้แน่นอนครับ”

วางแผนอนาคตของวงดนตรี ในปี 2021 อย่างไรบ้าง?

 “ผมอยากไปทัวร์ต่างประเทศครับ อยากไปทัวร์ในญี่ปุ่น ใต้หวัน และไทยด้วย เพราะ 3 ประเทศนี้ มีตลาดเพลงอินดี้ที่ใหญ่มากในเอเซีย จริงๆ แล้วถ้าไม่มีโควิด ปีนี้ก็จะได้ไปเล่นดนตรีทั้ง 3 ประเทศเลย แต่เอาความสนุกไว้ในอนาคตครับ”

“สำหรับตอนนี้ผมอยากขอบคุณแฟนเพลงที่ฟังเพลงเรามาโดยตลอด ส่วนสำหรับกิจกรรม dessin the world ตอนนี้มีโปรเจกต์มากมาย อยากให้คนไทยลองฟังเพลงญี่ปุ่นบ้างครับ อาจจะทำให้ทุกวันสดใสและสีสันมากขึ้นก็ได้”

สำหรับใครที่อยากติดตามผลงานดนตรีของหนุ่ม Ginn Sentaro เรารวบรวมช่องทาง และอัพเดตข่าวสารของโปรเจกต์ dessin the world ที่นี่แล้ว

วง Faustus

เพจเฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/faustus.bkk

อินสตาแกรม: https://www.instagram.com/faustus.bkk

ช่องยูทูป: https://www.youtube.com/c/FaustusBangkok

dessin the world

เว็บไซต์:
https://dessin-the-world.jimdosite.com
https://dessintheworld.bandcamp.com/

เพจเฟสบุ๊ค: https://www.facebook.com/dessin.the.world

บล็อก: https://note.com/dessintheworld

Spotify: https://open.spotify.com/user/uhf7xnxdo35hwzlxngedl8f4l

A Chat With Ginn Sentaro, a Japanese Musician Breaking Ground in the Thai Indie Scene

Veteran indie fans may recognize the name Ginn Sentaro, a Japanese musician who’s been a solid force in the Thai underground scene for more than a decade. Despite the obvious language barrier in the beginning, Ginn-san used his music as a medium. It’s this passion that led him to becoming an established indie artist in Thailand.

Aside from having his own band, Ginn-san is also involved in a side project called ‘dessin the world.’ Aimed at connecting and promoting Thai and Japanese indie scenes, the project is a cultural exchange of sorts between the two countries. EQ sat down with the guy behind it all as he talked about his beginning, inspiration, and what it’s like to be an indie artist in Thailand, of all places.

From salaryman to full-time musician

“I’m actually working full-time as well as playing music. I’m taking care of three different things at the moment — my own band, my day-time job, and this other project called ‘dessin the world.’ I have to have a full-time job because I’m aware that playing music alone won’t bring in a lot of income. Also, the fact that my music is not pop music, not necessarily mainstream, I really feel the need to have a secure job in addition to my music career. That’s why I chose to go on this path.”

What’s the difference between Thai and Japanese indie scene, if any?

“There are both differences and similarities. We’re similar in terms of our music skills and how diverse the scene is. What differs, though, is the fact that in Thailand, there’s not so many ‘live houses’ or a space where you can go and play music. In Thailand, there are pubs and bars, of course, but those are typically for people to go enjoy themselves, not for small bands to play a gig. In Japan, we have a lot of live houses, spanning different genres from hardcore, pop, and rock. Even if the bands are unknown, they still have a place to go perform.”

What’s the inspiration behind your songwriting?

 

“For us Japanese, when we write songs, we often say ‘song falls from the sky.’ This means that we improvise everything right in the moment. We do it in the studio so that our bandmates can hear it and give their feedback right away. The word ‘fall’ refers to the process of adding sound and music, eventually turning it into a proper song. My personal favorite is the one called ‘Rhino.’ I find it very interesting because each member has their hand in it. We give it our all when we play it live. Because it’s such a fun song to perform, it’s also my favourite.”

Tell us about the project ‘dessin the world’ 

“The word ‘dessin’ in French means ‘drawing.’ I want to create a new world, a kind of black and white platform where artists and the listener can come together to connect with one another. The project acts like a liaison between everyone. Since 2010, there have been a lot of projects that I got involved with. I helped Thai artists like Stamp Apiwat and Singto Numchoke distribute their albums in Japan. I also helped SAFEPLANET so that they could play at a music festival in Fukuoka. I did some translation as well, translating Thai lyrics to Japanese and vice versa. And since I’m friends with Cat Radio, I also help bring Japanese bands to play at Cat Expo.”

What’s the most challenging thing about having a band in Thailand?

 “The language is pretty difficult, but getting into the industry is the most challenging thing for us. We had to recruit bandmates, find gigs and recording studios, and promote our music. Each step is a real challenge in itself. Actually, if you manage to get into the industry, the rest is not so much of a hassle. We’ve been in three different bands so far. The first one was all Japanese members. The second band, ‘aire’, we had two Japanese members and one Thai. As for our current band, we have the bassist and guitarist from ‘aire’ join us as well.”

Any advice for those aspiring to become a musician?

 “As someone who used to work full-time and play in a band, I can assure you that it’s possible to do both at the same time. The main thing is that you will need to manage your time properly. I worked Monday to Friday and I still managed to find the time to go to rehearsals every day. Find your passion, work up your courage, manage your time, and write songs that grab people’s attention. If you can do these things, you’re well on your way.”

Do you have any plans for the band this year?

“I’d like to tour overseas. I want to go to Japan, Taiwan, and Thailand also. These three countries have a pretty big indie market, and, If covid is no longer an issue, I’d like to make that happen. For now, I want to thank our fans for always supporting us. We actually have a lot of projects under dessin the world, and it’d be cool if Thai people give Japanese music a try. You can start from the genre and the artists you like and go from there.” 

Follow Ginn Sentaro and all of his music updates now at:

Faustus

Facebook: https://www.facebook.com/faustus.bkk

Instagram: https://www.instagram.com/faustus.bkk

YouTube: https://www.youtube.com/c/FaustusBangkok

dessin the world

Website:
https://dessin-the-world.jimdosite.com
https://dessintheworld.bandcamp.com/

Facebook: https://www.facebook.com/dessin.the.world

Blog: https://note.com/dessintheworld

Spotify: https://open.spotify.com/user/uhf7xnxdo35hwzlxngedl8f4l