Auto

มนต์เสน่ห์แห่งความเร็ว การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

'การแข่งขันรถ' ถือว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะเป็นการรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบอะไรที่เหมือนๆ กัน มารวมตัวกัน ซึ่งไม่มีข้อจำกัดว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย จะเป็นเด็กหนุ่มหรือเป็นคนแก่ เรียกว่าไม่มีใครสนใจว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าคุณชื่นชอบความเร็ว ชอบเสียงเครื่องยนต์เสียงท่อไอเสียที่เร้าใจ ชอบกลิ่นควันไอเสียหรือกลิ่นไหม้ของยางรถ โดยงานแข่งขันรถต่างๆ จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากคุณจะได้รับความชมความเร็วความแรงของรถด้วยสายตาตัวเอง ได้ยินเสียง ได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของการแข่งขันรถแล้ว แต่ละอีเวนท์งานแข่งก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย เราปฏิเสธไม่ได้ว่าบนโลกนี้มีงานแข่งขันรถเกิดขึ้นมากมาย ซึ่ง EQ ได้คัดมาบอกเล่าให้คุณแบบเน้นๆ

ถ้าให้พูดถึงรายการแข่งขันความเร็วระดับโลก เชื่อว่าจะต้องมีชื่อรายการแข่งขันอย่างทาง MotoGP, Isle of Man TT, Rally Dakar, F1 Grand Prix และ 24 Hours of Le Mans เป็นต้น สำหรับรายการแข่งขันเหล่านี้ถือว่าได้รับความนิยมไปทั่วโลก ซึ่งแต่ละรายการแข่งขันก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกด้วย ในส่วนการแข่งขันอื่นๆ ที่ไม่ได้เอ่ยถึง ก็ยังมีอีกมากมายที่เราไม่ได้เอ่ยถึงในครั้งนี้

MotoGP พูดชื่อนี้ไปใครที่เป็นสายสองล้อที่รักความเร็วต้องรู้จักการแข่งขันนี้แน่นอน โดยชื่อเต็มๆ ของการแข่งขันนี้ก็คือ Motorcycle Grand Prix ที่มีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 1949 ซึ่งในช่วงการแข่งขันยุคแรกจะแบ่งออกเป็นสี่รุ่นตามกระบอกสูบ ได้แก่ 125cc, 250cc, 350cc และ 500cc ก่อนที่จะมีความเปลี่ยนแปลงให้เหลือแค่รุ่น 500cc เพียงเท่านั้นในเวลาต่อมา

Mick Doohan, 1998 หนึ่งในตำนานนักแข่ง MotoGP
Photo Credit: MotoGP

ทั้งนี้มีความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2002 โดยมีการเปลี่ยนแปลงเครื่องยนต์ให้เป็น 4 จังหวะ และมีขนาดกระบอกสูบอยู่ที่ 990cc เช่นเดียวกับกฎข้อบังคับมีการพัฒนาตลอดหลายปีที่ผ่าน รวมไปถึงการเพิ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ามาให้กับรถ ซึ่งในการแข่งขัน MotoGP เรียกได้ว่าเป็นการแข่งขันที่ไว้โชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ ของค่ายรถมอเตอร์ไซค์ รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันอีกด้วย

เสน่ห์ที่น่าสนใจของ MotoGP คือสนามแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ทั่วโลก ซึ่งการแข่งขันที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ความเร็วของนักแข่งแต่อย่างใด มันยังรวมไปถึงการแข่งขันในเรื่องเทคโนโลยีของรถ การแข่งขันของทีมหลังบ้านทีมแข่งอีกด้วย นอกจากนี้ทักษะการขับขี่ของนักแข่ง ก็ถือว่าเป็นอะไรที่มีพิเศษในการแข่งขันนี้เช่นกัน

