Auto

Route 66 ถนนสายประวัติศาสตร์ในอดีตที่โด่งดัง แม้แต่คนไทยก็ยังรู้จัก

Route 66 เส้นทางสายประวัติศาสตร์ที่ตัดผ่านกลางสหรัฐฯ ว่ากันว่าถนนเส้นนี้ไม่ใช่ถนนปกติทั่วไปแต่อย่างใด แต่เรียกได้ว่ามีความยิ่งใหญ่จนเกิดวัฒนธรรมต่างๆ ขึ้นมาก็ว่าได้ ซึ่งชื่อเสียงของถนนเส้นนี้ถือว่าเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เชื่อว่าคุณสามารถเห็นหรือได้ยินคำว่า ‘Route 66’ ถูกนำมาใช้ในภาพโฆษณาต่างๆ ในอดีตอยู่มากมาย ตลอดจนมีการตั้งชื่อกลุ่มชื่อแก๊งรถยนต์รถมอเตอร์ไซค์ที่เกี่ยวข้องกับชื่อถนนเส้นนี้ รวมไปถึงการ์ตูนเรื่องดังของ Cars ก็ยังมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับถนนเส้นนี้

เส้นทาง Route 66
Photo Credit: Brittanica

สำหรับในเมืองไทยก็ยังสถานที่ที่ได้รับอิทธิพลของเรื่องนี้เช่นกัน ซึ่งใครที่เป็นนักเที่ยวสายดื่มน่าจะต้องเคยได้ยินสถานบันเทิง (ไนต์คลับ) ที่ชื่อว่า Route 66 อย่างแน่นอน โดยตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง RCA สำหรับสถานที่แห่งนี้ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 เลยทีเดียว สิ่งนี้ถือว่าเป็นอิทธิพลโดยตรงจากกระแสความดังของถนนเส้นนั้นล่ะ

ทั้งนี้ไม่สามารถปฏิเสธไม่ได้ว่าถนนสาย Route 66 มีความพิเศษอยู่ไม่มากไม่น้อยอย่างแน่นอน และในปัจจุบันก็ดูเหมือนว่าเสียงที่โด่งดังกับความนิยมมันก็ลดลงไปเป็นปกติ ซึ่ง Exotic Quixotic พร้อมพาคุณไปทำความรู้จักกับถนนเส้นทางในตำนานสายนี้

เราต้องย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของถนนสายนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 พฤศจิกายน 1926 เมื่อสหรัฐอเมริกาได้สร้างถนนเส้นใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า Route 66 โดยเวลานั้นถือว่าเป็นเส้นทางหลวง (Highway) ที่ใช้เดินทางเลยทีเดียว ซึ่งเป้าหมายในการสร้างถนนเส้นนี้ก็เพื่อที่จะเชื่อมโยงตัวของชุมชนในชนบทที่ถนนตัดผ่านเข้าด้วยกัน ประกอบกับรถยนต์เริ่มกลายเป็นพาหนะหลักที่ใช้เดินทางแล้วอีกด้วย

สภาพถนน Route 66 ในช่วงปี ค.ศ. 1926
Photo Credit: Auto Evolution

ระยะทางของถนนเส้นนี้อยู่ที่ 3,940 กิโลเมตร หากใครคิดภาพไม่ออกว่ามันไกลขนาดนั้น ก็เหมือนคุณขับรถยนต์จาก อ.แม่สาย ไปถึง อ.เบตง แบบไปกลับนั้นล่ะ ซึ่งถนน Route 66 จะเริ่มจากเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ ไปยังซานตาโมนิกา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยถนนเส้นนี้ตัดผ่านถึง 8 รัฐด้วยกัน ได้แก่ อิลลินอยส์ มิสซูรี แคนซัส โอคลาโฮมา เท็กซัส นิวเม็กซิโก แอริโซนา และแคลิฟอร์เนีย ด้วยระยะทางที่ไกลขนาดนี้ มันปฏิเสธไม่ได้ว่าภูมิประเทศจะมีความแตกต่างมีความหลากหลายอย่างแน่นอน บางช่วงของถนนก็จะเป็นทะเลทราย บางช่วงก็เป็นชายฝั่งทะเลอีกด้วย

เส้นทางนี้ยังมีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐานอีกด้วย เพราะในช่วงทศวรรษที่ 1930 มีผู้คนจำนวนมากเลือกเดินทางไปทางตะวันตกบนถนน Route 66 โดยทุกคนล้วนมีเป้าหมายเรื่องการหาโอกาสที่จะทำให้ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และสิ่งนี้เองทำให้เกิดเศรษฐกิจเกิดเมืองขนาดเล็กๆ ตามเส้นทางสายนี้ ซึ่งมีการเปรียบเทียบไว้ว่าถนนเส้นนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งโอกาสทางเศรษฐกิจและการสำรวจเลยทีเดียว

จุดสูงของกระแสถนนเกิดขึ้นในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ซึ่งช่วงเวลานั้นมันไม่ถนนที่ใช้เดินทางข้ามรัฐเพียงเท่านั้น ผู้คนมากมายล้วนเลือกเดินทางมาถนนสายนี้เพื่อท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ บนเส้นทาง Route 66 เช่นเดียวกับเรื่องของวัฒนธรรมต่างๆ ก็ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดในเวลานี้เช่นกัน คุณสามารถรู้จัก Route 66 ได้จากเพลง หนังสือ ภาพยนตร์ และรายการทีวี เป็นต้น โดยวัฒนธรรมเหล่านี้เองที่เป็นตัวทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงใหลไปกับถนนเส้นทางนี้

