‘PPsuperwheels’ ว่าด้วยความฝันของ ‘เฮียอู๊ด’ กับล้อแบรนด์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก 

ขึ้นชื่อว่า ‘ล้อไทย’ อาจไม่ค่อยถูกจริตสำหรับบางคน ด้วยภาพจำติดลึกว่าของนอกต้องดีกว่าเสมอ ทั้งเรื่องมาตรฐานและการบริการ แต่วันนี้ภาพลักษณ์ของล้อแบรนด์ไทยที่สื่อออกมาอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

‘PPsuperwheels’ แบรนด์ล้อไทยที่สามารถซื้อใจผู้ใช้คนไทยด้วยคุณภาพ มากไปกว่านั้น ยังได้ใจผู้ใช้งานในต่างประเทศอีกด้วย

วันนี้ EQ ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับคุณ ‘ชัยยศ เอี่ยมสมบูรณ์กร’ หรือ ‘เฮียอู๊ด’ ผู้ก่อตั้ง PPsuperwheels ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ล้อสวยๆ แต่ยังมียาง ชิ้นส่วนของตกแต่งช่วงล่าง เขาเป็นผู้สร้างกระแสล้อหลากสีสันที่วิ่งอยู่บนถนนเมืองไทย และที่น่าสนใจที่สุดคือ จุดเริ่มต้นนั้นธุรกิจครั้งนีมาจากความล้มเหลวที่สามารถพลิกกลับมาเป็นโอกาส จนกลายมาเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดได้อีกครั้ง มาฟังความลับที่เฮียอู๊ดไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน

จุดเริ่มต้นของเด็กจบใหม่ที่หางานทำช่วงฟองสบู่แตก  

วันที่นัดคุยกับเฮียอู๊ดที่โกดัง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นช็อปโชว์สินค้าของแบรนด์ด้วย ความรู้สึกแรกที่ได้คือความใหญ่โต อลังการ เฮียเล่าให้ฟังว่าที่นี่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่กี่เดือน มีไว้เก็บสต็อกล้อและยางของแบรนด์ แต่ยังมีอีกสถานที่ใกล้ๆ ติดกันในระยะ 300 เมตร เฮียก็พาไปดู ซึ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เสมือนว่าโซนนั้นเป็นอาณาจักรของ PPsuperwheels เลยก็ว่าได้ 

พอได้คุยกัน เฮียก็เล่าให้ฟังถึงสมัยเพิ่งเรียนจบที่ยังหางานทำไม่ได้ เขาเลยสนใจทำธุรกิจของตัวเอง เห็นร้านปะยางมีคนเข้าตลอดก็ลองเปิดร้านทำเองดู ปรากฏว่าธุรกิจไปได้ดีมาก จนสามารถต่อยอดขยายบริการด้านต่างๆ เกี่ยวกับบริการด้านรถยนต์ได้มากขึ้น

“ตอนนั้นปี 1997 เป็นช่วงที่ ‘ฟองสบู่แตก’ จบวิศวะไฟฟ้ามาจากมหาวิทยาลัยสยาม หางานทำยากมาก เราก็เลยเปิดร้านปะยางเล็กๆ ประมาณตึกแถวห้องหนึ่ง ด้วยความที่ชอบแต่งรถเป็นทุนเดิม ก็อยากหาเกี่ยวกับรถมาทำเป็นอาชีพ เราไปเห็นร้านปะยาง ก็เลยคิดว่าธุรกิจนี้ไม่น่ายาก ทีแรกตอนเปิดเราทำคนเดียว แต่ทำไม่ถึงเดือนก็มีลูกน้องเลย

พอเปิดมาได้ 2-3 เดือน เริ่มมีทุน เราก็ซื้อยางเปอร์เซ็นต์มาขาย จับล้อเก่าแถววงเวียน 22 มาดัดซ่อม ทำสีขาย ราคาถูกกว่าครึ่งๆ ในระหว่างนั้นก็เริ่มมีช่างเยอะขึ้น เริ่มเซอร์วิสรอบนอกละ เปลี่ยนผ้าเบรก โช๊คอัพ ถ่ายน้ำมันเครื่อง รับโอเวอร์ฮอลเครื่อง วางเครื่อง เปลี่ยนเกียร์เป็นเกียร์ออโต้ ทำรถได้แบบครบวงจรเต็มระบบ ช่วงนั้นเหมือนเป็นความโชคดีของเรา ที่ทำให้ได้สัมผัสกับรถทั้งคัน มาวันหนึ่งเราได้ทำล้อแบรนด์ของตัวเอง ก็เลยได้รู้ว่าล้อสเปคไหนเหมาะกับรถแบบไหน ล้อแบบไหนใส่แล้วถึงจะเพิ่มสมรรถนะที่ดีให้กับรถได้”

จุดพลิกผัน นำไปสู่การอัปเกรด

“พอมาถึงปี 2004 จากบริการ เราก็เริ่มผันตัวเองมาเป็นผู้ขายสินค้า มาขายส่งพวกล้อก๊อบ ล้อปลอม แต่ตอนนั้นแรงบันดาลใจยังไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ขายส่งให้ตามร้านทั่วไป จนเติบโตมาเรื่อยๆ แต่ที่มันมาพลิกคือในยุคนั้นคือ เราโดนจับ! เพราะไปเอาล้อก๊อบมาขายนี่แหละ มันเป็นจุดพลิกผันให้อยากจะเริ่มทำล้อของตัวเองขึ้นมา เมื่อปี 2010”

“เริ่มมีแรงบันดาลใจและคิดว่า เราทำมานานพอ ก็น่าจะต้องเริ่มได้แล้ว เรามองว่าการขายของมันมีอยู่ 2 อย่าง คือ ขายก็ได้ แค่ขายของไป กับอีกอย่างคือ ขายของแล้วได้ตัวตน ธุรกิจมีความมั่นคง นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้ต้องมีแบรนด์ล้อของตัวเอง” 

“ที่สำคัญคือ ‘เราอยากทำในสิ่งที่อยากได้’ เพราะเรารู้ว่ารถขับหลังควรจะใส่ล้อหน้าหลังไม่เท่ากัน มันถึงจะมีสมรรถนะที่ดี แต่ในตลาดเมืองไทยกลับไม่มีใครทำ มันเป็นโอกาสทางธุรกิจ เราคิดได้ก็ทำก่อน ทุกบริษัทจะคิดว่าถ้าลงทุนเปิดโมลด์ 2 โมลด์ล้อ เจ้าอื่นเขาเปิดขายได้ 2 ดีไซน์ ขายได้เยอะกว่า แต่ผมมองต่างว่า ถ้าเราทำดีไซน์เดียวเจ๋งๆ เป็นล้อ 2 ขนาดและมันดีจริง ขับขี่ดีจริง เราเชื่อว่าจะขายดีกว่า ซึ่งจริงตามนั้น ขายดีมาก

บางคนอาจจะมองว่ายาก แต่มันไม่ยากเลยนะ จริงๆ แล้วการเอาล้อก๊อบมาขายนี่ยากกว่าอีก ต้องหลบโน่นนี่ เราสร้างมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2011 ก็ขายได้มาตลอด ถึงขนาดได้มีโอกาสไปเปิดบูธในงาน SEMA Show ที่ลาสเวกัส ตอนนั้นต้องบอกว่าเราเป็นเบอร์ 1 และมั่นคงมาก”

เป็นเบอร์ 1 จนเกือบต้อง ‘ปิดบริษัท’

“จนมาปี 2014 นี่แหละที่เริ่มเจอปัญหา ตลาดต่างประเทศก็อยู่ตัวโอเอ แต่ต้องบอกว่าเราตัดสินใจผิดพลาดหลายในอย่างช่วงนั้น หนึ่งคือเราหยุดออกสินค้าใหม่ๆ เพราะมัวแต่เอาสินค้าไปจดสิทธิบัตร ซึ่งมันเป็นวิธีคิดที่ผิด ล้อโดนก๊อบก็ปล่อยไป ไม่ต้องสนใจ การทำธุรกิจต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุด และยังมาเจอกับสงครามด้านราคาอีก บวกกับเราประมาทในธุรกิจ คิดว่าอยู่ตัวแล้ว ทำให้เกิดจุดดิ่งสุดในช่วงปี 2015-2017 จนบริษัทเกือบไปไม่รอด”

“สาเหตุเลยคือเราไม่ออกสินค้าใหม่ ไม่ทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจเนี่ย ถ้าทิ้งหรือไม่ดูแลเมื่อไหร่ คิดว่าเจ๋งแค่ไหนก็ล้มได้หมด ในปี 2017 ยอดขายลงถึงจุดต่ำสุด จากที่เคยมีเซล 30 คน ตอนนั้นเหลือประมาณ 5 คน รายได้ติดลบ 150 ล้าน ในช่วง 3 ปี (2015-2017) เฉลี่ยเดือนหนึ่งเราขาดทุนประมาณ 4 ล้าน จนบริษัทแทบจะปิดตัว”

ลุกขึ้นใหม่อีกครั้ง

“พอถึงช่วงปลายปี 2017 ผมก็เริ่มใหม่ ตอนนั้นบังเอิญตื่นขึ้นมาตอนตี 3 นอนไม่หลับ เราลุกขึ้นมาขัดล้อทีละวงสองวง เอาของค้างสต็อกมาปรับสี พอมันขายดีขึ้นมา บริษัทของเราก็สามารถเคลียร์ของค้างสต็อกไปกว่า 5,000 ลูก ได้เงินกลับมาประมาณ 20 ล้านภายใน 1 ปี”

“ช่วงที่ดีที่สุดก็อย่างหลงลืมตัวเอง มันไม่มีช่วงเวลาไหนดีที่สุดหรือแย่ที่สุด นอกจากความคิดของเรา”

“จุดนั้นเองที่ทำให้เรากลับมาได้เลย ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เราให้พนักงานมาช่วยกันจนถึงวันนี้ เป็นเวลา 5 ปีที่ล้อของเราเป็นจุดเด่นที่สุด มีสีสันที่สุดยอด จนล้อเมืองนอกยังทำตาม”

กลับมาได้ก็ต้องมีแผนรับมือ

“จากวันที่เรากลับมา เราก็ลุยเดินหน้าไปเรื่อยๆ มีมีตติ้งลูกค้าดีลเลอร์ สัมมนา บอกทิศทางของตลาด ผลิตสินค้าใหม่ๆ ทำให้มีสินค้ามากระตุ้นตลาดตลอด ทั้งเรื่องของดีไซน์และสี จนตอนนี้เรามีแวร์เฮ้าส์เพิ่มอีก 1 ที่ มีโรงงานทำสีล้อจริงจัง อย่างที่บอก ธุรกิจก็เหมือนลูกคนหนึ่งของเรา เราต้องดูแลเขาตลอด ปล่อยไม่ได้เลย”

หลักการคิดเพื่อให้เหยียบอุปสรรค

“ตรงจุดๆ นั้นมันเครียดมากนะ มานั่งคิดว่าบริษัทเราต้องปิดตัวเลยเหรอ พอเริ่มปักหลักคิดแล้วลงมือทำ คิดว่าวันแรกเรายังทำร้านปะยางได้เลย วันนี้เรามีสินค้าในมือตั้งเยอะ เราจะยอมแพ้กับมันเหรอ”

“อยากจะฝากไว้ว่าบางทีก็มีคนมองว่าความสำเร็จเป็นไปไม่ได้ แต่จุดเล็กๆ นี่แหละ สำคัญที่สุด! ทำไปเลย เดี๋ยวมันมาเอง หากเราคิดว่าทำแค่นี้มันไม่ส่งผลหรอก มันจะยิ่งดิ่งลงไปเรื่อยๆ ต้องคิดไว ทำไว เชื่อในสิ่งเล็กๆ ที่ทำว่ามันจะสำเร็จ” 

“ณ วันนี้ เราก็จะไม่ประมาทอีกแล้ว จุดแข็งเอื้อจุดอ่อน ช่วงโควิดยังผ่านมาแล้ว พอรัฐประกาศล็อกดาวน์ ผมก็พร้อมรับมือไลฟ์สดในเฟซบุ๊กเลย และฝากบอกพาร์ทเนอร์ด้วยว่าถ้าทำธุรกิจกับ PPsuperwheels คุณจะเจริญรุ่งเรืองแน่นอน เรามีวิธีคิดที่จะช่วยให้ก้าวไปข้างหน้าแบบไม่หยุดยั้งเสมอ”

ฝากร้าน

“ล้อแม็กซ์เรามีครบ ตั้งแต่อีโคคาร์ยันซูเปอร์คาร์ ถามว่าทำไมต้องมีแบรนด์เยอะๆ ในเครือของ PPsuperwheels เพราะแต่ละแบรนด์มีคาแรคเตอร์ดีไซน์ที่แตกต่างกัน เรามีล้อแม็กซ์ครบทุก segments ในโลกใบนี้ และที่ฝากเลยคือยางรถยนต์แบรนด์ ‘Cosmic Tyre’ ยางดีที่ไม่ต้องแพงอีกต่อไป สามารถซื้อสินค้าของเราได้เลยทั่วประเทศ”

ติดตาม ‘PPsuperwheels’ ได้ที่

Website: PPsuperwheels

Facebook: PPsuperwheels

Instagram: ppsuperwheels