Isle of Man TT (Tourist Trophy) ถ้าให้นิยามการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์รายการนี้ ก็บอกได้ว่า 'ความตาย' อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือ ซึ่งมันเป็นงานแข่งที่จัดขึ้นทุกปีบนเกาะ Isle of Man ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ในทะเลไอริช กับเส้นทางการแข่งขันระยะทาง 60.72 กม. ที่คดเคี้ยวผ่านเมืองและหมู่บ้าน ตัวนักแข่งต้องเจอกับถนนที่แคบ ความสูงความต่ำของถนน รวมไปถึงบางช่วงที่ถนนดูอันตรายเป็นพิเศษ ทำให้นี้เป็นหนึ่งรายการแข่งรถที่มีความอันตรายที่สุดในโลก

Isle of Man TT
Photo Credit: Isle of Man TT Races

สำหรับการแข่งขัน Isle of Man TT ก็ถือว่ามีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1907 และถือว่าเป็นหนึ่งในการแข่งขันรถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งรูปแบบการแข่งขันจะเป็นการจับเวลาเพียงเท่านั้น ใครสามารถทำเวลาดีที่สุดในรุ่นการแข่งขันก็จะได้รับชัยชนะไป และในสภาพถนนที่ใช้แข่งขันที่ขับผ่านหมู่บ้านที่อยู่อาศัย ความเร็วสูงสุดที่นักแข่งสามารถทำได้ก็มากกว่า 300 กม./ชม. โดยมนต์เสน่ห์ที่แท้จริงของการแข่งขัน Isle of Man TT คือความอันตรายที่อาจทำให้นักแข่งเสียชีวิต…

Rally Dakar การแข่งขันรถที่สุดขั้วและมีความหลากหลายมากที่สุด ผู้แข่งขันต้องขับผ่านทั้งทะเลทราย เนินทราย ภูเขา เส้นทางหิน และที่ราบเปิด เรียกว่าต้องเจอกับภูมิประเทศที่หลากหลาย และเงื่อนไขที่ท้าทายต่างๆ ที่จะเข้ามาทดสอบทั้งยานพาหนะ และผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งเส้นทางที่แข่งขันจะมีความยาวมากกว่า 5,000 กิโลเมตร ทำให้การแข่งขันใช้ระยะเวลาประมาณสองสัปดาห์

เมื่อเกิดปัญหาขึ้นระหว่างแข่งขัน นักแข่งต้องเป็นคนแก้ไขปัญหาเอง
Photo Credit: Dakar Rally

ความสนุกอย่างหนึ่งของการแข่งขัน Rally Dakar ก็คือเส้นทาง เพราะจะไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนว่าจะต้องไปในทิศทางไหน ผู้แข่งขันจะได้รับแผนที่จากผู้จัดการแข่งขันเพียงเท่านั้น ซึ่งจะไม่มีระบบนำทางที่ทันสมัยเข้ามาเกี่ยวข้อง (GPS) ทำให้ไม่มีเส้นทางที่ตายตัวว่าจะต้องไปในทิศทางไหน นักแข่งจะรู้แค่ว่าเส้นชัยคือจุดไหนเพียงเท่านั้น

อีกทั้งรถแข่งก็มีความหลากหลายประเภท เรียกได้ว่ามีครบเกือบทุกอย่างที่เป็นรถก็ว่าได้ จะรถยนต์ รถบรรทุก รถมอเตอร์ไซค์ และรถเอทีวี ซึ่งแต่ละประเภทมีความท้าทายที่แตกต่างกัน และในเส้นทางการแข่งขันจะไม่มีทีมงานมาค่อยช่วยเหลือ หากรถมีปัญหาขึ้นมาก็จะต้องแก้ไขด้วยตนเอง หรือสามารถรับการช่วยเหลือได้จากนักแข่งรายอื่นๆ เพียงเท่านั้น

Roadbook (เส้นทางที่ใช้แข่งขัน)
Photo Credit: KTM

ความสนุกอย่างหนึ่งในการแข่งขันคือสภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาได้ มันไม่มีการแข่งขันรถรายการไหนที่จะท้าทายเรื่องสภาพอากาศไปมากกว่านี้อีกแล้ว นักแข่งต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาได้ รวมถึงความร้อนจัดในทะเลทราย อุณหภูมิที่เยือกแข็งในพื้นที่ภูเขา และพายุทรายกะทันหันเป็นต้น ยังไม่นับเรื่องกลุ่มการก่อการร้ายที่เคยสร้างปัญหาจนไม่สามารถแข่งขันได้อีกด้วย