Cars การ์ตูนดังที่มีเนื้อเกี่ยวกับถนน Route 66
Photo Credit: Route Magazine

ในช่วงเวลาหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นทางนี้เป็นอะไรที่สุดยอดอย่างมาก แต่ในปัจจุบันถนนเส้นนี้ได้ถูกลดบทบาทความสำคัญลงไปเรียบร้อยแล้ว หากคุณต้องเดินทางขับรถไปสู่รัฐต่างๆ ที่ในอดีตจำเป็นต้องใช้ถนน Route 66 แต่ในตอนนี้สหรัฐฯ มีทางหลวงเส้นใหม่ที่มีประสิทธิภาพเรียบร้อยไปแล้ว โดยทางหลวงเส้นใหม่จะมาพร้อมการออกแบบที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นระยะทางที่ตัดผ่านระหว่างรัฐก็สั้นกว่า ถนนสามารถทำความเร็วได้ดีขึ้น และยังมีความปลอดภัยมากกว่าเส้นเดิม สิ่งเหล่านี้เองทำให้ผู้เดินทางจะใช้เวลาที่น้อยกว่าเดิม และยังมีความปลอดภัยที่มากกว่าเดิมอีกด้วย

เมื่อสุดท้ายมีถนนหลวงเส้นใหม่ที่ดีกว่ามาทดแทน ทำให้ในปี ค.ศ. 1985 ทางสหรัฐฯ ได้ปลดชื่อของ Route 66 ออกจากระบบของทางหลวงอย่างเป็นทางการ ถือได้ว่าเป็นสิ้นสุดความรุ่งเรืองในอดีตของถนนเส้นนี้ หากนับระยะเวลาตั้งแต่เริ่มใช้งานมาจนถึงการปลดชื่อออกจากถนนหลวง ถือว่ามีระยะเวลายาวนานถึง 59 ปีเลยทีเดียว ซึ่งช่วงเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ ทำให้มีเรื่องราวต่างๆ ให้พูดถึงอยู่ไม่น้อย

หนึ่งในความโดดเด่นของเส้นทาง Route 66 จะเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจากสถานที่ท่องเที่ยวริมถนน มันเรียกได้ว่าสิ่งนี้มีเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัวเกิดขึ้นมากมายตามเส้นทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นขนาดยักษ์ พิพิธภัณฑ์ที่ไม่ธรรมดา และร้านอาหารแต่งสไตล์วินเทจเป็นต้น เช่นเดียวกับการใช้ป้ายไฟนีออนส่องสว่างยามค่ำคืน ซึ่งหลอดไฟเหล่านี้สามารถสร้างบรรยากาศที่สดใสและสีสันได้ในเวลาเดียวกัน ซึ่งคุณสามารถพบป้ายเหล่านี้ได้จากร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน และธุรกิจอื่นๆ ที่อยู่บนถนนเส้นนี้

ป้ายไฟนีออน
Photo Credit: Wikipedia

เช่นเดียวกับ Motels and Diners มันเป็นที่พักและร้านอาหารให้สำหรับผู้เดินทาง โดยในปัจจุบันยังคงมีบางแห่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และก็ยังมีโรงภาพยนตร์แบบไดรฟ์อินที่เป็นจุดเด่นของถนนสายนี้เช่นกัน นักท่องเที่ยวจะสามารถเพลิดเพลินกับการชมภาพยนตร์ภายใต้แสงดาว ซึ่งใครที่เคยดูหนัง  ดูทีวี ตลอดสื่ออื่นๆ น่าจะต้องคุ้นกับสถานที่ลักษณะนี้ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

Motels and Diners
Photo Credit: Booking.com

สำหรับปัจจุบันสถานที่ท่องเที่ยวตามเส้นทางก็มีความเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอยู่แล้ว แต่บางสถานที่ในอดีตก็ยังสามารถเอาชนะกาลเวลาได้เช่นกัน ตลอดจนก็เกิดสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ขึ้นมาทดแทน เรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นวัฏจักรที่เกิดขึ้นเป็นปกติ นอกจากนี้บางช่วงของถนนก็ไม่มีการใช้งานอีกต่อแล้ว และบางส่วนก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็น เส้นทางสายประวัติศาสตร์เช่นกัน

เรื่องราวที่เกิดขึ้นเหล่าทั้งหมดเป็นการนำเสนอเส้นทางผ่านมุมมองของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมสมัยนิยม และภูมิประเทศที่หลากหลาย สิ่งเหล่านี้ได้หล่อหลอมให้เป็นถนนสาย Route 66 นั้นเอง ซึ่งไม่ว่าในอนาคตจะมีความเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมากสักเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีผู้คนที่กล่าวถึงเรื่องราวต่างๆ ของเส้นทางที่มีเรื่องราวที่สุดแสนพิเศษนี้

อ้างอิง

Thai PBS
mgronline