Culture

จากหิน กระดูก ขนมปัง สู่ซิลิโคน – กว่าจะมาเป็น ‘เซ็กซ์ทอย’

เชื่อว่าในชีวิตของคนไทยหลายคน หากถามถึงสิ่งที่มีหน้าตาใกล้เคียงกับเซ็กซ์ทอยซึ่งได้เห็นกันจนคุ้นตา สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวจะเป็น ‘ปลัดขิก’ เครื่องรางของขลังยอดฮิตที่ช่วยเสริมเมตตามหานิยม อันเป็นที่นับถือในหมู่สายมูฯ บ้างก็ทำจากไม้ บ้างก็ทำจากหินมงคล แต่ใครเลยจะรู้ว่า เซ็กซ์ทอยชิ้นแรกที่ปรากฎในประวัติศาสตร์โลกก็ทำมาจากวัตถุเดียวกัน

‘ดิลโด้แท่งแรกของโลก’ ได้ถูกค้นพบโดยนักโบราณคดีในประเทศเยอรมนี โดยคาดเดาว่ามีอายุราว 28,000 ปี ทำมาจากหิน และมีความยาวประมาณ 8 นิ้ว กว้าง 3 เซนติเมตร ถึงแม้ว่าสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มักจะถูกสันนิษฐานว่ามีไว้เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา หรือเพื่อจุดประสงค์อื่น มันก็อาจถูกนำมาใช้ในเชิงที่ชวนสยิวกิ้วเช่นกัน

ประวัติศาสตร์ยืดยาวแห่งเซ็กส์ทอย 30,000 ปีแห่งความสยิวกิ้ว

ในช่วงเวลาที่ไม่ห่างกันมากนัก พบว่าผู้คนในแถบสแกนดิเนเวียนิยมใช้เขาของแอลป์และกวางแทนท่อนลึงค์ โดยจะใช้ในการเฉลิมฉลองคืนก่อนแต่งงานของเจ้าสาว หรือพิธีกระตุ้นการเจริญพันธุ์ (Fertility ceremony) อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่แน่ชัดนั้นยังไม่ปรากฏ แต่ข้อมูลที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในตำราประวัติศาสตร์เซ็กซ์ทอย คือการที่ชาวกรีกยุค 500 ปีก่อนคริสตกาลเคยใช้ ‘ขนมปังแท่ง’ ที่เรียกว่า ‘Olisbokollikes’ เป็นตัวแทนของอวัยวะเพศชาย บ้างก็ขนมปังก้อน และยังมีการใช้น้ำมันมะกอกเป็นสารหล่อลื่นอีกด้วย

ผ่านมาอีกสักหน่อย ในช่วง 206 ปีก่อนคริสตกาล ประเทศแรกที่ขึ้นชื่อเรื่องของเล่นผู้ใหญ่ประจำทวีปเอเชียก็คือประเทศจีน ด้วยหลักฐานมากมายอันเป็นประจักษ์ที่พบในสุสานของราชวงศ์ฮั่น ไม่ว่าจะเป็นวงแหวนสวมอวัยวะเพศชายทำจากขนตาแพะ จุ๊ดจู๋ปลอมทำจากหยก สำริด หรือหิน ทั้งแบบเดี่ยวและสองหัว แต่ไม่ใช่เพียงเพื่อความเสียว สิ่งของชิ้นนี้ใช้สำหรับสอดเข้าไปในรูทวารของผู้คนแบบไม่เกี่ยงเพศ เพื่อกักเก็บพลังงานฉี (Chi) เอาไว้ในร่างกายของผู้วายชนม์ หากให้เทียบกับเซ็กซ์ทอยในปัจจุบัน มันก็คือบัตต์ปลั๊ก (Butt plug) ดีๆ นี่เอง

Florence Smith Nicholls on X: "This was such a great talk! 🌊" / X

ในส่วนของเล่นสำหรับท่านชาย กะลาสีชาวฝรั่งเศสในช่วงปี 1600s ก็ได้สร้าง ‘ตุ๊กตายาง’ ขึ้นมาจากมัดฟาง โดยเรียกว่า ‘Dames de Voyage’ ไว้ระบายความใคร่ขณะติดอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรสุดอ้างว้าง แต่เมื่อผ่านมาอีกไม่นานนัก อิสระทางเพศก็ดูเหมือนจะลดน้อยลงในแถบทวีปยุโรป เพราะในปี 1800s สาวๆ ยุควิคตอเรียจะเข้าถึงเซ็กซ์ทอยได้ก็ต่อเมื่อไปพบแพทย์เพื่อรักษาโรคฮิสทีเรียเท่านั้น (ซึ่งเพียงแค่เซ็กซ์จัดหรือไม่พึงพอใจในรสรักของสามีก็อาจถูกวินิจฉัยว่าเป็นได้) อุปกรณ์ที่ใช้ในการ “รักษา” ก็คือเครื่องจักรพลังงานไอน้ำที่มีชื่อว่า ‘The Manipulator’ สำหรับกระตุ้นอวัยวะเพศหญิงอย่างเข้มข้น ซึ่งภายหลังได้พัฒนามาเป็น ‘ไวเบรเตอร์’ (Vibrator) ที่ริเริ่มวางขายสำหรับผู้คนทั่วไปเช่นกัน เริ่มจากแบบที่มีสาย และกลายเป็นแบบไร้สายในปัจจุบัน ไวเบรเตอร์ตัวแรกๆ ที่ถูกกล่าวถึงทั่วโลกนั้นเห็นจะเป็น ‘Magic Wand’ สินค้าของแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น Hitashi ที่พวกเราคุ้นเคยกันนั่นเอง

ประเด็นที่ชวนให้ขบขันก็คือ ไม่ว่าจะในทวีปใด ไวเบรเตอร์ในยุคสมัยก่อนเซ็กซ์ทอยจะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง มักถูกโฆษณาว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อ “คลายความตึงของกล้ามเนื้อ” หรือ “กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด” (แต่ถ้าคุณรู้ คุณก็จะรู้) จนกระทั่งทศวรรษที่ 1960-1970 เครื่องนวดสั่นสะท้านก็ไม่จำเป็นต้องแสร้งว่าใช้สำหรับคลายกล้ามเนื้อหลังกับปลีน่องอีกต่อไป เพราะทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับเซ็กซ์ทอยได้เบาบางลง และเป็นที่พูดถึงในสื่อหลักมากขึ้น โดยเฉพาะในซีรีส์ Sex and the City และภาพยนตร์ Fifty Shades of Grey ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้เซ็กซ์ทอยขายดีเทน้ำเทท่า ราวกับว่าเข้าสู่ยุคทองของการค้นหาความสุขทางเพศรูปแบบใหม่โดยสมบูรณ์

We Couldn't Help But Wonder: What Sex Toys Would Carrie, Miranda,  Charlotte, and Samantha Use in 2021?

อย่างไรก็ตาม เซ็กซ์ทอยนั้นยังคงจัดอยู่ในหมวดหมู่สินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีการหารือในรัฐสภาให้เกิดการปรับแก้ไขข้อกฎหมายกันไปตั้งแต่เมื่อปี 2020 แถมหลายๆ พรรคการเมืองได้นำการปลดแอกเซ็กซ์ทอยมาเป็นนโยบายหาเสียงเมื่อปีที่ผ่านมา ในวันนี้ ของเล่นผู้ใหญ่ก็ยังคงถูกตีตราด้วยประโยค “เป็นอันตรายต่อสังคมและศีลธรรม” และไม่พ้นจากการตกเป็นสินค้าต้องห้าม แต่การผลักดันจากฝั่งประชาชนนั้นยังไม่ล่าถอย ด้วยความหวังที่ว่า ความสุขไร้พิษสงจะไม่ถูกแปะป้ายว่าเป็นภัยต่อจารีตประเพณีแสนจอมปลอมอีกต่อไป

อ้างอิง

Daily Mail

Samru

Thrillist

GQ