24 Hours of Le Mans หนึ่งในการแข่งขันรถยนต์ระดับตำนาน เริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี 1923 โดยเพื่อเป็นการทดสอบความอดทนของทั้งผู้ขับขี่และยานพาหนะ ซึ่งการแข่งขันก็เป็นไปตามชื่อนั้นล่ะ เพราะจะขับกันทั้งกลางวันและกลางคืนแบบไม่มีพัก นักแข่งต้องพบเจอกับสภาพแสงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในเวลากลางคืนที่จะเพิ่มความท้าทายขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

Jaguar D-Type in 1956
Photo Credit: Wikipedia

เพราะระยะเวลาการแข่งขันที่ยาวนาน ทำให้ทีมมีบทบาทสำคัญอย่างมาก จะต้องมีการวางแผนในการเข้าพิทว่าเป็นช่วงเวลาไหนดีสุด การเปลี่ยนตัวนักแข่ง (รายการนี้ใช้นักแข่งสองคน) รวมไปถึงทีมช่างที่ต้องค่อยแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการแข่งขัน

เช่นเดียวกับสนามแข่งขัน Circuit de la Sarthe ซึ่งสนามนี้เป็นการผสมผสานระหว่างถนนสาธารณะแบบปิดและสนามแข่งเฉพาะ เส้นทางประกอบด้วยทางตรงยาว มีโค้งที่แคบ และโค้งที่เร็ว แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดในการแข่งขันก็คือ การเค้นรถยนต์เครื่องยนต์แบบไม่มีพักเป็นระยะเวลา 24 ชั่วโมงนั้นเอง

F1 Grand Prix นี้คือรายการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ซึ่งการแข่งขันจะมีความใกล้เคียงคล้ายกับฝั่ง MotoGP โดยจะจัดขึ้นในสนามแข่งที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ และมีความล้ำสมัย รวมไปถึงสนามแข่งขันสุดคลาสสิกอย่างที่โมนาโกเป็นต้น

F1 Grand Prix
Photo Credit: Formula1

นี้คือการแข่งขันที่ไว้โชว์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เงินทุนในการวิจัยระดับมหาศาลที่ได้ลงทุนไปเพื่อพัฒนาให้รถสมรรถนะสูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลักอากาศพลศาสตร์ อุปกรณ์ชิ้นส่วนต่างๆ ที่มีผลต่อการขับขี่ ซึ่งเนี่ยคือสนามทดสอบเทคโนโลยีก็ว่าได้ ก่อนที่จะถูกถ่ายทอดออกมาใช้งานทั่วไปกับรถยนต์ในท้องตลาด

มุมคลาสสิกที่สนามโมนาโก
Photo Credit: Formula1

สำหรับ F1 Grand Prix  จะมีกฎกติกาที่เปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยพอสมควร เนื่องจากป้องกันไม่ให้ทีมใดทีมหนึ่งสามารถครองแชมป์ได้ตลอดไป ตลอดจนมีการลดขนาดเครื่องยนต์ลงมาให้มีขนาดเล็ก พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้าไปช่วยทดแทน ซึ่งว่ากันตามตรงในเรื่องมนต์เสน่ห์ในการแข่งขัน หากเทียบกับในอดีตถือว่าลดลงไปอยู่พอสมควร

ทั้งหมดนี้คือกิจกรรมการแข่งขันยานยนต์ระดับโลกที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และแต่ละรายการแข่งขันก็จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องเคยได้ดูผ่านทางทีวีหรืออินเทอร์เน็ตไม่อย่างใดอย่างหนึ่ง และเชื่อว่าจะต้องมีคนบางส่วนที่ไม่เข้าใจถึงความสนุกความมันในการแข่งขัน สุดท้ายก็ขอแนะนำว่าถ้ามีโอกาสให้ไปดูที่สนามแข่งขันสักครั้งหนึ่ง แล้วมุมมองในการดูการแข่งขันก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน