Daily Pickup

Couple Therapy: อย่ามองข้ามคำปรึกษาเพียงเพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคนสองคน

สุขภาพจิตเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก และดูเหมือนว่าในยุคนี้ คนเริ่มเห็นใส่ใจมากขึ้นกับปัญหาของตัวเอง แต่การยอมรับ และการปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยยังคงเห็นเป็นเรื่องไกลตัว เพราะยังคงถูกมองว่าถ้าไปหาหมอแปลว่าคุณ “ไม่ปกติ” 

จากปัญหาการตรีตา (Stigma) ข้างต้นทำให้คนอาจจะมองข้ามความสำคัญของคำปรึกษาทางแพทย์ไป ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วนับวันตัวการตีตราในไทยเกี่ยวกับปัญหาส่วนตัวเริ่มน้อยลง แต่ในกลุ่มที่ในไทยยังพูดถึงน้อย หรือถูกให้ความสำคัญน้อยมากๆ นั่นคือการปรึกษาปัญหาคู่รัก (Couple Therapy) ในสังคมที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความกดดัน, การรักษาความสัมพันธ์ทางรักและการให้ความสำคัญกับความเข้าใจในคู่รักมีความสำคัญอย่างมาก Couple Therapy หรือการให้การปรึกษาปัญหาคู่ อาจจะถูกมองว่าไม่มีความสำคัญเพราะความสัมพันธ์มันเป็นเรื่องของคนในความสัมพันธ์นั้น ไม่เกี่ยวกับคนอื่น ผลวิจัยจาก Very Well Mind พบว่า 76% ของผู้ที่เข้าปรึกษาปัญหาชีวิตคู่รู้สึกว่าความสัมพันธ์ถูกพัฒนาไปในเชิงบวก 

Mr. & Mrs. Smith (TV Series)

แล้วต้องเริ่มจากตรงไหน?

เหมือนกับปัญหาอื่นๆ ส่วนที่ควรเริ่มคือการปรับทัศนคติต่อการพูดคุณกันผู้เชี่ยวชาญ มองว่าการปรึกษาเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่ว่าการเข้าปรึกษาคือการต้องรอให้เรื่องระเบิดจนหยุดเองไม่ได้ การปรึกษาปัญหาคู่ไม่ได้มีไว้สำหรับการกู้ความสัมพันธ์เสมอไป และมองให้เป็นการปรับปรุงความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นด้วย

 

อย่างไรก็ตามการทำบำบัดคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายทั้งจากคู่รักที่ต้องการพัฒนาด้านความสัมพันธ์ชีวิตคู่อย่างแท้จริง และความรู้แนวทางที่เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ

Couple Therapy ไม่ได้มีแค่เรื่องเดียว

หลายคนคงมีไอเดียว่าการปรึกษาของคู่รักคงมีแค่เรื่องทะเลาะกัน หรือต้องการจะหย่าร้าง แต่จริงๆ แล้วเรื่องสำหรับให้คำปรึกษามีมากกว่าที่คิด จากผลสำรวจของ Very Well Mind กับกลุ่มผู้ที่เข้าปรึกษาพบว่า 73% เข้าปรึกษาปัญหาหย่าร้าง 59% เป็นเรื่องอารมณ์ในความสัมพันธ์ 52% เป็นเรื่องเพศสัมพันธ์ และ 51% เกี่ยวกับการปรับปรุงตัวในความสัมพันธ์นั้นๆ 

Couple Therapy (TV Series)

ต้องยอมรับผลที่ตามมา

ถึงแม้ผลสำรวจจากหลายสื่อ และสถาบันจะพบว่าชีวิตคู่ของผู้ที่เข้าปรึกษาคู่รักจะมีผลในเชิงบวกสูงถึง 76% ไม่ได้แปลว่าคู่เราจะสำเร็จเสมอไป แค่ 94% ของผู้ที่เข้ารับการปรึกษาแต่ชีวิตคู่ไปต่อไม่ได้พบว่าอย่างน้อยรู้สึกดีที่พยายาม จากทั้งหมดนี้ มีเพียง 30% เท่านั้นที่ต้องการมาหาคำตอบ ในขณะที่ 70% ใช้คำปรึกษาเป็นหนึ่งในปัจจัยในการดำเนินชีวิตคู่ เพราะฉะนั้นผลลัพธ์ของการเข้าปรึกษาจะออกมาในรูปแบบไหน ก็ควรต้องทำความเข้าใจต่อตนเองเสียก่อน 

ถึงชีวิตคู่ดูเหมือนไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้แปลว่าปรึกษาไม่ได้

68% ของคู่รักพบว่าการพบผู้เชี่ยวชาญ ก่อน หรือ ในช่วงเริ่มต้นของปัญหาสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างดี โดยไม่ต้องรอให้เรื่องบานปลาย และหลายคู่พบว่าการค้นพบปัญหาจากมุมมองของคนนอกที่เป็นผู้เชี่ยวชาญก่อนที่มันจะเกิดช่วยความสัมพันธ์ได้มาก

Couple Therapy เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการช่วยในการสร้างความสัมพันธ์ที่แข็งแรงและมั่นคงในคู่รัก การเข้ารับคำปรึกษาไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหา, แต่ยังช่วยในการพัฒนาทักษะและแนวคิดที่สนับสนุนความสัมพันธ์ในระยะยาว การรับความช่วยเหลือไม่ใช่การชี้ปัญหา หรือการเผยจุดอ่อนในความสัมพันธ์ แต่เป็นการทำความเข้าใจซึ่งกันและกันไม่ว่าผลลัพธ์นั้นจะออกมาเป็นยังไง แต่ให้รู้ไว้ว่าเราพยายามแล้ว

psychologytoday.

matichon

istrong

Thai Psychiatric Association

Better mind thailand

Very Well Mind